[爆卦]webroot av-test是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇webroot av-test鄉民發文沒有被收入到精華區:在webroot av-test這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 webroot產品中有520篇Facebook貼文,粉絲數超過27萬的網紅อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์,也在其Facebook貼文中提到, รายการ #ชัวร์แน่หรือแชร์มั่ว EP.27ตอน "วางขวดน้ำในรถ จะทำให้ไฟไหม้ แถมเกิดสารก่อมะเร็ง จริงหรือ ? มีการแชร์โพสต์เตือนภัยกันว่า "การวางขวดน้ำไว้ในรถ จ...

 同時也有1部Youtube影片,追蹤數超過9萬的網紅UZUMAX,也在其Youtube影片中提到,【提供】ウェブルート株式会社 軽くて速くて常に最新の、マルチデバイス対応セキュリティ 「Webroot SecureAnywhere」 https://www.webroot.com/jp/ja/home/ PC、Mac、タブレット、スマートフォンなど最大5台を保護します。 良かったら【コメン...

  • webroot 在 อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ Facebook 的最讚貼文

    2021-09-10 16:18:44
    有 392 人按讚

    รายการ #ชัวร์แน่หรือแชร์มั่ว EP.27ตอน "วางขวดน้ำในรถ จะทำให้ไฟไหม้ แถมเกิดสารก่อมะเร็ง จริงหรือ ?

    มีการแชร์โพสต์เตือนภัยกันว่า "การวางขวดน้ำไว้ในรถ จะมีอันตรายอย่างมาก เพราะเมื่อแสงตกกระทบกับน้ำ จะหักเห เปลี่ยนสภาพเป็นพลังงานความร้อน ก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ จากแหล่งเชื้อเพลิงในรถ เช่น ผ้า/หนังสังเคราะห์/พลาสติก/ยาง" เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องมั่ว ครับ ?

    อันนี้เป็นเรื่องจริง ! ครับ

    เคยมีรายงานแล้วทั้งในต่างประเทศและในไทย แต่มักจะเป็นความบังเอิญมากที่จะเกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักก็คือ ขวดน้ำทำตัวเหมือนเป็น "เลนส์" ที่โฟกัสรวมแสงดวงอาทิตย์ จะเกิดจุดความร้อนที่สูงพอจะทำให้วัสดุในรถติดไฟได้

    หลักการนั้น ก็คล้ายๆ กับที่เราเอา "แว่นขยาย" ซึ่งเป็นเลนส์นูน มารวมแสงโฟกัสลงไปบนพื้น เกิดจุดแสงที่มีพลังงานความร้อนสูง เผาใบไม้ เผากระดาษเล่น ตอนเด็กๆ ซึ่งขวดใสใส่น้ำเปล่า ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติกหรือขวดแก้ว ก็สามารถที่จะทำให้เกิดการโฟกัสแสงที่เข้ามาในรถได้เหมือนกัน

    แต่ผู้เชี่ยวชาญก็บอกด้วยว่า แม้ขวดน้ำจะรวมแสงโฟกัสจนทำให้วัสดุในรถร้อนจัด เกิดควันของการเผาไหม้ขึ้นได้นั้น แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะถึงขนาดติดไฟลุกไหม้อุปกรณ์ในรถ จนไฟไหม้รถทั้งคัน อย่างที่กลัวกัน เพราะผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่จะต้องใช้วัสดุภายในรถที่ทนไฟ ตามมาตรฐานการประกอบรถยนต์ (อ่านเพิ่มเติมใน https://www.livescience.com/62899-water-bottle-fire.html)

    ตัวที่จะเป็นปัญหาจริงๆ คือ จะเป็นข้าวของอย่างอื่นๆ ที่เราทิ้งไว้ในรถเองมากกว่า เช่น แผ่นกระดาษ ผ้า เศษขยะ ถ้าบังเอิ้นบังเอิญ จุดโฟกัสรวมแสงจากขวดน้ำนั้นไปโดนพวกมันเข้าพอดี และเป็นระยะเวลานานเพียงพอที่จะเกิดการลุกไหม้ติดไฟได้

    มีคลิปวิดีโอตัวอย่างที่บริษัท Idaho Power ของสหรัฐอเมริกา ลองทดลองเอาขวดน้ำมาทำเป็นเลนส์ ให้เกิดจุดความร้อนขึ้นในรถ (ดู https://youtu.be/EUdbdalZnEQ) พบว่า ขวดน้ำสามารถทำให้เบาะหนังในรถร้อนขึ้นถึง 99 องศาเซลเซียส และทำให้เกิดรูไหม้ขึ้น 2 รูบนเบาะนั้น
    แต่ๆๆ ก็ต้องอย่าลืมว่า ทั้งขวดน้ำ-แนวแสงแดด-วัสดุเชื้อเพลิง ต้องบังเอิญมาเรียงตัวในระนาบที่เหมาะสมพอดีเป๊ะ ถึงจะเกิดเช่นนี้ได้ / ขวดน้ำเอง ก็ต้องเป็นขวดที่ผิวเรียบ ไม่เป็นร่อง และทรงโค้งกำลังดี ถึงจะเป็นเลนส์ที่เหมาะสม / น้ำที่อยู่ด้านใน ก็ต้องใสมากพอที่จะทำให้แสงผ่านไปได้
    และที่สำคัญที่สุด คือ แสงแดดจะต้องส่องลงมาที่ขวดน้ำ เป็นเวลานานมากเพียงพอ ในมุมที่เหมาะสม กว่าที่จะทำให้จุดรวมแสงนั้นร้อนจัดจนเกิดการลุกไหม้ได้ ... ถ้าแสงส่องผ่านกระจกรถ หรือฟิล์มกรองแสง หรือเป็นวันที่มีเมฆ ก็จะลดปริมาณแสงที่จะผ่านขวดน้ำลงได้

    ดังนั้น การทิ้งขวดน้ำไว้ในรถในวันที่แดดจัด แล้วทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นในรถได้นั้น เป็นไปได้แต่ก็ไม่ได้จะเกิดขึ้นง่ายๆ ต้องบังเอิญมากๆ จริงๆ จึงจะเกิดสภาวะที่เหมาะสมขนาดนั้นได้ ... ถ้ากังวล ก็อย่าทิ้งขวดน้ำเปล่าไว้ในรถในตำแหน่งที่จะโดนแสงแดดได้โดยตรง แค่นั้นก็ปลอดภัยแล้วครับ
    -------------------
    นอกจากนี้ ยังมีการแชร์ข้อความเตือนกันอยู่เรื่อยๆ ว่า "ขวดน้ำวางไว้ในรถ จะเกิดสารก่อมะเร็ง" โดยอ้างว่า "80% ของคนที่ดื่มน้ำที่วางไว้ในรถ จะเป็นมะเร็ง เพราะขวดน้ำแบบ PET นั้น เมื่อโดนความร้อนจะปล่อยสาร BPA ออกมา ส่งผลต่อความผิดปรกติของพันธุกรรม เป็นโรคมะเร็งได้"

    ซึ่งเรื่องนี้ ไม่จริง! นะครับ

    สาร BPA หรือ Bisphenal A นั้น ไม่ได้ใช้เป็นองค์ประกอบของขวดน้ำดื่มใส หรือ ขวด PET ที่เราใช้ดื่มกันเลย สารนี้ ส่วนมากใช้เป็นสารที่เอาไว้ยารอยต่อของโลหะของกระป๋องอาหาร และก็เอาไว้ผลิตพลาสติกพวก PC หรือ Polycarbonate ที่เป็นพลาสติกหนาๆ ทนๆ ใสๆ ) สาร BPA นี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับฮอร์โมนเพศ เลยมีความกังวลกันว่า ถ้าเอาไปทำขวดนมให้เด็กทารก ซึ่งต้องต้มบ่อยๆ จะทำให้สารมันหลุดออกมาและเป็นอันตรายต่อเด็กทารกในระยะยาวได้หรือไม่ เลยมีการรณรงค์ให้เลิกใช้ในขวดนม (แต่ไม่ใช่ในภาชนะของผู้ใหญ่หรืออาหารกระป๋องนะ)

    ส่วนขวดใสใส่น้ำ หรือขวด PET (โพลีเอธิลีน เทเรพธาเลต) นั้น ก็สามารถเก็บน้ำ และวางไว้ในรถได้ แม้จะตากแดดร้อน โดยมีงานวิจัยพบว่า ถ้าจะให้เกิดสารอันตรายอื่นๆ เช่น phthalate และ พลวง ที่ละลายออกมาจากขวดลงไปในน้ำมากเกินมาตรฐาน ก็จะต้องใส่ตั้งขวดไว้ในที่ร้อน อุณหภูมิเกิน 60 องศาเซลเซียส นานเป็นเวลาเกิน 11 เดือน (ดูรายละเอียด https://en.wikipedia.org/wiki/Polyethylene_terephthalate#Safety)

    ส่วนในไทยเองนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้เคยสุ่มตรวจขวดน้ำ PET กว่า 10 บริษัท พบว่าค่าสารที่ละลายออกมานั้นอยู่ในมาตรฐาน (http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/BQSF/File/VARITY/recycle_plastic.htm) และการนำขวดมาใช้ซ้ำนั้น ทาง ก.สาธารณสุข บอกว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องสารเคมีปนออกมา แต่อาจมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่มากกว่า ถ้าล้างไม่ดีพอก่อนที่จะบรรจุซ้ำใหม่

    น้ำที่เก็บในรถ จึงไม่ได้อันตรายหรือก่อมะเร็ง ขวด PET ก็สามารถเก็บน้ำได้นาน (แต่ไม่ใช่ตากแดดไว้เป็นแรมปี) และถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรเอามาใช้ซ้ำ หรือถ้าจะใช้ซ้ำ ก็ต้องล้างให้มั่นใจว่าสะอาดปราศจากเชื้อโรคปนเปื้อนจริง

    ---------------
    ดังนั้น ที่แชร์กันอยู่ว่า "วางขวดน้ำในรถจอดตากแดดไว้ อาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้" อันนี้เป็นเรื่อง "จริง" นะครับ แต่ก็เกิดได้ยากมากครับ ... ส่วนที่บอกว่า "ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง" นั้น เป็นเรื่อง "มั่ว" ครับ

  • webroot 在 อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ Facebook 的最讚貼文

    2020-09-15 09:17:26
    有 280 人按讚

    รายการ #ชัวร์แน่หรือแชร์มั่ว EP. 19 "ไม่ควรดื่มน้ำจากขวดที่ตากแดด จริงหรือ ? "

    มีข่าวลือว่า "ขวดน้ำตากแดด จะทำให้เกิดสารอันตรายขึ้น" เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องมั่ว ?? คำตอบคือ เป็นเรื่องมั่วครับ !!

    1. ขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำดื่มจำหน่ายในประเทศไทยนั้น มักจะมี 2 แบบคือ ขวดสีขาวขุ่นและขวดใสไม่มีสี โดยพวกขวดขุ่นนั้น จะทำจากพลาสติกชนิดโพลีเอทีลีน (PE หรือ polyethylene หรือ PE) ส่วนขวดใส จะทำจากพลาสติกชนิดโพลีเอธิลีน เทเรพธาเลต (polyethylene terephthalate หรือ PET) ซึ่งพบว่า ปัจจุบัน พวกขวด PET จะเป็นที่นิยมใช้มากกว่าขวด PE

    2. ขวด PET ที่นิยมใช้เป็นขวดใสใส่น้ำดื่มหรือเครื่องดื่มต่างๆ นั้น ถูกผลิตมาให้เป็นขวดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่สามารถนำมากลับมารีไซเคิ้ลได้ โดยเมื่อดูที่ก้นขวด มักจะเห็นเครื่องหมายลูกศร วนเป็นสามเหลี่ยมนั่น มีเลข 1 อยู่ตรงกลาง หมายถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้นเป็นชนิด PET

    3. ความที่มีหลายคนนิยมเก็บขวดน้ำดื่มเอาไว้ในรถ ซึ่งบางครั้งต้องไปจอดตากแดดทั้งวันจนมีอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดข่าวลือข่าวมั่วทำนองที่ว่า อุณหภูมิที่สูงมากในรถจะทำให้สารเคมีที่อยู่ในขวดพลาสติกออกมาปนเปื้อนในน้ำ เช่น สาร BPA และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ส่งผลต่อความผิดปรกติของพันธุกรรม เป็นโรคมะเร็งได้

    4. สาร BPA (หรือ bisphenal A) นั้น แม้ว่าจะเป็นสารที่มีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศ และมีความกังวลกันว่าอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ถ้าได้รับเข้าไปมาก แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นองค์ประกอบของพลาสติกที่มาทำเป็นขวด PET แต่อย่างไร ... สาร BPA นี้ ส่วนมากใช้ยารอยต่อของโลหะของกระป๋องอาหาร และใช้ผลิตพลาสติกพวกโพลีคาร์บอเนต (polycarbonate หรือ PC) และเคยนำมาใช้ในการผลิตเป็นขวดนมเด็กทารก แต่ปัจจุบันได้มีการรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้ผลิตภาชนะสำหรับเด็กทารกไปแล้ว

    5.1 นอกจากสาร BPA ก็ยังมีสารเคมีตัวอื่นที่แชร์กันว่าออกมาจากขวด PET อีกเช่น สารไดออกซิน (dionxin) และสารพีซีบี PCB ดังนั้นโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ทำการทดลองนำน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกที่จําหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ต จํานวน 18 ยี่ห้อ ไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน

    5.2 จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่ม Dionxin จํานวน 17 ตัว และ PCB จํานวน 18 ตัว โดยใช้เทคนิคขั้นสูง Isotope Dilution และวัดปริมาณด้วยเครื่องมือ High Resolution Gas Chromatography/High Resolution Mass Spectrometry ... ผลการวิเคราะห์สรุปว่า ตรวจไม่พบ สารประกอบกลุ่ม Dionxin และ PCB ในทุกตัวอย่างน้ำดื่มบรรจุขวด (ดู https://www.hiso.or.th/hiso5/healthy/news.php?names=08&news_id=5429)

    6. จริงๆ แล้ว สารเคมีที่เป็นองค์ประกอบของขวด PET และอาจจะมีออกมาจากพลาสติกชนิดนี้ได้นั้น ก็มีอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น สารอะซิทอลดีไฮด์ (acetaldehyde) แต่มีปริมาณน้อยมาก และไม่น่าจะเป็นกังวล โดยสารอะซิทอลดีไฮด์นี้ แค่อาจจะทำให้น้ำเปล่าในขวดมีกลิ่นที่ไม่น่าดื่ม (ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Polyethylene_terephthalate)

    7. สารอีก 2 ตัว ที่มีคนกังวลเช่นกันว่าอาจจะปนเปื้อนมาในน้ำดื่มได้ เมื่อขวดนั้นถูกตากแดดทิ้งไว้ โดนความร้อนเป็นเวลายาวนาน คือ สารธาเลต (phthalate) และสาร พลวง (antimony) ... แต่จากงานวิจัยในอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 2012 พบว่า ถ้าจะให้ระดับของสารเหล่านี้ละลายออกมาอยู่ในน้ำดื่มบรรจุขวด จนเกินมาตรฐานที่อียูกำหนดไว้นั้น ขวดน้ำดังกล่าวจะต้องตั้งไว้ในที่อุณหภูมิสูงเกิน 60 องศาเซลเซียส นานเป็นเวลาเกิน 11 เดือน (ดูรายละเอียด https://en.wikipedia.org/wiki/Polyethylene_terephthalate#Safety)

    8. ในประเทศไทยนั้น มาตรฐานของขวด PET ที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ ระบุว่าต้องทนต่อความร้อนจัดตั้งแต่ 60 ถึง 95 องศาเซลเซียสได้ โดยเคยมีการสุ่มตรวจขวดน้ำ PET กว่า 10 บริษัท และพบว่า ปริมาณของสารต่างๆ ที่ละลายออกมานั้น ไม่ได้สูงเกินมาตรฐาน (http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/BQSF/File/VARITY/recycle_plastic.htm)

    9. อย่างไรก็ตาม จากการที่ขวด PET ถูกออกแบบมาให้ใช้เพียงแค่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ดังนั้น การที่บางคนนิยมนำมาใส่น้ำบริโภคซ้ำๆ หลายครั้ง ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่แนะนำให้ทำตาม ซึ่งเหตุผลไม่ใช่การกลัวว่าจะมีสารเคมีละลายออกมาจากการใช้ขวดซ้ำ แต่เป็นเพราะว่าอาจจะมีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ ตกค้าง ถ้าล้างทำความสะอาดไม่ดีพอก่อนที่จะใส่น้ำลงไปใหม่ (โดยเฉพาะบริเวณปากขวดนั้น ถ้าล้างไม่สะอาด อาจกลายเป็นที่สะสมเชื้อโรคได้)

    10. บางคนบอกว่า เก็บขวดน้ำดื่มที่ดื่มแล้วบางส่วน ไว้ในรถที่จอดตากแดด เมื่อกลับมาดื่มใหม่วันหลัง พบว่ามีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นในน้ำ เป็นกลิ่นจากสารเคมีออกมาหรือเปล่า ? คำตอบคือไม่ใช่ แต่เป็นกลิ่นที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากของเรา ปนลงไปอยู่ในน้ำ และเจริญเติบโตพร้อมกับสร้างกลิ่นขึ้น พูดง่ายๆก็คือกลิ่นปากเรานั้นเอง 55

    สรุป : น้ำดื่มที่บรรจุขวด PET และเก็บในรถที่จอดตากแดดนั้น ไม่ได้อันตราย ไม่ได้มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อน ตัวของขวด
    PET เอง ก็สามารถเก็บน้ำดื่มไว้ได้นานถ้ายังไม่ได้เปิดขวด (แต่ก็ควรจัดเก็บในที่ที่ไม่ร้อน ไม่ใช่เอาไปตากแดดไว้เวลาหลายเดือน) และถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรเอามาใช้ซ้ำครับ

  • webroot 在 อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ Facebook 的最佳貼文

    2020-08-22 09:21:12
    有 747 人按讚

    สรุปความรู้เรื่อง "ขวด PET บรรจุน้ำดื่ม : ไม่ได้อันตราย ตากแดดได้ แต่ไม่ควรเอามาใช้ซ้ำบ่อยๆ"

    เมื่อวันศุกร์ สถานี thai PBS มาสัมภาษณ์เกี่ยวกับขวดน้ำพลาสติกแบบขวด PET ในประเด็นข่าวลือมั่ว เก่าๆ ที่ว่า "ขวดน้ำตากแดด จะทำให้เกิดสารอันตรายขึ้น" ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร

    วันนี้ ก็เลยเอาข้อมูลเก่ามาเรียบเรียงใหม่ให้อ่านกัน แบบครบทุกประเด็นนะครับ

    1. ขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำดื่มจำหน่ายในประเทศไทยนั้น มักจะมี 2 แบบคือ ขวดสีขาวขุ่นและขวดใสไม่มีสี โดยพวกขวดขุ่นนั้น จะทำจากพลาสติกชนิดโพลีเอทีลีน (PE หรือ polyethylene หรือ PE) ส่วนขวดใส จะทำจากพลาสติกชนิดโพลีเอธิลีน เทเรพธาเลต (polyethylene terephthalate หรือ PET) ซึ่งพบว่า ปัจจุบัน พวกขวด PET จะเป็นที่นิยมใช้มากกว่าขวด PE

    2. ขวด PET ที่นิยมใช้เป็นขวดใสใส่น้ำดื่มหรือเครื่องดื่มต่างๆ นั้น ถูกผลิตมาให้เป็นขวดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่สามารถนำมากลับมารีไซเคิ้ลได้ โดยเมื่อดูที่ก้นขวด มักจะเห็นเครื่องหมายลูกศร วนเป็นสามเหลี่ยมนั่น มีเลข 1 อยู่ตรงกลาง หมายถึงบรรจุภัณฑ์พลาสติกนั้นเป็นชนิด PET

    3. ความที่มีหลายคนนิยมเก็บขวดน้ำดื่มเอาไว้ในรถ ซึ่งบางครั้งต้องไปจอดตากแดดทั้งวันจนมีอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดข่าวลือข่าวมั่วทำนองที่ว่า อุณหภูมิที่สูงมากในรถจะทำให้สารเคมีที่อยู่ในขวดพลาสติกออกมาปนเปื้อนในน้ำ เช่น สาร BPA และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ส่งผลต่อความผิดปรกติของพันธุกรรม เป็นโรคมะเร็งได้

    4. สาร BPA (หรือ bisphenal A) นั้น แม้ว่าจะเป็นสารที่มีลักษณะคล้ายฮอร์โมนเพศ และมีความกังวลกันว่าอาจจะเกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ถ้าได้รับเข้าไปมาก แต่ความจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นองค์ประกอบของพลาสติกที่มาทำเป็นขวด PET แต่อย่างไร ... สาร BPA นี้ ส่วนมากใช้ยารอยต่อของโลหะของกระป๋องอาหาร และใช้ผลิตพลาสติกพวกโพลีคาร์บอเนต (polycarbonate หรือ PC) และเคยนำมาใช้ในการผลิตเป็นขวดนมเด็กทารก แต่ปัจจุบันได้มีการรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้ผลิตภาชนะสำหรับเด็กทารกไปแล้ว

    5.1 นอกจากสาร BPA ก็ยังมีสารเคมีตัวอื่นที่แชร์กันว่าออกมาจากขวด PET อีกเช่น สารไดออกซิน (dionxin) และสารพีซีบี PCB ดังนั้นโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ทำการทดลองนำน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกที่จําหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ต จํานวน 18 ยี่ห้อ ไปวางในรถที่จอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วัน และ 7 วัน

    5.2 จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่ม Dionxin จํานวน 17 ตัว และ PCB จํานวน 18 ตัว โดยใช้เทคนิคขั้นสูง Isotope Dilution และวัดปริมาณด้วยเครื่องมือ High Resolution Gas Chromatography/High Resolution Mass Spectrometry ... ผลการวิเคราะห์สรุปว่า ตรวจไม่พบ สารประกอบกลุ่ม Dionxin และ PCB ในทุกตัวอย่างน้ำดื่มบรรจุขวด (ดู https://www.hiso.or.th/hiso5/healthy/news.php?names=08&news_id=5429)

    6. จริงๆ แล้ว สารเคมีที่เป็นองค์ประกอบของขวด PET และอาจจะมีออกมาจากพลาสติกชนิดนี้ได้นั้น ก็มีอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น สารอะซิทอลดีไฮด์ (acetaldehyde) แต่มีปริมาณน้อยมาก และไม่น่าจะเป็นกังวล โดยสารอะซิทอลดีไฮด์นี้ แค่อาจจะทำให้น้ำเปล่าในขวดมีกลิ่นที่ไม่น่าดื่ม (ดู https://en.wikipedia.org/wiki/Polyethylene_terephthalate)

    7. สารอีก 2 ตัว ที่มีคนกังวลเช่นกันว่าอาจจะปนเปื้อนมาในน้ำดื่มได้ เมื่อขวดนั้นถูกตากแดดทิ้งไว้ โดนความร้อนเป็นเวลายาวนาน คือ สารธาเลต (phthalate) และสาร พลวง (antimony) ... แต่จากงานวิจัยในอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 2012 พบว่า ถ้าจะให้ระดับของสารเหล่านี้ละลายออกมาอยู่ในน้ำดื่มบรรจุขวด จนเกินมาตรฐานที่อียูกำหนดไว้นั้น ขวดน้ำดังกล่าวจะต้องตั้งไว้ในที่อุณหภูมิสูงเกิน 60 องศาเซลเซียส นานเป็นเวลาเกิน 11 เดือน (ดูรายละเอียด https://en.wikipedia.org/wiki/Polyethylene_terephthalate#Safety)

    8. ในประเทศไทยนั้น มาตรฐานของขวด PET ที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดไว้ ระบุว่าต้องทนต่อความร้อนจัดตั้งแต่ 60 ถึง 95 องศาเซลเซียสได้ โดยเคยมีการสุ่มตรวจขวดน้ำ PET กว่า 10 บริษัท และพบว่า ปริมาณของสารต่างๆ ที่ละลายออกมานั้น ไม่ได้สูงเกินมาตรฐาน (http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/BQSF/File/VARITY/recycle_plastic.htm)

    9. อย่างไรก็ตาม จากการที่ขวด PET ถูกออกแบบมาให้ใช้เพียงแค่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ดังนั้น การที่บางคนนิยมนำมาใส่น้ำบริโภคซ้ำๆ หลายครั้ง ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่แนะนำให้ทำตาม ซึ่งเหตุผลไม่ใช่การกลัวว่าจะมีสารเคมีละลายออกมาจากการใช้ขวดซ้ำ แต่เป็นเพราะว่าอาจจะมีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่างๆ ตกค้าง ถ้าล้างทำความสะอาดไม่ดีพอก่อนที่จะใส่น้ำลงไปใหม่ (โดยเฉพาะบริเวณปากขวดนั้น ถ้าล้างไม่สะอาด อาจกลายเป็นที่สะสมเชื้อโรคได้)

    10. บางคนบอกว่า เก็บขวดน้ำดื่มที่ดื่มแล้วบางส่วน ไว้ในรถที่จอดตากแดด เมื่อกลับมาดื่มใหม่วันหลัง พบว่ามีกลิ่นเหม็นเกิดขึ้นในน้ำ เป็นกลิ่นจากสารเคมีออกมาหรือเปล่า ? คำตอบคือไม่ใช่ แต่เป็นกลิ่นที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ในช่องปากของเรา ปนลงไปอยู่ในน้ำ และเจริญเติบโตพร้อมกับสร้างกลิ่นขึ้น พูดง่ายๆก็คือกลิ่นปากเรานั้นเอง 55

    สรุป : น้ำดื่มที่บรรจุขวด PET และเก็บในรถที่จอดตากแดดนั้น ไม่ได้อันตราย ไม่ได้มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อน ตัวของขวด
    PET เอง ก็สามารถเก็บน้ำดื่มไว้ได้นานถ้ายังไม่ได้เปิดขวด (แต่ก็ควรจัดเก็บในที่ที่ไม่ร้อน ไม่ใช่เอาไปตากแดดไว้เวลาหลายเดือน) และถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรเอามาใช้ซ้ำครับ

    ภาพ จาก https://sure.oryor.com/index.php/detail/media_specify/636

  • webroot 在 UZUMAX Youtube 的最佳解答

    2018-08-30 09:00:00

    【提供】ウェブルート株式会社
    軽くて速くて常に最新の、マルチデバイス対応セキュリティ
    「Webroot SecureAnywhere」
    https://www.webroot.com/jp/ja/home/

    PC、Mac、タブレット、スマートフォンなど最大5台を保護します。

    良かったら【コメント】【チャンネル登録】お願いします!
    UZUのYouTubeサイト↓
    http://uzumax.com

    UZUのインスタグラム↓
    https://www.instagram.com/uzumax/?hl=ja
    ・ウズのTwitter↓
    https://twitter.com/uzumax
    ・ウズのブログ↓
    http://ameblo.jp/uzumax
    ・UZUの食べログ↓
    http://tabelog.com/rvwr/002718107/
    ・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・
    ・りあとゆいはの自由動画↓
    https://www.youtube.com/channel/UChJ3sd8-nTrla5LsYDh7qrw
    ・UZU Games↓
    https://www.youtube.com/channel/UCpCHl2zDSpNpyARwfxnL_7A
    ・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・
    ※UZUに紹介してほしいものがある方はお気軽にTwitter(DM)か下記のメールでお問い合せください。
    基本、交通費出してもらえれば全国どこでも出張いたします!(土日限定)

    【撮影機材】
    使用カメラ:
    DC-GH5 (メインカメラ)
    EOS70D (サブカメラ/スチル撮影用)
    GoProHero5(アクションカム)
    MAVIC PRO (ドローン)

    編集ソフト:
    Adobe  premiere CC
    Adobe Photoshop/Lightroom

    マイク:
    AT9945CM(一眼カメラ用)
    AT9934USB(PC録音用マイク)
    バイノーラルレコーディングイヤホン ・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・・
    私UZUにYouTube関連で動画の仕事を頼みたい時はメールください!
    uzumax9@yahoo.co.jp

    ウズの使用している音楽サイト↓
    「フリーBGM・音楽素材MusMus」+「http://musmus.main.jp/」

你可能也想看看

搜尋相關網站