[爆卦]ANET stock是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇ANET stock鄉民發文沒有被收入到精華區:在ANET stock這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 anet產品中有23篇Facebook貼文,粉絲數超過29萬的網紅BeamSensei,也在其Facebook貼文中提到, Beam’s Story เรื่องของบีมและญี่ปุ่น (EP24)🌸⛩ 【เจอคนญี่ปุ่นที่เวียดนาม!!!】📚 ครั้งที่แล้วเล่าเรื่องตอนสอบ Onet-Anet ไปแล้ว บีมเลือกไว้ 4 คณะ ลำดับตามนี...

 同時也有21部Youtube影片,追蹤數超過17萬的網紅Pieces of Celine C琳,也在其Youtube影片中提到,■?謝謝大家收看, 今天分享的單品細節都在下方⇩⇩請點開看⇩⇩ 也歡迎大家follow我的日常分享: ★ 生活穿搭 instagram: http://www.instagram.com/piecesofc ★ FB: http://www.facebook.com/piecesofc =====...

  • anet 在 BeamSensei Facebook 的最佳貼文

    2021-01-15 11:50:00
    有 1,654 人按讚

    Beam’s Story เรื่องของบีมและญี่ปุ่น (EP24)🌸⛩
    【เจอคนญี่ปุ่นที่เวียดนาม!!!】📚

    ครั้งที่แล้วเล่าเรื่องตอนสอบ Onet-Anet ไปแล้ว
    บีมเลือกไว้ 4 คณะ ลำดับตามนี้
    1. อักษรศาสตร์ จุฬาฯ
    2. ศิลปศาสตร์ธรรมศาสตร์
    3. มนุษย์ศาสตร์ เกษตรศาสตร์
    4. อักษรศาสตร์ ศิลปากร

    ถ้าจำไม่ผิด เกณฑ์การเลือกของบีมก็มีแม่ช่วยดู โดยการดูจากคะแนนสูงสุดไล่ลงมา (นานแล้วนะเป็นสิบปีแล้ว)

    แต่ระหว่างที่รอลุ้นว่าจะติดที่ไหน

    พ่อก็พาบีมกับแม่ไปเที่ยวเวียดนาม ซึ่งเรียกได้ว่า
    เป็นการท่องเที่ยวที่กลายเป็นสำคัญกับชีวิตเลย

    เราไปกัน 5 คน พ่อแม่ลูก + เพื่อนพ่อ2คน
    บางวันเราก็ไปด้วยกัน บางวันครอบครัวเราก็ไปเที่ยวกันเอง

    มีอยู่วันนึง จะไปฮาลองเบย์กันสามคนพ่อแม่ลูก
    จองแบบ one day trip ไป
    ก็มีรถตู้มารับที่โรงแรม ในรถก็จะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ
    ไทยมีแค่พวกเรา นอกนั้นก็ มาเล สิงคโปร แล้วก็มีคนญี่ปุ่นสองคน
    เป็นสามีภรรยากัน ภรรยากำลังท้องเลย

    พ่อแม่ก็บอกว่า ลองทักเขาไหมลูก
    บีมเป็นคนขี้อายมากเลย ไม่ค่อยมีใครรู้ แต่ว่าคนที่รู้ก็รู้นะ 555 ปกติบีมจะไม่ค่อยเข้าหาคนก่อน ถ้าคนอื่นเข้าหาก่อนอ่ะ โอเค แต่ว่าตัวเองแบบเวลาอยู่แบบปกติ จะไม่กล้าเข้าไปคุยกับคนอื่นก่อน
    กลัว + เขิน

    ลังเลอยู่นาน

    จนถึงตอนแวะเข้าห้องน้ำ จำได้เลย
    มันจะมีร้านซื้อของฝากนิดหน่อย

    แล้วมันเหลือเวลาก่อนกลับขึ้นรถตู้

    เห็นพี่คนญี่ปุ่นสองคน ยืนอยู่เฉยๆแถวๆรถตู้

    เอาวะ !!!!

    ตัดสินใจรวบรวมความกล้า
    ทิ้งพ่อแม่ไว้ 555 แล้วเดินตรงไปยังพี่สองคน

    "คนนิจิวะ" (สวัสดีค่ะ)

    คำแรกที่บีมทักทายเขา

    "ฉันพูดภาษาญี่ปุ่นได้นิดหน่อยค่ะ"

    แฮ่กกกกกกกกก พูดออกไปแล้วโว้ยยยยยยยย
    โล่งเลย 555

    พี่สองคนดูตกใจ ที่เด็กตัวน้อยพูดภาษาญี่ปุ่นได้ (คือบีมตัวเล็กมาก) แถมเป็นคนประเทศอะไรก็ไม่รู้

    นั่นแหละ

    ด้วยการตัดสินใจพูด คนนิจิวะ กับพี่เขา

    ก็เลยได้คุยกันเลย พี่เขาก็พยายามพูดญี่ปุ่นช้าๆให้แหละ เพราะบีมยังไม่เก่ง

    ตอนกินข้าวกลางวันก็เลยได้นั่งโต๊ะเดียวกัน ตอนลงเรือก็นั่งด้วยกัน ไปเดินถ้ำก็เดินด้วยกัน

    ที่สะพรึงคือ พี่ผู้หญิง ท้อง 7 เดือน =[]=
    ยังจะมาเทียวอีกกกกกกกกกกกก

    พี่เขาก็ถ่ายรูปให้เรา เราก็ถ่ายรูปให้พี่เขา
    ระหว่างวันนั้นก็คุยกันเยอะเลย
    ตอนนั้นรู้สึกโชคดีจังที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้

    แต่คุยเรื่องง่ายๆนะ
    คำถามที่เราจำได้คือ พี่ผู้หญิงถามว่า พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ้างไหม 5555555555555555
    คือคิดว่าพี่เขากังวลมั้ง อาจจะเพิ่งแต่งงานกันไม่นาน

    แล้วพี่ผู้ชายก็เคยไปเที่ยวไทยแล้ว เขาก็เล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง

    พี่ผู้ชายชื่อ คุนิฮิโระ
    พี่ผู้หญิงชื่อ ฮันนะ

    จนแบบจบวันนั้น แยกย้ายกันกลับโรงแรม
    ก็ได้ขอเมลล์ติดต่อกันไว้

    เพราะว่าสมัยนั้นยังไม่มีเฟส ไม่มีไฮไฟว์ ยังเป็น MSN อยู่เลย
    ซึ่งพี่เขาก็คงไม่ได้เล่น

    พอต่างคนต่างกลับประเทศ บีมก็ส่งรูปไปให้เขา ตามอีเมลล์ที่เขาให้มา

    บีมยังเก็บเมลล์ไว้ทุกอันนะ ตั้งแต่เมลล์แรก

    เขาตอบกลับมาว่า (แปลเป็นไทยแล้วนะ)

    "สวัสดีครับ คุนิฮิโระกับฮันนะครับ เราสองคนกลับมาญี่ปุ่นแล้ว ได้เจอบีมจังเราดีใจมากๆ ขอบคุณสำหรับรูปถ่าย ทางเราก็อยากส่งรูปไปให้ แต่ว่าอาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อยรอหน่อยนะ ส่งที่อยู่กับเบอร์โทรศัพท์มาให้ด้วยได้มั้ย ฝากสวัสดีพ่อแม่ด้วย"

    จากนั้นไม่ธรรมดาจ้า

    เรานึกว่าเขาจะส่งรูปมาทางอีเมลล์

    โอโห ... มาเป็นกล่อง ส่งถึงบ้าน มีซีดี มีการ์ตูน มีขนมไรงี้

    TvT ประทับใจมากกกกกกกกกกกก

    ---------------------

    ทุกคนเชื่อมั้ย
    ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว
    ทุกวันนี้บ้านเรากับครอบครัวญี่ปุ่นคู่นี้ยังติดต่อกันอยู่เลย

    จนพี่เขาลูกสองลูกโตมาให้เราเลี้ยงได้แล้ว 555

    หลังจากเจอกันที่เวียดนาม
    เราแลกเปลี่ยนจดหมาย ส่งของขวัญให้กันเยอะมาก
    ที่เราตกใจสุดคือ

    เราบอกว่าเราชอบเซเลอร์มูน
    พี่เขาส่งหนังสือการ์ตูนยกแพค 21เล่มมาให้เราที่ไทย
    ค่าส่งอย่างแพง
    (กว่าจะได้อ่าน ปี3 เพราะตอนนั้นยังอ่านไม่ได้เยอะ555)

    ตลอดช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านไป เราก็ไปเจอเขาที่ญี่ปุ่นเกือบทุกๆปี
    เราไปนอนบ้านเขาประมาณ 4 ครั้ง ไปเที่ยวด้วยกันอีกหลายๆครั้ง
    เขามาเที่ยวไทยทั้งครอบครัว 1 ครั้งเมื่อสองปีที่แล้ว

    ตอนบีมไปแลกเปลี่ยน 1 ปี
    ถ้าไม่ได้ครอบครัวนี้คือบีมไม่ได้เที่ยวเลยนะ
    เขาพาบีมไปเที่ยวเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก

    เราคิดว่าเราโชคดีมากๆจริงๆแหละ
    โป๊ะไปเจอครอบครัวญี่ปุ่นที่ดีกับเรามาก
    มอบมิตรภาพที่ดี และมั่นคงจริงใจยาวนาน

    ใครที่อยากมีเพื่อนญี่ปุ่น เพื่อนต่างชาติ
    ที่จะคบกับเราได้นานๆ
    อย่าเพิ่งท้อแท้
    สักวันต้องมีคนที่เข้ากับเราได้
    และเป็นเพื่อนเราได้ยั่งยืน
    เป็นกำลังใจให้นะ
    กล้าที่จะพูด กล้าที่จะเดินต่อไปกันนะ

    ต่อตอนหน้าจ้า
    มารอฟังผลสอบเข้ามหาลัยกัน 555


    BeamSensei

    -------------------

    อัพทุกวันศุกร์
    ตอนเก่าๆไถหาเอาเองนะคับ แฮร่

  • anet 在 BeamSensei Facebook 的最讚貼文

    2020-12-25 11:50:00
    有 1,679 人按讚

    Beam’s Story เรื่องของบีมและญี่ปุ่น (EP23)🌸⛩
    【ประสบการณ์สอบเข้ามหาลัยป.ตรีครั้งเดียวในชีวิต!!!】📚
    ปล.รูปนี้ถ่ายช่วงๆนั้นแหละ 555 หน้าเหมือนตอนนี้มั้ย

    หลังจากเรียนภาษาญี่ปุ่นมาเรื่อยๆ จนตัดสินใจว่า โอเคฉันจะเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อแหละ ครั้งที่แล้วได้เล่าถึงตอนเตรียมตัวสอบแล้ว วันนี้จะมาเล่าวันสอบ !!!

    วันสอบ Anet-Onet

    เริ่มจาก 【Onet】ก่อน

    เท่าที่จำได้คือสอบ Onet วิชาพื้นฐานก่อนประมาณเดือนนึง บีมตั้งใจทำแต่วิชาที่ต้องใช้ ก็คือ อังกฤษ ไทย สังคม แค่สามวิชานี้

    ส่วนเลข+วิทย์ อื้อหือออ ทำเฉพาะข้อง่ายๆที่แบบไม่ต้องคิดเยอะ ก็ทำๆ ข้อไหนยากๆกามั่วไปเลยจ้า คิดว่าอย่าไปเสียเวลาคิดเลยปวดหัวเปล่าๆ เดี๋ยวส่งผลกระทบต่อวิชาอื่นที่ยังไม่ได้สอบด้วย

    ดิ่งจริงๆนะ คือไม่เผื่อใจไม่อะไรทั้งสิ้น อยาก ก ข ค ง แล้วแต่อารมณ์ตอนนั้นเลย เสร็จตั้งแต่เพื่อยังไปไม่ถึงครึ่งฉบับ

    ฟินมากกกก ทั้งชีวิต เป็นครั้งแรกที่ตัดสินใจทิ้งดิ่ง กับข้อสอบระดับประเทศ 55555555555555 รู้สึกดียังไงไม่รู้

    คะแนนประกาศตอนยังไม่ปิดเทอม อือหือ ......... ได้คะแนนเลข วิทย์น้อยมากเว่อร์ แบบน้อยมากๆๆๆ น่าจะอยู่ที่ 50 เต็ม 100 ทั้งสอง ในขณะที่เพื่อนในห้องบีมเกือบครึ่งห้อง 90+ บางคนได้ท็อปประเทศด้วย @@ สุดยอด

    เอาวะ ขนาดดิ่งยังได้คะแนนตั้งครึ่งนึง 5555555

    ส่วน 【Anet】 รู้สึกจะสอบตอนปิดเทอมแล้ว

    ข้อสอบภาษาอังกฤษยากมาก บีมออกจากห้องสอบมาด้วยน้ำตานองหน้า แม่จ๋าหนูแย่แล้ว จำได้ว่าเดินร้องไห้ออกมาเลยอะ แง้

    เอาจริงๆคือภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่บีมค่อนข้างต่อต้าน
    แต่ถ้าบีมตั้งใจตั้งแต่แรกก็น่าจะเรียนได้ดีนะ เป็นเพราะว่าบีมไม่รู้หลัก รู้สึกไวยากรณ์ที่เรียนมามันสะเปะสะปะตีกันมั่วไปหมด อะไรเป็นอะไรไม่รู้เลย

    ที่ผ่านมาทั้งหมดบีมใช้เซนส์ของบีมล้วนๆ ไวยากรณ์เหรอ คือไรอะ 555 ?

    อาจจะเป็นเพราะรากฐานระบบการศึกษาภาษาอังกฤษของบ้านเรา + กับตัวเราเองด้วยที่เอาแต่คิดว่าทั้งๆที่เรียนมาตั้งแต่อนุบาลแต่ทำไมไม่รู้เรื่อง แต่เอาจริงๆแล้วมันก็น่าจะอยู่ที่ตัวเราด้วยส่วนหนึ่งที่ใจไม่ค่อยไปเท่าไหร่ 555 อย่าโทษการศึกษาอย่างเดียวเลย แฮร่

    Anet ภาษาอังกฤษยากมากจริงๆ

    ส่วน ภาษาญี่ปุ่นนั้น เขาให้เวลา 3 ชม. บีมใช้ยันวินาทีสุดท้าย มีข้อไม่มั่นใจไม่น่าเกิน 10 ข้อ เป้าหมายของเราคือ 90+ แต่ตอนนั้นตัวเองรู้ตัวเองเลยว่า อยู่ที่ราวๆ 85-90 นี่แหละ เพราะว่าค่อนข้างยากกว่าข้อสอบเก่าที่เราเคยทำมา แอบเฟลๆเหมือนกัน ออกเกือบคนสุดท้ายของห้องเลย คือเอาจนกว่าเราจะมั่นใจ

    มาถึงขนาดนี้แล้ว ยื่นส่งคะแนนเลือกคณะโลดดดดดดดดด

    【คติประจำใจของบีมคือ】
    ทำสิ่งที่เรากำลังจะทำ/ต้องการจะทำให้ดีที่สุด ให้คิดว่าต่อให้เราพยายามมากกว่านี้ มันก็จะได้ผลเหมือนเดิม ซึ่งก็คือ

    ดำเนินชีวิตด้วยการยึดหลักที่ว่าให้เราไม่เสียใจภายหลัง

    ปิดเทอมแล้ว รออย่างเดียวประกาศผล
    แล้วมารอลุ้นพร้อมบีมในตอนต่อๆไปนะคะ

    จะได้คะแนนภาษาญี่ปุ่นเท่าไหร่

    แล้วจะได้เข้ามหาลัยอันดับ 1 ที่เลือกไว้หรือไม่ 555

    แต่ทุกคนมีคำตอบในใจแล้วแหละ ถ้ารู้ว่าบีมเลือกที่ไหนที่หนึ่ง และบีมจบจากที่ไหน 555

    BeamSensei

    -------------------

    ต่อตอนหน้า
    อัพทุกวันศุกร์

  • anet 在 BeamSensei Facebook 的最佳解答

    2020-12-18 11:50:00
    有 1,802 人按讚

    Beam’s Story เรื่องของบีมและญี่ปุ่น (EP22)🌸⛩
    【สอบเข้ามหาลัย เตรียมตัวยังไง เลือกมหาลัยอะไรบ้าง !!!】
    ปล.นานแล้วนะ เกิน 10 ปี ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 📚
    แต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับน้องๆและผู้อ่านค่ะ 🏫

    บีมเตรียมอ่านหนังสือสอบเข้ามหาลัยตั้งแต่ช่วงปิดเทอมเล็กม.4 แต่ตอนนั้นอ่านแต่ภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวนะ คือมีเวลาว่างก็พยายามอ่านทบทวน ท่องศัพท์ เอาข้อสอบเก่าๆมาทำ ทำทุกปิดเทอมเลย

    ก็ยอมรับว่าขยันมากมาย ที่ขยันไปก็ไม่ใช่อะไร
    นอกจากภาษาญี่ปุ่นกับคอมพิวเตอร์คือบีมไม่มีอะไรเรียนได้ดีเลยอะ 555

    จนประมาณปลายเทอมม.5มั้งถึงเริ่มเรียนพิเศษวิชาที่จำเป็นต้องใช้ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคม

    ใจนึงบีมแอบเสียดายนะ กับความรู้(ที่ไม่ค่อยเข้าหัว555)ในสายวิทย์ที่บีมเรียนมา หลายๆคนคิดว่าถ้าบีมเรียนภาษาก็ได้ ไปทางสายวิทย์ก็ได้มันน่าจะต่อยอดออกไปได้หลายอย่าง ได้ทั้งวิชาสายวิทย์ แล้วก็ยังได้ภาษาอีก

    ซึ่งบีมก็เคยคิดแบบนั้นแหละ บีมถึงเลือกเรียนสายวิทย์มา แต่พอมาเทียบกับความสุขในอนาคตที่น่าจะไม่มี เพราะทรมานกับการเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบแล้ว

    ก็เลยตัดสินใจ "เท" ทุกอย่างไปหมด เป้าหมายอย่างเดียวคือ “ฉันต้องเข้ามหาวิทยาลัยภายได้ภาควิชาเอกภาษาญี่ปุ่นให้ได้”

    สมัยรุ่นที่บีมสอบเป็นรุ่นที่เรียกว่า Admission โดยใช้ผลสอบ Anet-Onet +คะแนน Gpax ที่โรงเรียนรวมกัน บอกตรงๆว่าคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องจริงๆ คุยกับใครไม่รู้เรื่องด้วย เพราะรอบตัวเราไม่มีใครเป็นเหมือนเราเลย เพราะเราตัดใจแบบทิ้งทุกสิ่งอย่างแล้วเบนไปสายภาษา 100%

    อาจารย์แนะแนวก็ช่วยแนะนำมากไม่ได้ นอกจากบอกว่าให้พยายามเข้านะ เธอน่าจะทำได้แหละ

    สุดท้ายก็ช่วยกันดูกับแม่อย่างเดียวว่าเราจะเลือกที่ไหนบ้าง ใช้คะแนนสอบของอะไรบ้าง สรุปก็คือ เอกภาษาญี่ปุ่นที่บีมจะเลือกมี

    1.อักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย
    2.ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์
    3.มนุษย์ศาสตร์ เกษตร
    4.อักษรศาสตร์ ศิลปากร

    สมัยบีมให้เลือกได้ 4 อันดับค่ะ ซึ่งบีมเลือกตามนี้ เรียงลำลับตามนี้เลย วิชาที่ใช้สอบคือ

    A-net ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น
    O-net ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคม

    บีมถึงได้เทเลขกับวิทย์ได้ด้วยประการฉะนี้ 555
    เทนี่คือ เทหมดหน้าตักนะคะ คือไม่แตะ ไม่อ่าน ไม่ทบทวน ไม่อะไรทั้งสิ้น

    บีมขอไม่พูดถึงมหาลัยอื่นเพราะบีมจำข้อมูลไม่ได้ 555 จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า บางมหาลัยทุกคนต้องเริ่มเรียนนับ 1 ใหม่หมด บางมหาลัยต้องใช้คะแนนญี่ปุ่นเท่านั้นถึงเข้าได้ สามารถเข้าไปเรียนต่อระดับกลางได้เลย ซึ่งบีมขอยกตัวอย่างธรรมศาสตร์

    ธรรมศาสตร์ในตอนนั้นหากจะเข้าเอกญี่ปุ่นรับ 2 แบบ คือ

    1. มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาก่อน ใช้คะแนนญี่ปุ่นยื่น ถ้าติดก็เข้าไปเลย 25 คนของประเทศ

    2. ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมาก่อน ใช้คะแนนอื่นที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นยื่น ห้ามมีคะแนนญี่ปุ่น เข้าไปเอกรวม ลงเรียนวิชาญี่ปุ่นแล้วไปแข่งกันเข้าเอกทีหลัง

    ซึ่งบีมเลือกแบบแรก บีมก็ใช้คะแนนญี่ปุ่นยื่นไปเลย แต่มาคิดย้อนหลังก็ใจกล้ามากนะ ไม่ได้เรียนศิลป์ญี่ปุ่นมาด้วย เรียนพิเศษเป็นงานอดิเรก แต่ประเมินตัวเองจากเพชรยอดมงกุฎที่ผ่านมา ถ้าพยายามมากขึ้นก็น่าจะติดจุฬาได้อยู่

    พูดตามตรงว่า คณะที่บีมใฝ่ฝันคืออักษรศาสตร์จุฬา เพราะด้วยความที่เราได้รับอิทธิพลจากสังคมรอบข้าง ใครๆก็พูดว่าจุฬาๆๆๆ บีมต้องเข้าจุฬาให้ได้

    แต่บีมไม่ได้คิดว่ามหาลัยอื่นไม่ดีนะ เพียงแต่ไม่มีข้อมูลในหัวเลยตอนนั้น ไม่มีอิมเมจเลยว่ามหาลัยอื่นเป็นยังไง รู้จักแค่อักษรจุฬาจริงๆ บีมอยากจะไปยืนจุดที่บีมคิดว่าบีมน่าจะพอใจถ้าบีมทำได้

    จะพูดเรื่องการเตรียมตัวสอบ ทำไมมันยาวขนาดนี้ได้ 555

    บีมค่อนข้างเป็นเด็กที่มีระเบียบกับชีวิต นอกจากการเขียนบันทึกแล้วบีมจะตั้งเวลาและตารางไว้เลยว่าวันนี้บีมจะทำอะไรบ้าง ต้องเสร็จกี่โมง และบีมจะภูมิใจมากถ้าวันนั้นการใช้ชีวิตของบีมเป็นไปตามตารางที่บีมตั้งไว้ ซึ่งทุกวันนี้บีมก็ยังมีนิสัยอย่างนั้นอยู่นะ 555 มันถึงทำเพจมาได้นานขนาดนี้อะทุกคนนน

    ตั้งแต่เด็กๆพ่อแม่ไม่เคยบังคับให้บีมอ่านหนังสือเลย บีมจะอ่านเอง คือเป็นคนไม่เครียดเรื่องอะไรในชีวิตเลย ยกเว้นอย่างเดียวคือเรื่องเรียน เกรดบีมจะตกกว่า 3.8 ไม่ได้ เคยแค่เทอมเดียว ได้ 3.76 บีมร้องไห้ไม่หยุดเลย 555555 บ้าบออออออออออออออ

    คือเราก็มีเป้าหมายของเราอะเนอะ เราเป็นคนที่มีนิสัยตั้งเป้าหมายของตัวเองไว้สูงมากตั้งแต่ตอนเด็กๆ เป้าหมายสูงๆเพื่อทำให้ตัวเราพยายามก้าวไปให้ถึง แต่พอร่วงนี่เจ็บปวดรวดร้าวมากจ้า

    ที่บ้านไม่เคยพูดว่าถ้าแกสอบไม่ได้เกิน 3.8 จะไม่ได้ค่าขนมไรงี้ ไม่มีเลย เป็นคนที่กดดันตัวเองเอง ทำตัวเองล้วนๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

    ดังนั้นตอนปลายๆม.5 บีมก็เริ่มจริงจังละ บีมตั้งไว้เลยว่าวันนี้บีมจะอ่านทบทวนวิชาอะไร กี่โมงถึงกี่โมง ต้องนอนกี่โมงตื่นกี่โมง

    บีมวางหนังสือเรียงไว้เลย ทำตารางไว้เลยของทั้งปี คนส่วนมากทำตารางเป็นวันเป็นสัปดาห์เนอะ ของบีมคือ มีเขียนไว้ตั้งแต่ วัน สัปดาห์ เดือน ปี บ้าไปแล้ว

    วางหนังสือเรียงไว้เต็มห้อง
    อันนี้สำหรับอ่านวันนี้ อันนี้พรุ่งนี้ แยกชัดเจน แบ่งเวลาชัดเจน เทคนิคของบีมคือ

    1. ใช้เวลาครึ่งปีอ่านทบทวนทั้งวิชาที่จะใช้ทั้งหมดก่อน ให้มีข้อมูลวนไปวนมาให้อยู่ในหัว

    2. ไปอ่านที่ไหนมาไม่รู้ว่าไม่ควรอ่านหนังสือดึกๆ ควรอ่านเช้าๆเพราะจะจำได้ดี บีมทำขนาดที่ว่าบีมนอนสอง-สามทุ่ม แล้ว ตื่นตี3 ตี4 ทุกวันเพื่ออ่านหนังสือ 555 แล้วพอตี 5 ก็แต่งตัวไปโรงเรียน บังคับให้พ่อซื้อแบรนด์ซื้อวีต้ามากินด้วย ทำแบบนี้อยู่หลายเดือนเลยนะ
    จริงๆบีมว่าอาหารเสริมไม่น่าช่วยอะไรหรอกมั้ง แต่ช่วยทางจิตใจได้มากเลย 55555555

    3. หลังจากอ่านทบทวนทุกอย่างเสร็จ ก็เริ่มทำข้อสอบเก่าย้อนหลัง 10 ปี ของทุกวิชาที่ต้องใช้

    4. การทำข้อสอบของบีมบีมไม่ได้ทำในหนังสือเลย บีมซื้อกระดาษคำตอบมาแบบที่ใช้สอบที่โรงเรียน อิใบเขียวๆอะ 555
    แล้วเขียนชื่อวิชา เขียนปีของข้อสอบ แล้วกาในกระดาษคำตอบเลย (บีมยังเก็บซากไว้อยู่นะ)

    5. ข้อสอบฉบับเดียวไม่ได้ทำครั้งเดียว เพื่อไม่ให้เบื่อ บีมทำสลับไป สามวิชา อังกฤษไทยสังคม ย้อนหลังประมาณ 10 ปี ข้อไหนผิดเราก็ไปอ่านเฉลยดูว่าผิดได้ยังไง จำที่เราผิดพลาด แล้ววนทำใหม่อีกนะ
    สุ่มเอาว่าจะได้ทำฉบับไหน

    6. ภาษาญี่ปุ่นก็เช่นกัน บีมท่องศัพท์ในหนังสือได้ทุกคำ เพราะบีมคิดว่าเรียนมาแล้วมันไม่ควรลืม โอ๊ย 555
    แล้วบีมเรียนด้วยหนังสือ Minna no Nihongo นะตอนนั้น ซึ่งเด็กที่เรียนศิลป์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เรียนด้วย Akiko to Tomodachi
    ด้วยความที่บีมคิดว่าบีมอาจจะสู้เด็กศิลป์ญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะหนังสือแบบเรียนสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน บีมไปหาซื้อ Akiko to Tomodachi มาหมด 6 เล่มเลย แล้วอ่านตั้งแต่แรกยันจบ ลิสต์คำศัพท์และรูปไวยากรณ์ที่ไม่มีในหนังสืออีกเล่มที่บีมใช้เรียน

    7. ในส่วนของข้อสอบชุดนึงบีมทำหลายรอบเหมือนกัน ทำวนไปโดยการสุ่ม จะได้จำไม่ได้ว่าทำไปแล้วหรือยังไม่ได้ทำ พยายามดูว่าเราผิดตรงไหน ต้องหาคำตอบให้ได้ บีมตั้งเป้าไว้ว่าบีมต้องทำคะแนนภาษาญี่ปุ่นให้ได้เกิน 90 เต็ม 100 ทุกฉบับย้อนหลัง (ตอนทำก็ได้บ้างไม่ได้บ้างนะ แต่ไม่เคยได้ 100 เต็ม ฮ่าๆๆ)

    8. สามเดือนหลังบีมก็เลิกอ่านหนังสือแล้ว ทำข้อสอบเก่าๆอย่างเดียว อันไหนไม่เข้าใจค่อยไปเปิดอ่านทบทวน ซึ่งชีวิตม.6 บีมก็วนอยู่แค่นี้แหละ จนถึงวันสอบ

    ------------------------

    เป็นไงสาวอึดมั้ย
    ยอมรับว่าเป็นคนมีวินัยในตัวเองมากจริงๆ
    ใครมาชมก็คือจะไม่ถ่อมตัวเลย เพราะเรารู้ว่าตัวเองมีนิสัยแบบนั้น

    ก็ภูมิใจว่าความมีวินัยของเราคือสิ่งที่ทำให้เรามีวันนี้นะ ควรภาคภูมิมากกว่าถ่อมตัว 555555555555555555

    อยากรู้แล้วใช่มั้ยวันสอบเป็นยังไง
    น้ำตาแตกหลายรอบเลยจ้า

    รออ่านตอนต่อไปนะ
    *ตอนเก่าๆไถหาเอานะ*

    BeamSensei

你可能也想看看

搜尋相關網站