雖然這篇nebuliser medicine鄉民發文沒有被收入到精華區:在nebuliser medicine這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章
在 nebuliser產品中有1篇Facebook貼文,粉絲數超過12萬的網紅หมอแพมชวนอ่าน,也在其Facebook貼文中提到, #ปอดอักเสบกับการพ่นยา . ไม่นานมานี้ หมอได้อ่านข้อความที่คุณพ่อท่านหนึ่ง โพสต์ถามในเพจเพจหนึ่ง “สรุปว่า ถ้าลูกเป็นปอดอักเสบ คือต้องนอนโรงพยาบาล เพื่อพ่...
同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...
「nebuliser」的推薦目錄
nebuliser 在 Hannah Chia Instagram 的最讚貼文
2021-06-22 02:54:52
I love aromatherapy cos I feel happier when the space that I am in is filled with nice scents. Not only is my mood lifted, I feel that aromatherapy ca...
nebuliser 在 IzaRamli | Blogger MY Instagram 的最佳解答
2021-03-30 09:05:30
Selalunya kalau pergi hotel mesti akan ada bau hotel yang soft and calming sangat bila kita masuk hotel tu. Kadang sampai teringat-teringat bau hotel ...
nebuliser 在 Tiara Jacquelina Instagram 的精選貼文
2020-07-02 10:34:34
Look who's hoooooome😍 Siegfried @tjsfurbies is looking and feeling so much better now, although he's still having a little trouble breathing and needs...
nebuliser 在 หมอแพมชวนอ่าน Facebook 的最佳貼文
#ปอดอักเสบกับการพ่นยา
.
ไม่นานมานี้ หมอได้อ่านข้อความที่คุณพ่อท่านหนึ่ง
โพสต์ถามในเพจเพจหนึ่ง
“สรุปว่า ถ้าลูกเป็นปอดอักเสบ คือต้องนอนโรงพยาบาล เพื่อพ่นยาจนหายใช่มั้ย”
.
ประโยคนี้ มีหลายประเด็น ที่พ่อแม่ควรจะเข้าใจ
เพราะหลายๆครั้ง คุณพ่อ คุณแม่ต้องการให้หมอสั่งพ่นยา
สั่งดูดเสมหะให้เด็ก
เพราะเหตุผลว่า ลูกมีเสมหะในคอ
พ่นยา แล้วดูดเอาเสมหะก้อนนั้นออก ลูกน่าจะดีขึ้น
.
ระบบทางเดินหายใจของคนเรานั้น
เริ่มตั้งแต่โพรงจมูก หลังคอหอย กล่องเสียง หลอดลมใหญ่ หลอดลมฝอย และ ถุงลม
ซึ่งผิวหน้าของทางเดินหายใจของมนุษย์
จะต้องเจอกับสิ่งแปลกปลอมตลอดเวลา
ทั้งฝุ่นละออง เชื้อโรค
.
คิดง่ายๆว่า เราหายใจเอาอากาศที่ไม่ได้สะอาดนักเข้าไป
เท่ากับลมที่ใช้เป่าลูกโป่ง 4000-6000 ลูก/วัน
ถ้ากลไกการกำจัดฝุ่นละออง และเชื้อโรคของร่างกายไม่ดีจริง
พวกเราจะเจ็บป่วยตลอดเวลา!!!
.
นอกจากเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน คือ เม็ดเลือดขาว แล้ว
ร่างกายต้องมีปราการในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น
ถ้าให้เทียบ
ก็เหมือนสมัยก่อน ที่เราต้องสร้างป้อมปราการ สร้างคูนำ้ เพื่อป้องกันข้าศึก
ป้อมปราการที่ว่าในทางเดินหายใจ
คือ
เซลล์ที่มีเส้นขนเล็กๆ ที่พัดโพกตลอดเวลา
กับเมือกที่ทางเดินหายใจสร้างขึ้น เพื่อดักจับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้น
(ดู clip ประกอบนะคะ)
.
หากร่างกายติดเชื้อ เกิดการอักเสบของผิวทางเดินหายใจ
ร่างกายต้องการกำจัดเชื้อโรคให้มากขึ้น
ก็จะตอบสนอง ด้วยการสร้างเมือกให้มากขึ้น
ซึ่งถ้าเมือกนั้น อยู่ที่จมูก...เราก็เรียกว่าน้ำมูก
ถ้าเมือกนั้น อยู่ที่หลอดลม..เราก็เรียกว่า เสมหะ
.
แต่ถ้าการติดเชื้อรุนแรง เซลล์ที่มีเส้นขนของทางเดินหายใจ
และระบบเมือกที่ว่านั้น เกิดความเสียหายใจวงกว้าง
แล้วถ้าทหารของเรา (เม็ดเลือดขาว) สู้เชื้อโรคไม่ได้
ก็จะมีเสมหะคั่งค้างมาก +เชื้อโรคลุกลามไปยังทางเดินหายใจที่ลึกมากขึ้น
เริ่มจากจมูก(หวัด) ก็อาจจะจบลงที่หลอดลมฝอย หรือถุงลม
เรียกกว่า ภาวะปอดอักเสบ
.
ทางเดินหายใจที่บวม ร่วมกับเสมหะที่มากขึ้น
ทำให้หลอดลมในเด็กที่เล็กมากกกก...อยู่แล้ว
แคบ....หนักเข้าไปอีก
เกิดภาวะหายใจจะลำบาก
ที่คุณพ่อคุณแม่เรียกว่า หอบ นั่นล่ะค่ะ
.
ปอดอักเสบในเด็กเล็ก ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส
แต่หากร่างกายอ่อนแอมาก ก็อาจมีเชื้อแบคทีเรียติดซ้ำซ้อนหลังจากที่ติดเชื้อไวรัสได้
.
ที่หมออธิบายมายืดยาว อยากจะสรุปประเด็นเกี่ยวกับการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างดังนี้นะคะ
.
1.ปอดอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อโรค ซึ่งในเด็กเล็กส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส
ไม่มียาเฉพาะที่จะไปฆ่าไวรัส ถ้าเป็นไวรัส การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ
(ยกเว้นในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากแบคทีเรีย หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
--> การให้ยาปฏิชีวนะจะถือเป็นการรักษาที่จำเพาะเจาะจง)
2. กลไกของการกำจัดเสมหะในร่างกาย สำคัญมากต่อการปกป้องทางเดินหายใจ
การที่จะช่วยให้กลไกนี้ทำงานได้ดี ในภาวะที่มีการติดเชื้อ คือ ผู้ป่วยจะต้องไม่มีภาวะขาดน้ำ
เพราะจะทำให้เสมหะเหนียว กำจัดยากขึ้นไปอีก (ให้ดู clip ประกอบนะคะ ถ้าเส้นขนเสียหาย หรือ ส่วนที่เป็นเมือกเหนียว จะทำให้การขับเสมหะแย่ลง)
3. การเกิดเมือก (น้ำมูก และเสมหะ) ร่วมกับการไอ เป็นกลไกปกป้องตามธรรมชาติของทางเดินหายใจ
ถ้ายังมีการอักเสบเกิดขึ้น เราไม่สามารถระงับให้ร่างกายผู้ป่วยหยุดสร้างเสมหะ หยุดไม่ให้ผู้ป่วยไอได้
และการดูดเสมหะเพียงครั้งคราว ไม่สามารถทำให้ลูกของท่านหายได้
เสมหะก้อนนั้นหลุดไป ก็สร้างใหม่อยู่ดี
หมอจะสั่งดูดเสมหะ ในรายที่มีข้อบ่งชี้ เช่น เป็นเด็กเล็ก ยังไอเองได้ไม่ดีนัก
หรือ เสมหะมีปริมาณมากที่เสี่ยงต่อการอุดกั้นทางเดินหายใจ ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ การดูดเสมหะ
อาจช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ แต่ผู้ป่วยเจ็บและกลัว
และหมออยากจะให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจว่า เสมหะและการไอ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
ให้มองว่าเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามกำจัดเชื้อโรคในทางเดินหายใจนะคะ
4.ภาวะปอดอักเสบ ไม่ต้องพ่นยาทุกราย แต่การพ่นยาจะได้ประโยชน์ในผู้ป่วยปอดอักเสบ หลักๆ 2 อย่าง
4.1ในแง่ของการได้รับความชื้นเข้าไปในทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้การขับเสมหะดีขึ้น
4.2 ในรายที่มีกล้ามเนื้อหลอดลมหดเกร็ง จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทางเดินหายในกว้างขึ้น ผู้ป่วยมีอาการหายใจลำบากลดลง
++++++++++ ทีนี้ ขอมาเข้าเรื่องการพ่นยาในเด็กนะคะ+++++
ท่านรู้กันหรือไม่คะ เวลาหมอสั่งให้ลูกพ่นยา....คำว่าพ่นยา
ยาอะไร?
โดยส่วนใหญ่ คำว่าพ่นยา ในเด็กที่มีอาการของระบบทางเดินหายใจ
ยาที่ว่า จะเกิดจากการผสมกัน ระหว่าง ยาขยายหลอดลม และน้ำเกลือ
ซึ่งอย่างที่อธิบายไปข้างบนนะคะ
ว่าปอดอักเสบ ไม่จำเป็นต้องพ่นยาทุกราย
แต่ในปัจจุบันจะเห็นว่าคุณหมอมักจะสั่งพ่นยาในเด็กที่ admit ด้วยเรื่อง
ความเจ็บป่วยของทางเดินหายใจเกือบทุกราย
อาจจะเป็นเพราะ การพ่นยา เด็กจะได้รับประโยชน์ ดังนี้
1.ละอองฝอยเล็กๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความชื้นให้แก่ทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้การขับเสมหะในเด็กเล็กดีขึ้น
2. ยาขยายหลอดลม ในรายที่ฟังได้เสียงวี๊ด กุมารแพทย์ก็จะผสมยาขยายหลอดลม แต่ในบางรายที่ไม่ได้ยินเสียงวี๊ด อาจพ่นน้ำเกลือเพียงอย่างเดียว
3. ออกซิเจน ในการพ่นยา (small volume jet nebuliser) ใช้ flow ของออกซีเจน 100% ที่ไหลเร็ว 6 ลิตร/นาที เพื่อทำให้ยาเกิดเป็นละอองฝอย ซึ่งขณะพ่นเด็กจะได้รับออกซีเจนเข้มข้น ทำให้การหายใจดีขึ้น (เครื่องพ่นยาเล็กๆที่มีตามคลินิก ไม่เหมือนกับการพ่นยาในโรงพยาบาลนะคะ เครื่องพวกนั้น ใข้แรงดังอากาศเพื่อทำให้ยาและน้ำเกลือกลายเป็นละออง ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมพ่นที่ รพ. จึงให้ผลดีกว่า เพราะเด็กได้รับออกซีเจนขณะพ่นยาด้วยนั่นเองค่ะ)
ผู้ป่วยเด็กเล็ก อายุน้อยกว่า 5 ปี ที่มีภาวะหลอดลมฝอยอักเสบ หรือ ปอดอักเสบ
ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งการพ่นยามักจะได้ประโยชน์
แต่ในเด็กโตและผู้ใหญ่ การติดเชื้อในปอด เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
ที่เดินทางไปตามกระแสเลือด การพ่นยาอาจจะไม่ได้ประโยชน์มากนักนะคะ
ดังนั้น แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆไป
เพราะยาทุกตัว ให้ประโยชน์ แต่ก็เกิดผลข้างเคียงกับร่างกายได้เช่นกัน
เวลาจะพิจารณาใช้ยา ก็ต้องชั่ง ระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับ กับ ผลข้างเคียงต่อร่างกายเสมอนะคะ
โดยเฉพาะเด็กเล็ก
การพ่นยาที่ว่า ตัวยาขยายหลอดลม กลไกของมันก็คือ ไป block การทำงานของกล้ามเนื้อหลอดลม
ทำให้มันคลายตัว แต่ในขณะเดียวกัน จะกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้เกิดภาวะใจสั่นขึ้นได้
.
ดังนั้น หากลูกเป็นปอดอักเสบ แล้วไม่ได้พ่นยา
ไม่ได้หมายความว่า หมอละเลย หมอไม่รู้ หรือ เพราะไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชน นะคะ
ที่มาที่ไปเป็นเช่นนี้
ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ เข้าใจสิ่งที่หมอเขียน
ก็อาจจะซักถามคุณหมอที่ดูแลลูกของท่าน
หมอมั่นใจว่า กุมารแพทย์ทุกคน ยินดีตอบคำถามของคุณพ่อคุณแม่นะคะ
.
ถ้าบทความนี้จะมีประโยขน์
ขอผลบุญ ตกแก่เด็กๆ ให้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย
.
ไม่ได้โลกสวยนะคะ
ในฐานะหมอเด็กที่ดูแลเด็กป่วยหนักใน ICU
หมอพบว่าความทุกข์ทรมานอย่างหนึ่งของพ่อแม่
คือ ความกลัวเพราะความไม่รู้
บางที การรู้ว่าลูกเป็นอะไร หมอให้การรักษาแบบนี้ทำไม
ก็ทำให้พ่อแม่คลายกังวลได้มากแล้ว
ถ้าบทความนี้ จะเปลี่ยนความไม่รู้ เป็นรู้
แค่นี้หมอก็ดีใจแล้วค่ะ
.
รักษาสุขภาพทุกคนนะคะ
.
หมอแพม