雖然這篇Anticyclone鄉民發文沒有被收入到精華區:在Anticyclone這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章
在 anticyclone產品中有3篇Facebook貼文,粉絲數超過172萬的網紅Sp Saypan,也在其Facebook貼文中提到, ตอนนี้ PM 2.5 น่ากลัวมาก ใครอยู่ กทม อย่าลืมใส่หน้ากากกันฝุ่น N95 ทุกครั้งที่ออกจากบ้านนะคะ คนลอนดอน 12,000 คน เสียชีวิตเพราะ “ฝุ่นควัน” ในปี 195...
同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...
anticyclone 在 Sp Saypan Facebook 的最佳解答
ตอนนี้ PM 2.5 น่ากลัวมาก
ใครอยู่ กทม อย่าลืมใส่หน้ากากกันฝุ่น N95
ทุกครั้งที่ออกจากบ้านนะคะ
คนลอนดอน 12,000 คน เสียชีวิตเพราะ “ฝุ่นควัน” ในปี 1952
.
ปัจจุบันคนกรุงเทพฯ และผู้อาศัยอยู่ในย่านปริมณฑล กำลังวิตกกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับ “ผลกระทบด้านสุขภาพ” ที่อาจได้รับจากเจ้าฝุ่นพิษเหล่านี้ ทำเอาหลายคนอาจกลัวว่าบทสรุปของมันจะเหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในลอนดอนเมื่อปี 1952 หรือไม่ ?
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 1952 ได้เกิดหมอกควันจำนวนมากปกคลุมทั่วนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในตอนนั้นผู้คนต่างคิดว่ามันคือ “หมอกหรือควัน” ทั่วไป ๆ ที่เกิดอยู่บ่อยครั้ง แต่มารู้ตัวอีกทีเจ้าหมอกควันเหล่านี้ก็ได้คร่าชีวิตคนไปกว่า 12,000 คนแล้ว ซึ่งทั้งหมดก็มีผลมาจากฝีมือของมนุษย์ล้วน ๆ
.
นี่ก็คือเหตุการณ์ทางมลพิษที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร เหตุการณ์นี้ถูกเรียกชื่อว่า “The Great Smog of London“ หรือ “หมอกซุปถั่ว” (Pea-Soupers) สาเหตุที่เรียกอย่างนั้นเพราะในหมอกเหล่านี้มีลักษณะเป็นสีดำอมเหลืองจากกำมะถันคล้ายกับสีของซุปถั่วนั้นเอง
.
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด “หมอกมรณะ” ในครั้งนี้เกิดจากน้ำมือมนุษย์ล้วน ๆ ในช่วงเดือนธันวาคมของประเทศอังกฤษจะมีอากาศหนาวเย็นจนผู้คนตามบ้านเรือนและโรงงานถ่านหินต้องมีการเผาถ่านหินมากกว่าปกติเพื่อเพิ่มความอบอุ่น เรียกได้ว่า “ยิ่งหนาวยิ่งเผา” และบวกกับมลพิษที่มาจากควันของบุหรี่และรถยนต์ดีเซล เหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ปี 1952 เกิดปรากฏการณ์ “แอนติไซโคลน” (Anticyclone) ใจกลางลอนดอน และท่ามกลางสภาพอากาศที่ไร้ลมรวมเข้ากับควันที่มาจากปล่องไฟต่าง ๆ จึงทำให้ควันจำนวนมากเริ่มก่อตัวกันกลายเป็นหมอกพิษปกคลุมไปทั่วลอนดอน รัฐบาลอังกฤษพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ แต่ทำยังไงเจ้า “หมอกมรณะ” เหล่านี้ก็ไม่สามารถลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศได้สักที
.
หมอกเริ่มปกคลุมไปทั่วทุกที่และอยู่เหนือพื้นดินแค่หลักเมตร การใช้ชีวิตของผู้คนเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนเริ่มมองไม่เห็นเท้าตัวเองหรือแม้กระทั่งไฟหน้ารถคันอื่น การเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะเริ่มทำได้ยากขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ อย่างฟุตบอลหรือคอนเสิร์ตต้องถูกระงับ เและไม่นานทัศนวิสัยในการมองของทุกคนก็กลายเป็นศูนย์พร้อมกับสภาพร่างกายที่ทรุดลง
.
เมื่อช่วงปี 1950s โรงงานถ่านหินในลอนดอนและบริเวณใกล้ ๆ อย่างที่ ฟูแลม, แบตเทอร์ซี, กรีนิช และแบงค์ไซด์ มีการปล่อยมลพิษทางอากาศมากกว่า 1,000 ตันต่อวัน ซึ่งมาพร้อมกับก๊าซอันตรายต่อร่างกายอย่าง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และกรดไฮโดรคลอริก
.
ในวันที่ 8 ธันวาคม 1952 สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ท่ามกลางสภาพอากาศเป็นพิษจากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ผู้คนเริ่มมีอาการหายใจสั้นและมีปัญหาด้านทางเดินหายใจ และไม่นานก็มีประชาชนเริ่มเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้กว่า 4,000 คนจากโรคหนองในปอด และอีก 100,000 คนป่วยหนักจากโรคทางระบบทางเดินหายใจ
.
เหตุการณ์มรณะในครั้งนี้ลากยาวไปเป็นเกือบสัปดาห์ และในวันที่ 10 ธันวาคม ทุกอย่างก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติหลังหมอกเริ่มจางลงและลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
.
นี่ถือเป็นเหตุการณ์ด้านมลภาวะที่คร่าชีวิตคนอังกฤษมากที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่วิกฤตมลพิษถ่านหินในช่วงศตวรรษที่ 13 และมีผลทำให้รัฐบาลอังกฤษต้องออกกฎหมายจัดการมลพิษทางอากาศฉบับแรกในปี 1956 หรือที่เรียกว่า Clean Air Act 1956
.
จะว่าไปเหตุการณ์นี้ก็เริ่มคล้ายกับสถานการณ์ในบ้านเรามากขึ้นทุกวัน ถ้ายังไม่มีนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดี หรือวันไหนกรุงเทพฯ ดันเกิดปรากฏการณ์ แอนติไซโคลน จนหมอกพิษลอยมาให้เราดมได้ ในอนาคตลูกหลานของเราอาจจะต้องเรียนเรื่อง “The Great Smog of Bangkok“ แทนเรื่องของเมื่อปี 1952 ก็เป็นได้
.
เรื่อง : วิทวัส ปัญญาเลิศวุฒิ
อ่าน “คนลอนดอน 12,000 คน เสียชีวิตเพราะ “ฝุ่นควัน” ในปี 1952” เวอร์ชั่นเว็บไซต์ได้ที่ : https://thepeople.co/great-smog-of-london/
ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Great_Smog_of_London
http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/2542315.stm
http://news.bbc.co.uk/…/decemb…/9/newsid_4506000/4506390.stm
https://www.history.com/…/the-killer-fog-that-blanketed-lon…
#ThePeople #Social #History #GreatSmogofLondon
12,000 London people died because of "smoke dust" in 1952
.
Currently, Bangkok people and residents in perimeter are worried about the dust situation. PM 2.5 after related agencies start warning about "health effects" that may receive from these poisonous dust. Many people may fear that its conclusion. Will it be the same as the incident in London in 1952?
.
Back on December 5, 1952, there was a lot of smog covered in London. At that time, people thought it was a common "smog" that happened, but they were often, but they knew that these haze killed their lives. Over 12,000 people, all of them are made by human skills.
.
This is the worst pollution event in UK's history. The Great Smog of London " aka " Bean Soup Fog " (Pea-Soupers) is called because in these are black. Yellow from sulphur cuddle am similar to the color of pea soup.
.
The main reason why " death fog " is caused by all human hands during the month of England. It will be cold that people in homes and coal factories must be more coal to increase warmth. It is called " The colder " and plus the smoke of cigarettes and diesel cars. Unexpected events happen.
.
Back on December 4, 1952, there was a phenomenon "Anticyclone" (Anticyclone) in the heart of London and in the wind-free weather, combined with the day from the chimney, so many smoke started to become poisonous fog. Covered all over London, the British government tried to fix the situation, but how to do these "death fog" can't go up to the atmosphere.
.
Fog starts to cover everywhere and above the ground. People's living is getting harder and harder. People start to see their feet or other car headlights. Traveling through public transport is getting harder. Activities like football or concerts. Must be suspended and unseen in everyone's sight becomes zero with a body condition.
.
In the 1950 s coal plant in London and near Fulam, Battery, Greenwich, and Banks were more than 1,000 tons of air emissions per day, which comes with harmful gases. Body like cuddle l ferdioxide and hydrochloric acid
.
On December 8, 1952, the situation is getting worse in the middle of the weather conditions from cuddle lfer dioxide, causing people to start having short breathing and respiratory problems. And soon, people started to die from this incident over 4,000 People from gonorrhea and 100,000 others are sick from respiratory disease.
.
This event is almost a week long haul and on December 10th, everything is back to normal. After the fog starts to fade and floating into the atmosphere.
.
This is the pollution th most British life event since the coal pollution crisis in the 13th century, and the British government issued the first air pollution law in 1956 aka Clean Air Act. 1956
.
Btw, this event is getting more similar to our home situation every day. If there is no policy to solve a good problem or any day, it is an anticyclone phenomenon until the poisonous fog floats for us. Our children may have to learn about " The Great Smog of Bangkok " instead of 1952
.
Story: Wittaw cuddle Sapanya Peng wut
Read " 12,000 London people died because of " smoke dust " in 1952 " website version at: https://thepeople.co/great-smog-of-london/
Source: https://en.wikipedia.org/wiki/Great_Smog_of_London
http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/2542315.stm
http://news.bbc.co.uk/onthisday/hi/dates/stories/december/9/newsid_4506000/4506390.stm
https://www.history.com/news/the-killer-fog-that-blanketed-london-60-years-ago
#ThePeople #Social #History #GreatSmogofLondonTranslated
anticyclone 在 Aur's Diary - อ๋อ ไดอารี่ Facebook 的最佳解答
คนลอนดอน 12,000 คน เสียชีวิตเพราะ “ฝุ่นควัน” ในปี 1952
.
ปัจจุบันคนกรุงเทพฯ และผู้อาศัยอยู่ในย่านปริมณฑล กำลังวิตกกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มออกมาเตือนภัยเกี่ยวกับ “ผลกระทบด้านสุขภาพ” ที่อาจได้รับจากเจ้าฝุ่นพิษเหล่านี้ ทำเอาหลายคนอาจกลัวว่าบทสรุปของมันจะเหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในลอนดอนเมื่อปี 1952 หรือไม่ ?
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ปี 1952 ได้เกิดหมอกควันจำนวนมากปกคลุมทั่วนครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในตอนนั้นผู้คนต่างคิดว่ามันคือ “หมอกหรือควัน” ทั่วไป ๆ ที่เกิดอยู่บ่อยครั้ง แต่มารู้ตัวอีกทีเจ้าหมอกควันเหล่านี้ก็ได้คร่าชีวิตคนไปกว่า 12,000 คนแล้ว ซึ่งทั้งหมดก็มีผลมาจากฝีมือของมนุษย์ล้วน ๆ
.
นี่ก็คือเหตุการณ์ทางมลพิษที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร เหตุการณ์นี้ถูกเรียกชื่อว่า “The Great Smog of London“ หรือ “หมอกซุปถั่ว” (Pea-Soupers) สาเหตุที่เรียกอย่างนั้นเพราะในหมอกเหล่านี้มีลักษณะเป็นสีดำอมเหลืองจากกำมะถันคล้ายกับสีของซุปถั่วนั้นเอง
.
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด “หมอกมรณะ” ในครั้งนี้เกิดจากน้ำมือมนุษย์ล้วน ๆ ในช่วงเดือนธันวาคมของประเทศอังกฤษจะมีอากาศหนาวเย็นจนผู้คนตามบ้านเรือนและโรงงานถ่านหินต้องมีการเผาถ่านหินมากกว่าปกติเพื่อเพิ่มความอบอุ่น เรียกได้ว่า “ยิ่งหนาวยิ่งเผา” และบวกกับมลพิษที่มาจากควันของบุหรี่และรถยนต์ดีเซล เหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
.
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ปี 1952 เกิดปรากฏการณ์ “แอนติไซโคลน” (Anticyclone) ใจกลางลอนดอน และท่ามกลางสภาพอากาศที่ไร้ลมรวมเข้ากับควันที่มาจากปล่องไฟต่าง ๆ จึงทำให้ควันจำนวนมากเริ่มก่อตัวกันกลายเป็นหมอกพิษปกคลุมไปทั่วลอนดอน รัฐบาลอังกฤษพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ แต่ทำยังไงเจ้า “หมอกมรณะ” เหล่านี้ก็ไม่สามารถลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศได้สักที
.
หมอกเริ่มปกคลุมไปทั่วทุกที่และอยู่เหนือพื้นดินแค่หลักเมตร การใช้ชีวิตของผู้คนเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนเริ่มมองไม่เห็นเท้าตัวเองหรือแม้กระทั่งไฟหน้ารถคันอื่น การเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะเริ่มทำได้ยากขึ้น กิจกรรมต่าง ๆ อย่างฟุตบอลหรือคอนเสิร์ตต้องถูกระงับ เและไม่นานทัศนวิสัยในการมองของทุกคนก็กลายเป็นศูนย์พร้อมกับสภาพร่างกายที่ทรุดลง
.
เมื่อช่วงปี 1950s โรงงานถ่านหินในลอนดอนและบริเวณใกล้ ๆ อย่างที่ ฟูแลม, แบตเทอร์ซี, กรีนิช และแบงค์ไซด์ มีการปล่อยมลพิษทางอากาศมากกว่า 1,000 ตันต่อวัน ซึ่งมาพร้อมกับก๊าซอันตรายต่อร่างกายอย่าง ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และกรดไฮโดรคลอริก
.
ในวันที่ 8 ธันวาคม 1952 สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ท่ามกลางสภาพอากาศเป็นพิษจากซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ผู้คนเริ่มมีอาการหายใจสั้นและมีปัญหาด้านทางเดินหายใจ และไม่นานก็มีประชาชนเริ่มเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้กว่า 4,000 คนจากโรคหนองในปอด และอีก 100,000 คนป่วยหนักจากโรคทางระบบทางเดินหายใจ
.
เหตุการณ์มรณะในครั้งนี้ลากยาวไปเป็นเกือบสัปดาห์ และในวันที่ 10 ธันวาคม ทุกอย่างก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติหลังหมอกเริ่มจางลงและลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
.
นี่ถือเป็นเหตุการณ์ด้านมลภาวะที่คร่าชีวิตคนอังกฤษมากที่สุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่วิกฤตมลพิษถ่านหินในช่วงศตวรรษที่ 13 และมีผลทำให้รัฐบาลอังกฤษต้องออกกฎหมายจัดการมลพิษทางอากาศฉบับแรกในปี 1956 หรือที่เรียกว่า Clean Air Act 1956
.
จะว่าไปเหตุการณ์นี้ก็เริ่มคล้ายกับสถานการณ์ในบ้านเรามากขึ้นทุกวัน ถ้ายังไม่มีนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดี หรือวันไหนกรุงเทพฯ ดันเกิดปรากฏการณ์ แอนติไซโคลน จนหมอกพิษลอยมาให้เราดมได้ ในอนาคตลูกหลานของเราอาจจะต้องเรียนเรื่อง “The Great Smog of Bangkok“ แทนเรื่องของเมื่อปี 1952 ก็เป็นได้
.
เรื่อง : วิทวัส ปัญญาเลิศวุฒิ
อ่าน “คนลอนดอน 12,000 คน เสียชีวิตเพราะ “ฝุ่นควัน” ในปี 1952” เวอร์ชั่นเว็บไซต์ได้ที่ : https://thepeople.co/great-smog-of-london/
ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Great_Smog_of_London
http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/2542315.stm
http://news.bbc.co.uk/…/decemb…/9/newsid_4506000/4506390.stm
https://www.history.com/…/the-killer-fog-that-blanketed-lon…
#ThePeople #Social #History #GreatSmogofLondon
anticyclone 在 氣象主播 簡瑋靚 Facebook 的最佳貼文
周六(6/27)的天氣提醒大家:
1. 太平洋高壓增強,周末各地晴朗炎熱。
2. 對流旺盛,山區偶有午後雷陣雨。
3. 全台紫外線非常強,外出記得勤做防曬
http://www.youtube.com/watch?v=ybqVUqspXS8
http://www.weatherrisk.com/…/302-pacific-hig-anticyclone-ge…
-----------------------------------------------------------------------------
☀ 天氣風險管理開發股份有限公司 WeatherRisk 關心您 ☁
☀ WeatherRisk官方粉絲團
http://www.facebook.com/WeatherRisk.Co
☀ WeatherRisk官網
http://www.weatherrisk.com
☀ WeatherRisk影音專區
http://www.youtube.com/user/WeatherRiskMedia
☀ 氣象達人彭啟明
http://www.facebook.com/weatherrisk
☀ 氣象主播簡瑋靚
http://www.facebook.com/weather.cindy
☀ 氣象主播賴忠瑋
http://www.facebook.com/259395657422713
☀ 天氣職人吳聖宇
http://www.facebook.com/caterlanse
☀ [觀天氣] APP
http://www.facebook.com/getweather