[爆卦]self-insert ao3是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇self-insert ao3鄉民發文沒有被收入到精華區:在self-insert ao3這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 self-insert產品中有1篇Facebook貼文,粉絲數超過1萬的網紅Taepoppuri,也在其Facebook貼文中提到, ถึงซานต้า ปีนี้ผมเป็นเด็กดี ถ้าผมขอหมาตัวใหญ่ๆสักตัวจะได้ไหม ผมอยากให้มันช่วยปกป้องพ่อให้ปลอดภัยเวลาไปออกหาอาหารนอกบ้าน มันจะช่วยปกป้องบ้านเราจากพวก...

 同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...

  • self-insert 在 Taepoppuri Facebook 的精選貼文

    2020-06-22 15:08:28
    有 735 人按讚

    ถึงซานต้า
    ปีนี้ผมเป็นเด็กดี ถ้าผมขอหมาตัวใหญ่ๆสักตัวจะได้ไหม

    ผมอยากให้มันช่วยปกป้องพ่อให้ปลอดภัยเวลาไปออกหาอาหารนอกบ้าน

    มันจะช่วยปกป้องบ้านเราจากพวกสัตว์ประหลาด

    และช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมเวลาที่พ่อขังตัวเองในห้องนอน

    ผมวาดรูปให้ดู ขอน้องหมาหน้าตาประมาณนี้นะฮะ

    และขออีกอย่างได้ไหมครับ?

    ผมอยากได้ปืนสักกระบอก

    ถ้าผมแข็งแกร่งขึ้น พ่อผมก็น่าจะมีความสุขกว่านี้

    ขอบคุณมากๆครับ
    เอริค

    ------------------------------

    เล่าสู่กันฟัง The Last of Us Part 2
    [คำเตือน : ยาว]

    นี่ก็เป็นความรู้สึกของเราหลังเล่นจบ
    แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกพูดถึงภาพรวมของเกม ไม่มีสปอยล์ ส่วนที่สองพูดถึงเนื้อเรื่อง มีสปอยล์นะคะ
    .
    .
    =เกมที่ไม่ได้ทำมาเพื่อมอบความสุข=

    ถ้าคาดหวังความถูกใจที่ได้เล่นเป็นตัวเอกที่น่าเอาใจช่วย ถึงจะเหงาเศร้าแต่ฟีลกู้ด บทส่ง เกมนี้ไม่ตอบโจทย์เลยค่ะ ทุกตัวละครเป็นแค่คนที่มีข้อบกพร่อง มีโง่มีบ้ามีพลาด ต้องบอกว่า เกมนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อเอนเตอร์เทน ด้วยธรรมชาติของเกมในภาคแรกก็ไม่ใช่เกมโลกสวยอยู่แล้ว แต่ภาคนี้จะพาไปไกลกว่าที่คิดฝันเยอะ

    เป็นโลกที่คนปล่อยด้านมืดออกมาอย่างไม่ปิดบัง

    ตลอดการเดินทางจะถูกอัดด้วยความเครียด บีบคั้น กดดัน ทับถมกันชั้นแล้วชั้นเล่า จนผู้เล่นขยะแขยงกับความรุนแรงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ การเติบโตของตัวละครนั้นถูกเล่าผ่านโลกที่โหดร้ายและเรื่องของการกระทำที่โหดร้ายยิ่งกว่า
    .
    ประเด็นถัดมาคือ เกมไม่เหมือนกับภาพยนตร์ เพราะมีเรื่องของการเล่น/การบังคับเข้ามาเกี่ยวข้อง แง่นึงของการได้บังคับตัวละครก็คือทำให้มีรู้สึกร่วม บางคนอดไม่ได้ที่จะสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆ แต่อีกมุมก็คือถ้าเราไม่เห็นด้วยกับการกระทำหรือการตัดสินใจของตัวละคร ก็จะ off-putting...คือเกิดความรู้สึกขัดแย้งอย่างรุนแรงจนอึดอัด
    .
    ทั้งสองข้อนี้คือสิ่งที่ผู้สร้างเจตนาทำ จนเป็นเกมที่ทำให้รู้สึกหลายอย่างแบบที่ไม่เคยรู้สึกในเกมอื่น คือเล่นไปก็หนึบๆถ่วงหัวใจไปทั้งเกม เหมือนโดนถีบตกเหววูบแล้ววูบอีก เหตุการณ์และตัวละครพัฒนาไปในทิศทางที่เราได้แต่รู้สึกสิ้นหวัง
    .
    ระหว่างการเล่นจนใกล้จบนั้น เรื่องราวทำได้ดี แต่ยังไม่รู้สึกชอบ คือต้องแยกก่อนว่า ‘ดี’ กับ ‘ชอบ’ ไม่ได้เหมือนกัน ‘ดี’ แต่ก็อาจ ‘ไม่ชอบ’ เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่อยากให้เกิด มันทุกข์ มีแต่ negative feelings
    .
    แต่เพราะทั้งหมดนี้ บทสรุปมันถึงมีความหมาย ตอนไปถึงฉากสุดท้าย เราก็ไม่รู้ว่าเราคาดหวังอะไร เหมือนหัวจิตหัวใจมันน่วมไปหมดแล้ว แต่เรื่องราวช่วงสุดท้ายมันปลดล็อค ขจัดตะกอนทั้งหมดที่รู้สึกมาทั้งเกม สำหรับเราเป็นฉากจบที่สมศักดิ์ศรีกับเรื่องราว The Last of Us เหมือนกับตอนจบภาคแรก คือไม่อยากให้หลายๆอย่างเกิดขึ้นแบบนี้เลย แต่มันเป็นฉากจบที่ตราตรึงใจ
    .
    ไม่แปลกใจกับกระแสชื่นชมและก่นด่าที่มาพร้อมกัน เพราะเป็นแนวทางการเดินเรื่องที่ไม่ถูกใจหลายคนแน่นอน ซึ่งเราก็เห็นเหตุผลของทั้งสองมุมนะ และคิดว่าไม่จำเป็นที่จะมีใครต้องเปลี่ยนใจ สำหรับคนที่ได้เล่นได้สัมผัสมาเอง ประสบการณ์และความรู้สึกนั้นคือของจริง ที่ความคิดเห็นอื่นใดของใครก็ไม่ได้มาลดทอนคุณค่านั้น เราเชื่อว่าสามารถเล่นเกมเดียวกันและรู้สึกต่างกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องดูถูกกันและกัน
    .
    สำหรับเรื่องพล็อตที่หลุดมาก่อน ไม่พูดถึงว่าตรงหรือไม่ตรง แต่มันไม่ได้พิสูจน์คุณภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเกมเลยแม้แต่เศษเสี้ยว…พูดบ่อยๆว่า’เกม’คือสิ่งที่ออกแบบมาให้’เล่น’ ไม่ว่ายูทูปหรือการอ่านรายละเอียดใดๆก็ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะการเล่นมันคือส่วนหนึ่งของ narrative และเกมนี้ก็มีรายละเอียด (nuance) ระหว่างการเล่นเยอะมาก
    .
    แน่นอนว่ามีโอกาสที่จะเล่นจบแล้วไม่คลิก แต่ payoff ของเกมนี้ จะได้ผลผ่านการเล่นเท่านั้น เหมือนถ้าเราจะเข้าใจใครคนนึงได้ ก็ต้องใช้ชีวิตมากับเค้าจริงๆ ไม่ใช่ฟังคนอื่นเล่ามา
    .
    พูดถึงรายละเอียด เกมนี้ในแง่โปรดักชั่นและระบบการเล่น ถือเป็นงานละเอียดที่สุดของค่ายหมาซน ทั้งงานภาพ คัทซีน แอคติ้ง อาร์ตไดเรคชั่น อนิเมชั่น เลเวลดีไซน์ อาวุธ ศัตรู คือโปรดักชั่นค่ายนี้ดีอยู่เป็นนิสัย ซึ่งก็รักษามาตรฐานจากภาคแรกได้ยอดเยี่ยมและเพิ่มสเกลเข้าไปอีก
    .
    ถึงเรื่องราวของเกมจะหดหู่แต่ฉากหลายๆฉากคือความสวยงามที่รีดศักยภาพของ PS4 มาได้จนหยดสุดท้าย รวมไปถึงการตกแต่งเล็กๆน้อยๆเพิ่มความสมจริงในฉาก ทั้งเรื่องราวบนโน็ต การตกแต่งภายในของทุกๆสถานที่ ใช้เวลาในการสำรวจฉากได้นานๆเพราะรายละเอียดมันน่าสนใจจริงๆ ไม่ว่าจะห้องหนุ่มชอบต่อโมเดล ห้องเด็กแสบ เรือที่คนฆ่ากันเองเพราะพารานอยด์ ศพคนที่พยายามปกป้องครอบครัว โจรที่โดนขังห้องนิรภัย
    .
    ส่วนฉากน่ากลัว...คือน่ากลัวเชรี่ยๆ...ด่านตึกร้างสูงกับโรงพยาบาลท้ายเกมยกให้สยองที่สุดในเจ็นนี้เลย ด้านลูปเกมเพลย์นั้นไม่แตกต่างจากภาคแรก จะเรียกว่าเป็น DLC ยังได้ คือไม่มีมีนวัตกรรมแปลกใหม่อะไร แต่ที่ต่างคือเลเวลดีไซน์ ทำให้ทางเลือกในการรับมือมีศัตรูเยอะขึ้นมาก รู้สึกว่าการเล่นมีมิติขึ้น
    .
    มีบั๊กอยู่สองสามรอบ อันแรกน้ำตกเจอกลิทช์อะไรไม่ทราบกลายเป็นสีรุ้งกระพริบปริบๆแบบแถบไฟงานวัด รอแล้วรออีกก็ไม่หายยังกับเอลลี่เมาเห็ดแล้วตาลาย...ส่วนงาน texture โหลดไม่ทันมีมาบ้างเป็นระยะ เจอปัญหาเทคนิคัลบ่อยสุดที่เล่นมาของเกมค่าย แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ด้วยจำนวนคอนเทนต์มหาศาลเลยให้อภัยได้เพราะเข้าใจว่าซับซ้อน
    .
    อีกจุดที่เคยมีปัญหาในภาคแรกอย่างระบบ AI ของเพื่อน ก็ทำมาดีขึ้น รู้สึกว่ามีประโยชน์ (อีหนูดีน่าช่างOP) ยังมีจังหวะยืนบังทางไปต่อบ้าง แต่ไม่ถึงกับวิ่งไปวิ่งมาให้ศัตรูเห็นอย่างภาคแรก เสียงประกอบต่างๆทั้งการพากย์ของเพื่อน ศัตรู ก็ยอดเยี่ยม ใส่หูฟังแล้วเจอพวกสตอลเกอร์ครั้งแรกสะดุ้งเบย พวกบอสน่ากลัวๆแบบ absolute unit ก็มีเสียงประกอบชวนให้ขวัญบิน
    .
    โดยสรุปแล้ว ด้วยความใส่ใจในรายละเอียด ทำให้ระบบการเล่นของเกมนี้เป็นหนึ่งในงานที่ดีที่สุดของนอธตี้ด็อก เป็นเกมที่คราฟต์มาอย่างประณีต พร้อมด้วยเนื้อหาหนักหน่วงชวนให้คิด มีทั้งจุดที่โหยหาจุดที่ขัดใจจุดที่รังเกียจ แต่ทั้งหมดมันสมเป็นเรื่องราวของ The Last os Us อย่างแท้จริง สำหรับเราเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและประทับใจค่ะ
    .
    .
    .
    [**ต่อจากนี้ จะมีสปอยล์เนื้อหา**]
    .
    .
    .

    =Love & Hate=

    เล่นจบแล้ว สิ่งที่รู้สึกประเด็นแรกเลย คือสถานะของผู้เล่น พูดถึงไปก่อนหน้านี้ว่าเกมเป็นสื่อที่ต้องเล่าเรื่องผ่านการเล่น คนก็มักจะเผลอ self insert สวมบทเป็นตัวละคร (ซึ่งเกมอื่นหลายๆเกมก็สนับสนุนให้เป็นแบบนั้นด้วย) และคาดหวังว่าตัวละครจะทำในสิ่งที่เราคิดจะทำ ถ้ามันทำอะไรที่ขัดใจเรา ก็จะรู้สึกหงุดหงิด ไม่ชอบ
    .
    ปัญหาคือตัวละครในเกมนี้มันทำในสิ่งที่ขัดใจคนทั่วไปแทบจะทุกอย่างเลย เพราะว่าโลกของเรากับตัวละครมันต่างกัน เราไม่คุ้นชินกับความโหดร้ายรุนแรงที่เป็นนอร์มของโลกในเกม เราไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ไม่มีศีลธรรมจนเกินไป
    .
    เหมือนกับตอนจบภาคแรกที่หลายคนไม่ชอบที่โจเอลเลือกช่วยเอลลี่ ทำลายโอกาสในการสร้างวัคซีนตามที่ไฟร์ฟลายเชื่อ แล้วฆ่าทุกคนทั้งหมด แม้แต่มาร์ลีนก็ถูกฆ่าทั้งที่ร้องขอชีวิต หลายคนเกลียดที่โจเอลเห็นแก่ตัว สำหรับภาคนี้ มันมีอะไรแบบนั้นแทบจะทั้งเกม
    .
    สิ่งที่เรามองคือ เค้าแต่งเรื่องราวของตัวละครเหล่านี้ให้เป็นตัวของมันเอง ไม่ได้แต่งเอาใจคนเล่น ทุกคนในเรื่องเป็นแค่คนธรรมดา มีเหตุผลของการกระทำของมันเอง เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องของตัวละคร ไม่ใช่เรื่องราวของเรา
    .
    เราที่ชอบตอนจบภาคแรกเห็นด้วยกับโจเอลมั้ย ก็ไม่ และไม่คิดว่าจะทำแบบเดียวกัน แต่เราชอบเพราะเรื่องราวมันบอกเล่าให้เข้าใจว่าทำไมโจเอลถึงเลือกแบบนั้น เราสามารถเข้าใจมุมมองของตัวละครที่เราไม่ได้เห็นด้วยได้ เพราะเราเล่นในสถานะคนที่ดูพัฒนาการของตัวละครเหล่านี้ ไม่ได้เล่นเป็นตัวมัน
    .
    โจเอลและเอลลี่ไม่ใช่ฮีโร่ พอๆกับที่แอ๊บบี้ไม่ใช่ตัวร้าย แต่มันเป็นธรรมชาติที่จะแปะป้ายตัวละครว่าเป็นฝ่ายอะไร เรียกแค่ว่ามันเป็นฝ่ายถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เราจะได้เข้าข้างฝั่งที่ถูก ซึ่งถ้าทำแบบนั้น เราจะไม่เห็นมิติของความเป็นมนุษย์ของตัวละครเลย
    .
    สิ่งที่เกิดขึ้นกับโจเอล ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับบาปบุญ เป็นเรื่องของผลจากการกระทำ โจเอลทำร้ายคนอื่นเพื่อความสุขของตัวเอง คนที่ถูกทำร้ายก็กลับมาล้างแค้นในตอนที่โจเอลประมาท ถ้าสำรวจบ้านของโจเอลจะเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปมาก มีสิ่งที่สุนทรีย์ทั้งการสร้างเครื่องดนตรี ฝึกแกะสลัก การได้ใช้ชีวิตในแจคสันอย่างสงบสุขมาหลายปี ได้เห็นเอลลี่เติบโต มันลบความแข็งกร้าว และการปิดกั้นตัวเองออกไป
    .
    ความตายของโจเอลไม่ต่างอะไรกับคนที่โจเอลเคยฆ่าเคยทรมาน อย่างที่บอกว่าโจเอลไม่ใช่ฮีโร่ที่จะต้องได้ตายอย่างสมเกียรติมีศักดิ์ศรี ในโลกที่ความรุนแรงเป็นเรื่องธรรมดา เด็กสิบขวบก็ฆ่าคนแล้ว โจเอลเองก็อาจจะเคยคิดไว้แล้วด้วยซ้ำ ถึงได้พูดว่าจะฆ่าก็ทำเลย
    .
    การรับบทเป็นแอ๊บบี้ทำให้หลายคนรับไม่ได้ เพราะในสายตา เธอคือตัวร้าย แต่ถ้าเราได้รู้เหตุการณ์ของฝั่งเธอก่อน มุมมองของเราจะยังเป็นแบบนี้รึเปล่า ถ้า TLoU1 เป็นเรื่องของไฟร์ฟลายที่ต่อกรกับอำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้อง สุดท้ายกลับถูกฆ่าล้างกองทัพ รวมถึงเสียพ่อที่กำลังจะสร้างวัคซีนช่วยโลก
    .
    สำหรับเรา ไม่ได้รู้สึกว่าผู้สร้างต้องการให้ชอบแอ๊บบี้ แต่เป็นเรื่องของคนอีกด้านหนึ่ง ที่มีหลายมุมเหมือนกับเอลลี่ ที่จะเปิดใจดู ไม่ใช่เพื่อเห็นด้วย ไม่ใช่เพื่อ justify การกระทำของเธอ แต่เพื่อเห็นเธอเป็นมนุษย์คนนึง เหมือนกับที่เข้าใจโจเอลในตอนจบภาคแรก
    .
    .
    ความสัมพันธ์ของเอลลี่กับโจเอลก็ยังเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเกมนี้ เกมค่อยๆเฉลยว่าสี่ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่ผูกพันกันขนาดไหน ตั้งแต่การสอนเล่นกีต้าร์ การไปพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ร้างด้วยกัน จนถึงการแตกหักเมื่อเอลลี่รู้ความจริงที่โจเอลทำกับไฟร์ฟลาย แม้คืนก่อนหน้าที่โจเอลจะตายก็ยังทะเลาะกัน
    .
    แต่แรกจะเข้าใจว่าเอลลี่ตามล้างแค้นเพราะจริงๆยังไงก็รักโจเอล แต่ในตอนหลังที่แอ๊บบี้ไว้ชีวิตเป็นรอบที่สอง ได้กลับมาอยู่อย่างสงบกับเจเจและดีน่า พอเจอเบาะแสของทอมมี่ก็ยังจะตามไปฆ่าแอ๊บบี้อีก ตอนนั้นเป็นจุดที่เล่นแล้วอึดอัดที่สุด คิดว่าเอลลี่คงไม่สามารถกลับมามีความสุขได้อีก
    .
    จนช่วงสุดท้ายถึงได้รู้ว่า คืนก่อนโจเอลตาย เอลลี่ได้ไปหาที่บ้าน และพูดความในใจ โจเอลบอกว่าถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ต่อให้รู้ว่าเอลลี่จะเกลียดเขา เขาก็จะทำเหมือนเดิม
    .
    สำหรับโจเอล เอลลี่คือคนที่รักที่สุดที่แลกกับโลกได้ทั้งใบ ส่วนเอลลี่เองจะโกรธโจเอลที่มาแย่งจุดประสงค์ในการใช้ชีวิตไปขนาดไหน แต่ที่สุดในใจแล้วก็รู้ดีว่าโจเอลรักตัวเองมากถึงทำแบบนั้น

    ‘หนูไม่คิดว่าชีวิตนี้จะให้อภัยคุณได้’
    ‘แต่หนู...จะพยายามนะ’

    โจเอลหลั่งน้ำตาที่เอลลี่จะให้อภัยตัวเอง ส่วนเอลลี่ก็พร้อมจะก้าวต่อไป แต่แล้วแอ๊บบี้ก็มาฆ่าโจเอลไปเสีย... มันไม่ใช่แค่การฆ่าคนที่เอลลี่รัก แต่เหมือนขโมยโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าจะให้อภัยโจเอลไปด้วย มันเป็นเหตุผลว่าทำไมเอลลี่ถึงปล่อยวางไม่ได้ ทำไมถึงไปต่อไม่ได้
    .
    ตลอดทั้งเกม เอลลี่มีแต่ความทุกข์ระทม คิดถึงทีไรก็เห็นแต่ภาพโจเอลตายอย่างทารุณ ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งอื่นอีก การฆ่าแอ๊บบี้คือ closure เดียวที่ยึดเหนี่ยวไว้
    .
    ในบทสรุป เอลลี่มีโอกาสปลิดชีวิตแอ๊บบี้ในที่สุด ทั้งๆที่กำลังจะทำสำเร็จแต่หัวใจกลับบีบคั้นทรมาน เสี้ยววินาทีนั้นเธอนึกถึงโจเอลที่ดีดกีต้าร์ให้ฟังพร้อมรอยยิ้ม

    สิ่งที่โจเอลทำให้เอลลี่คือ การสร้างวัยเด็กที่มีความสุขให้เธอ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้ปกครองคนหนึ่งจะทำได้

    ภาพโจเอลในวินาทีนั้นทำให้เอลลี่เข้าใจความจริงว่าไม่มีสิ่งใดที่จะทดแทนโจเอลได้ นอกจากความทรงจำที่เคยมีด้วยกัน

    การแก้แค้นนี้ไม่จำเป็น

    ความรู้สึกที่ติดค้างว่ายังไม่ได้ให้อภัยโจเอล
    ได้สะสางจบลงพร้อมกับที่ปล่อยแอ๊บบี้ไป
    .
    เมื่อเอลลี่กลับไปที่บ้าน ดีน่าย้ายไปแล้ว คงต้องใช้เวลาสักพักก่อนจะกลับไปอยู่ด้วยกัน เอลลี่กลับไปจับกีต้าร์ที่ห้อง เธอเล่นไม่ได้อีกเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ไม่ต้องมีกีต้าร์ ไม่ต้องได้ยินดนตรีที่อยากเล่น ความทรงจำที่โจเอลเคยสอนเพลงต่างๆ ก็ยังคงอยู่ในหัวใจ

    ‘หากต้องเสียเธอไป
    ฉันคงจะต้องเป็นบ้า
    ทุกสิ่งที่ฉันพบเจอมา
    ฉันไม่ได้ค้นพบมันได้เอง
    ส่วนอื่นใดที่ฉันขาดไป
    ฉันไม่ต้องการมันอีกแล้ว
    ฉันเชื่อ
    เชื่อเพราะฉันได้เห็น
    อนาคตที่มีฉันและเธอ’

    เพลง Future Days - Pearl Jam

  • self-insert 在 コバにゃんチャンネル Youtube 的最佳解答

    2021-10-01 05:19:08

  • self-insert 在 大象中醫 Youtube 的最佳貼文

    2021-10-01 05:10:45

  • self-insert 在 大象中醫 Youtube 的最佳解答

    2021-10-01 05:09:56

你可能也想看看

搜尋相關網站