雖然這篇teletronix la-2a鄉民發文沒有被收入到精華區:在teletronix la-2a這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章
在 teletronix產品中有2篇Facebook貼文,粉絲數超過5,434的網紅Claudia Koh 許東晴,也在其Facebook貼文中提到, ⇢July Monthly Favourites 七月最愛⇠ 三個月無做monthly favs, 其實呢個係5,6,7月既favs! 希望大家會去聽下我介紹既歌💕 ❒Full Ver on YouTube, link in bio ❒ 大家保重身體 Please take good care o...
同時也有1部Youtube影片,追蹤數超過2萬的網紅Claudia Koh,也在其Youtube影片中提到,三個月無做monthly favs, 其實呢個係5,6,7月既favs! 希望大家會去聽下我介紹既歌 下面有list出黎 不妨睇下~ 大家保重身體 疫情第三波最嚴重... Please take good care of yourself and others, let's fight this t...
teletronix 在 ??????? ??? 許東晴 Instagram 的最佳貼文
2020-08-10 15:33:18
⇢July Monthly Favourites 七月最愛⇠ 三個月無做monthly favs, 其實呢個係5,6,7月既favs! 希望大家會去聽下我介紹既歌💕 ❒Full Ver on YouTube, link in bio ❒ 大家保重身體 Please take good care o...
-
teletronix 在 Claudia Koh Youtube 的最讚貼文
2020-07-31 11:00:14三個月無做monthly favs, 其實呢個係5,6,7月既favs! 希望大家會去聽下我介紹既歌 下面有list出黎 不妨睇下~
大家保重身體 疫情第三波最嚴重... Please take good care of yourself and others, let's fight this together!
Don't forget to subscribe!
➫ Instagram: https://instagram.com/claudia.koh
➫ Facebook: https://facebook.com/claudiakohtc
-------------------------------------
♥July 2020 Favourites♥
Songs:
Claudia Koh - Beautiful Soul/深邃之處
https://youtu.be/YlWQW1OtsWg
LISA - 紅蓮華
https://youtu.be/CwkzK-F0Y00
Music Video:
Edward.C 陳浩 - 名為愛的日常備忘
https://youtu.be/N4OVghnqirs
My Mixing:
Lester Lam - Battles
https://youtu.be/31iZPSIsdXw
Oscar Tong - 解答
https://youtu.be/LPknSNL-lto
Song Mixing:
Ry X - YaYaYa
https://youtu.be/yT13r0xVF5M
Plug-ins:
UAD Teletronix LA-2A Legacy
KiloHearts Distortion
#每月最愛 #july #favourites
teletronix 在 Claudia Koh 許東晴 Facebook 的最佳解答
⇢July Monthly Favourites 七月最愛⇠
三個月無做monthly favs, 其實呢個係5,6,7月既favs! 希望大家會去聽下我介紹既歌💕
❒Full Ver on YouTube, link in bio ❒
大家保重身體 Please take good care of yourself and others🥺
.
.
.
♡Songs:
Claudia Koh - Beautiful Soul/深邃之處
LISA - 紅蓮華 @xlisa_olivex
♡Music Video:
Edward.C 陳浩 - 名為愛的日常備忘 @ec_edwardchan @chesterkkm
♡Mixing:
Lester Lam - Battles @lestereekee
Oscar Tong - 解答 @oscartong1111
Ry X - YaYaYa @ryx
♡Plug-ins:
UAD Teletronix LA-2A Legacy
KiloHearts Distortion
teletronix 在 แปลงซะเสีย Facebook 的最讚貼文
Kings of Leon - Only By The Night (2008)
ในช่วงปลายปี 2007 นักร้องนำและมือกีต้าร์ของวง Caleb Followill เล่นเพลงที่ยังแต่งไม่เสร็จเพลงนึงให้กับวงและโปรดิวเซอร์ Jacquire King และ Angelo Petraglia ฟัง เพลงนั้นชื่อว่า "Sex On Fire" ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กส์เขาต้องการความเห็นจากใครซักคนว่าเพลงนี้คุ้มค่าที่จะทำต่อมั้ย หลังจากนั้นเขาดันมีอุบัติเหตุ ทำให้มีอาการบาดเจ็บที่ไหล่ หมอบอกว่าให้เขาหยุดเล่นกีต้าร์ประมาณ 8 สัปดาห์ แต่เขาไม่เชื่อหมอและฉีดยาแก้ปวดทำให้แขนขวาพอจะขยับได้ เขาหยิบกีต้าร์ขึ้นมาลองเล่นและได้ท่อนริฟฟ์อินโทรของเพลงนี้มา แม้จะฟังดูทรมานไปหน่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะหลังจากนั้นอัลบั้ม Only By The Night ก็ดังระเบิดไปทั่วโลก
Jacquire King โปรดิวเซอร์เล่าว่า "Caleb จะเล่นกีต้าร์ไฟฟ้าหรืออคูสติคให้พวกเราฟังถึงไอเดียที่เขาแต่ง อย่างเพลง 'Sex On Fire' ทุกคนรู้สึกว่าเมโลดี้และตัวเพลงมันเยี่ยมมาก และวงก็ขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องเพลงที่เกี่ยวกับเซ็กส์ ดังนั้นเราเลยสนับสนุนให้เขาทำเพลงนี้เพราะเพลงร็อคแอนด์โรลส่วนมากก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องต้องห้ามทั้งนั้น"
"เราคัดเลือกเพลงมาทั้งหมด 18 เพลงที่เราอยากจะทำกันในอัลบั้มนี้ เรามีเวลาประมาณ 2- 3 สัปดาห์สำหรับจัดเตรียมการทำพรีโปรดัคชั่นตลอด 2 เดือนหลังจากนั้นโดยวงจะตั้งเครื่องไว้กลางห้องซ้อมขนาดใหญ่ที่มีระบ P.A. เมื่อวงเล่นสดพร้อมกันเราจะเริ่มเรียบเรียงแบบคร่าวๆ เพื่อนำไปพัฒนาต่อในห้องบันทึกเสียง ผมไม่ชอบการกำหนดไอเดียที่มีแบบตายตัวในตอนพรีโปรดัคชั่น เพราะคุณไม่มีทางจะรู้ว่าเพลงจะออกมาเป็นยังไงจนกว่าจะได้อัดเสียงมัน สำหรับผมพรีโปรดัคชั่น คือการจัดการและพูดคุยกันเกี่ยวกับเพลงเพื่อให้วงพร้อมที่จะเข้าไปใช้ห้องอัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ" Jacquire King อธิบาย
อัลบั้ม Only By The Night บันทึกเสียงกันที่ Blackbird Studio D ในช่วงเดือน ม.ค. ปี 2008 Jacquire King อัดเสียงวงแบบเล่นสดพร้อมกันในสตูดิโอลงสู่เทป 16 แทร็ค ซึ่งเขาเคยใช้ในอัลบั้มชุดที่แล้วของวง (Because Of The Times) "4 ปีที่แล้วผมอัดทุกอย่างลงเทป ใช้บอร์ดคอนโซลของ TG จากห้องอัด Abbey Road ไม่มีการใช้คอมพิวเตอร์ ทุกอย่างเป็นแบบอนาล็อก มิกซ์แบบ manual ไม่มี automation ผมอัดเบสิคแทร็คโดยใช้ไมค์ 7 ตัว Caleb ร้องไปพร้อมๆกับวง ไม่มีเพลงไหนที่ใช้เกิน 12 แทร็ค เป็นการอัดเสียงที่เร็วมาก"
"สำหรับอัลบั้มนี้พวกเขายังเล่นสดพร้อมกันเหมือนเคย ห้องของ Blackbird ใหญ่มากๆ แต่เราก็ตั้งเครื่องไม่ห่างกันมากนัก ผมไม่สนใจว่าเสียงจะรั่วเข้าหากันรึเปล่า เพราะมันทำให้เพลงดูมีมิติขึ้น เป้าหมายหลักของผมในอัลบั้มนี้คือใช้เวลากับเรื่องโปรดัคชั่นและเสียงร้องของ Caleb เขาจะร้องไกด์ไปตอนที่เล่นพร้อมกันด้วย แต่เสียงร้องไกด์ที่เอามาใช้จริงมีแค่ในเพลง 'Cold Desert' ส่วนเพลงที่เหลือจะอัดโอเวอร์ดับเข้าไปใหม่ เขามีเสียงร้องที่ดี แต่เราต้องการรายละเอียดมากกว่านั้น เราจึงอัดเสียงเครื่องดนตรีก่อน แล้วค่อยคุยกับเขาว่าอยากนำเสนอด้วยวิธีไหนในแต่ละเพลง โดยปรกติเขาจะร้องแค่เพลงละ 3 - 4 เทค และเราจะเลือกดูความแตกต่างในแต่ละเทคหรือบางทีก็ใช้เทคนั้นยาวเลย"
"เราทดลองหลายอย่างในเรื่องซาวด์ แทนที่จะใช้พลังงานจากเล่นสดเหมือนในชุดก่อนๆ เราต้องการโครงสร้างเพลงที่กว้างและมีเลเยอร์ที่เยอะขึ้น เราเปลี่ยนเซ็ตอัพของกลอง แอมป์ กีต้าร์ และ เอฟเฟค เพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละเพลง ที่ Blackbird มีอุปกรณ์ดนตรีที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่เราอยากจะได้ ผมอัดเสียงด้วยบอร์ด API 96
แชนเนล และใช้ Neve BCM10 เป็น sidecar (อุปกรณ์เสริม)"
ที่สตูดิโอ Blackbird มีไมค์โครโฟนกว่า 1,300 ตัว รวมไปถึงปรีไมค์และ outboard gear คุณภาพสูงอีกมากมาย ทำให้ King สามารถทดลองอะไรก็ได้ที่เขาต้องการ
"อย่างที่ผมบอกแต่แรก สิ่งหนึ่งที่ผมต้องการทำในอัลบั้มนี้ก็คึอ การจัดวางตำแหน่งของเสียงเพื่อสร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละเพลง ผมอยากให้มันเป็นโปรดัคชั่นแบบจริงจังในอัลบั้มนี้ พวกเขาเคยอัดเสียงในแบบที่ไม่ซับซ้อนและทำมันได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งงานก็ออกมาดีเพราะพวกเขาเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นในฐานะนักดนตรีพวกเขาต้องมีการเปลี่ยนแปลงและต้องเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ
ดังนั้นผมจึงต้องเปลี่ยนเซ็ตอัพอุปกรณ์เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในเพลงนั้นๆ ผมจะอัดแต่เสียงที่ผมต้องการจริงๆ แทนที่จะเซ็ตทุกอย่างเหมือนเดิมแล้วไปหาทางทำให้มันออกมาดีตอนมิกซ์ มันถือเป็นเรื่องจำเป็นมากไม่ว่าจะอัดเสียงอะไรก็ตามที่คุณให้คุณค่ากับมัน การตัดสินใจของคุณจะส่งผลสู่กระบวนการถัดไป ถ้าคุณปรุงแต่งมันเยอะ มันไม่มีทางจะเหมือนเสียงที่คุณได้ยินในหัวตอนแรก"
เบส อัดเสียงผ่าน DI และ ตู้ SVT จ่อด้วยไมค์ Neumann U47 จากนั้นทั้งสองสัญญาณจะเข้าสู่ปรีแอมป์ของ Neve 1081 และคอมเพรสเซอร์ของ Teletronix LA2A ส่วนแทร็ค DI จะเพิ่มคอมเพรสเซอร์ของ Dbx 160 และ ผสม subharmonic ซินธ์โบราณ Dbx Disco Boombox เพื่อเพิ่มย่านโลว์ เนื่องจาก Jared มือเบสชอบเล่นโน้ตตัวสูงๆ
กลอง จะเปลี่ยนไมค์เกือบทุกเพลง
สำหรับเบสดรัม ใช้ไมค์ Shure Beta 52, Electrovoice RE20, Sennheiser MD421, Neumann FET 47 หรือ NS10 (เอาดอกลำโพงมอนิเตอร์ Yamaha NS10 มาใช้แทนไมค์รับเสียง เพื่อได้เสียงย่าน Sub ปัจจุบัน Yamaha ผลิตออกมาขายใหม่เป็น Subkick - แอดมิน) สแนร์ใช้ SM57, ทอมใช้ Josephson E22S, โอเวอร์เฮดใช้ Telefunken Elam 251, ไรด์และไฮแฮทใช้ RCA77, รูมใช้ Neumann U67, M49, AKG C12, RCA 44 และ Royer SF12 ในห้องเอคโค่แชมเบอร์
กีต้าร์ แต่ละคนจะใช้ตู้ 2 ตู้ จ่อด้วยไมค์ SM57 และ Neumann U67 ผ่านเข้าปรีไมค์ของ API และ API 550A EQ
เสียงร้องของ Caleb ใช้ไมค์ SM57 ต่อเข้าปรีไมค์ Chandler TG2, Neve 1073 EQ และคอมเพรสเซอร์ LA2A สำหรับ De-esser ใช้ Dbx 902
Jacquire King อัดเสียงเบสิคแทร็คลงเทปอนาล็อก 16 แทร็ค ก่อนจะถ่ายลง Pro Tools ในระบบ 24–bit, 96kHz โดยใช้ A–D converters ของ Apogee เขาจะอัดเสียงโอเวอร์ดับและมิกซ์ทั้งหมดใน Pro Tools
ที่มาของชื่ออัลบั้ม Caleb บอกว่า "สำหรับผมมันเหมือนเป็นการกลับมาของ Kings of Leon ไม่ใช่แค่ในฐานะวงดนตรี แต่ในฐานะของเพื่อน ทุกคืนหลังจากอัดเสียงเสร็จเราจะไปที่บาร์ด้วยกัน กินดื่มพูดคุยถึงสิ่งที่เราจะต้องทำในวันถัดไปแทนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน มันให้บรรยากาศแบบครอบครัว (ก็เป็นพี่น้องกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ - แอด
มิน) นั่นคือที่มาของชื่ออัลบั้ม Only By the Night
...