雖然這篇biosecurity officer鄉民發文沒有被收入到精華區:在biosecurity officer這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章
在 biosecurity產品中有18篇Facebook貼文,粉絲數超過7,299的網紅走近動物園 Approaching the zoo,也在其Facebook貼文中提到, 大新聞欸,可惜跟台灣沒啥關係...
同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...
「biosecurity」的推薦目錄
- 關於biosecurity 在 HannahEd Scholarship Instagram 的最佳解答
- 關於biosecurity 在 &dear Instagram 的最佳解答
- 關於biosecurity 在 afzalsukasuki Instagram 的最佳解答
- 關於biosecurity 在 走近動物園 Approaching the zoo Facebook 的精選貼文
- 關於biosecurity 在 Drama-addict Facebook 的最佳解答
- 關於biosecurity 在 อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ Facebook 的精選貼文
- 關於biosecurity 在 コバにゃんチャンネル Youtube 的最佳解答
- 關於biosecurity 在 大象中醫 Youtube 的最佳解答
- 關於biosecurity 在 大象中醫 Youtube 的最讚貼文
biosecurity 在 HannahEd Scholarship Instagram 的最佳解答
2020-06-03 04:33:17
[Short Share] CÁC KHÓA HỌC TRỰC TUYẾN VÀ CERTIFICATE MIỄN PHÍ TỪ CHÍNH PHỦ ÚC FutureLearn hợp tác cùng các trường ĐH hàng đầu của Úc và Ủy ban Đầu tư...
biosecurity 在 &dear Instagram 的最佳解答
2020-05-08 19:57:40
澳洲海關查獲一箱註明內裡是兩雙鞋的包裹,但內藏11條蛇、9 隻捕鳥蛛及4隻蝎子的包裹,而且全是活生生的!這樣胡亂把外來物種送往另一地區,除不合法外,亦會同時帶入不同病蟲細菌,危害其他原生物種! Australian customs found a parcel marked as “two pai...
biosecurity 在 afzalsukasuki Instagram 的最佳解答
2020-05-12 04:16:22
Lab dipenuhi student intern. Meriah macam rewang kenduri khatan. #instasize #internship #latihanindustri #bacteriology #bacteriologylab #blogger #vib...
biosecurity 在 走近動物園 Approaching the zoo Facebook 的精選貼文
大新聞欸,可惜跟台灣沒啥關係
biosecurity 在 Drama-addict Facebook 的最佳解答
เอ๊ะ ประโยคนี้น่าสนใจ เราไม่ได้ส่งข้อมูลวิเคราะห์จีโนมสายพันธ์ที่เจอในไทยให้เขาเหรอ หรือให้แล้วแต่ข้อมูลยังไม่พอวิเคราะห์ความเสีย่ง
***********************
Q. ทำไมประเทศไทยถึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศสีแดง
A. การจัดกลุ่มประเทศสีแดงพิจารณาจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประกอบกับการเปิดเผยข้อมูลการวิเคราะห์จีโนมเพื่อหาการกลายพันธุ์ของเชื้อ ประเทศที่มีข้อมูลไม่มากพอทำให้เกิดความเสี่ยงว่าจะมีเชื้อกลายพันธุ์ใหม่ ๆ เข้าไปแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักรก่อนที่จะตรวจวิเคราะห์ได้
.
การจัดกลุ่มประเทศนี้เป็นการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โดยอาศัยข้อมูลและการวิเคราะห์ล่าสุดจากศูนย์ความมั่นคงทางชีวภาพ (Joint Biosecurity Centre - JBC) ประกอบกับข้อมูลด้านสาธารณสุขอื่น ๆ
biosecurity 在 อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ Facebook 的精選貼文
"ภูมิคุ้มกันหมู่ จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของวัคซีน เป็นสำคัญครับ"
ในช่วงที่เรากำลังจะเริ่มดีเดย์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรค covid 19 ในประเทศไทยกันขนาดใหญ่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป
สิ่งหนึ่งที่พวกเราคงอยากจะเห็น คือการได้เปิดประเทศอีกครั้ง อันเนื่องจากมีการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ขึ้นมามากพอ ในระดับที่ทำให้นักท่องเที่ยวและคนไทยเราเอง มีความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตได้ว่า มีความเสี่ยงจากการเป็นโรค covid-19 น้อยลงมาก
แต่การเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ จะเกิดขึ้นได้อย่างที่เราคาดหวังไว้จริงหรือ ? บางคนบอกว่าฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 60% ของประชากรก็เพียงพอแล้ว แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหลายประเทศ แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพของวัคซีนที่เลือกใช้ในการฉีด มีผลอย่างมากต่อการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ว่าจะสำเร็จแค่ไหน
ตัวอย่างที่เด่นมาก ณ ปัจจุบันนี้คือกรณีของหมู่เกาะเซเชลส์ (Seychelles) ในมหาสมุทรอินเดีย ที่ประชากรได้ฉีดวัคซีนไปเป็นจำนวนมากเกินครึ่งประเทศแล้ว แต่ก็ยังมีการระบาดของโรคโควิดระลอกใหม่ ขึ้นมาซ้ำเติม
บทความนี้ของ C Raina MacIntyre ศาสตราจารย์ด้าน Global Biosecurity แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพของวัคซีน กับสายพันธุ์ของไวรัสและการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ครับ
1. หมู่เกาะเซเชลส์ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมาดากัสการ์ ในมหาสมุทรอินเดีย เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการฉีดวัคซีนโรคโควิดไปแล้วมากที่สุดในโลก
- ประชากรกว่า 71% ได้รับการฉีดแล้วอย่างน้อย 1 โดส และมากถึง 62% ที่ได้รับการฉีดครบทั้งสองโดสแล้ว
- 57% เป็นการฉีดวัคซีนเชื้อตาย ของบริษัทซีโนฟาร์ม และ 43% ที่เหลือเป็นวัคซีนแบบใช้ไวรัสเป็นพาหะ ของบริษัท AstraZeneca
- แต่การระบาดระลอกใหม่ก็ยังกลับมา โดยพบว่า 37% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่และ 20% ของผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล นั้นเป็นคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบเรียบร้อยแล้ว
2. การแพร่ระบาดของโรคโควิดระลอกนี้ในเกาะเซเชลส์ น่าจะเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
- การฉีดวัคซีนไปถึง 62% ของประชากรนั้น ยังไม่อาจทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้
- หรือประสิทธิภาพของวัคซีนยี่ห้อที่ใช้ฉีดไปนั้น ยังไม่มากเพียงพอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น
- หรือสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่ระบาดนั้น สามารถหลบหลีกวัคซีนได้
- นอกจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดียที่ระบาดอยู่บนหมู่เกาะแล้ว ยังพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์แอฟริกาใต้ด้วย ซึ่งหลบหลีกวัคซีนได้ (เช่น ประสิทธิภาพของวัคซีน astrazeneca ลดเหลือเพียงแค่ 10% ในการป้องกันการเป็นโรคโควิดจากสายพันธุ์นี้ ขณะที่ประสิทธิภาพของวัคซีนชิโนฟาร์ม จากผลการทดลองในห้องปฏิบัติการ ก็มีค่าลดลงเช่นกัน)
3. แต่หมู่เกาะเซเชลส์เอง ก็ยังไม่มีการสำรวจอย่างจริงจัง ว่ามีอัตราส่วนของสายพันธุ์ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ต่างๆ มากน้อยแค่ไหน
- ถ้ามีสายพันธุ์แอฟริกาใต้เป็นสายพันธุ์เด่น พวกเขาจำเป็นจะต้องใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงเพียงพอที่จะสู้กับมันได้ เช่น วัคซีนแบบ mRNA ของบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งมีผลการศึกษาในประเทศกาตาร์ ว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคจากสายพันธุ์นี้ได้ถึง 75%
- จากผลการทดลองเฟส 3 ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันการเป็นโรคโควิด ของวัคซีนซิโนฟาร์ม อยู่ที่ 79% และของวัคซีน astrazeneca อยู่ที่ 70%
4. ค่าประสิทธิภาพของวัคซีน มีผลอย่างมากต่อความสำเร็จในการสร้างภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ได้
- จากผลการวิจัยของสถาบัน the Kirby Institute ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่าถ้าใช้วัคซีนที่มีค่าประสิทธิภาพในการป้องกันการเป็นโรค อยู่ที่ 90% ก็จำเป็นจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้ถึง 66% ของประชากรถึงจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ได้
- แต่ถ้าใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่านั้น ก็แปลว่า จะต้องมีจำนวนคนในประชากรที่ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นด้วย
- ถ้าวัคซีนมีค่าประสิทธิภาพที่ 60% อัตราส่วนของประชากรที่ต้องฉีดวัคซีนเพิ่มสูงขึ้นเป็นเต็ม 100% !
- แล้วถ้าวัคซีนนั้นมีประสิทธิภาพต่ำกว่า 60% ก็เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะเกิดภาวะภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น !!
- อันนี้เป็นการคำนวณโดยใช้เชื้อไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมคือ D614G ที่เคยเป็นสายพันธุ์เด่นในปี ค.ศ. 2020 และกำหนดค่า reproductive number (R0) ไว้ที่ 2.5 (คือ คน 1 คนที่ติดเชื้อ ทำให้คนอื่นอีก 2.5 คนติดเชื้อตามไปด้วย)
- ถ้าเป็นสายพันธุ์อังกฤษ (B117) ที่แพร่ระบาดได้มากกว่าสายพันธุ์ D614G อยู่ 43-90% และทำให้ R0 อาจเพิ่มเป็น 4.75 (หรือถ้าสายพันธุ์อินเดีย B1617 ค่า R0 อาจจะมากถึง 7 ) .. ก็ยิ่งจำเป็นที่จะต้องเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนประชากรให้สูงขึ้นอีก เพื่อควบคุมการระบาดของโรค
5. ผลของการวัคซีนไปใช้ฉีดจริงในประเทศต่างๆ พบว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิดได้จริง ถ้าเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง
- ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ B117 ได้กลายเป็นสายพันธุ์เด่นในประเทศ แต่สหรัฐอเมริกาสามารถลดเคสการติดเชื้อโรคโควิดได้อย่างน่าประทับใจมาก โดยที่ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์และบริษัทโมเดิร์นนา
- ประเทศอิสราเอล ซึ่งก็มีสายพันธุ์อังกฤษเป็นสายพันธุ์เด่นเช่นกัน และมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงอันดับต้นๆของโลก คือฉีดวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ ไปแล้วเกือบ 60% ของทั้งประชากร พบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ (ไม่ใช่แค่ป้องกันการเป็นโรคนะ) สูงถึง 92% และอิสราเอลก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงฮวบฮาบเช่นกัน
- ประเทศสหราชอาณาจักร มีการใช้วัคซีนทั้งจากบริษัทไฟเซอร์และบริษัท astrazeneca โดยประชาชนมากกว่า 50% ได้ฉีดวัคซีนไปแล้วอย่างน้อย 1 โดส และเกือบ 30% ได้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ซึ่งทำให้ประเทศสหราชอาณาจักรมีจำนวนเคสผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ (แม้ว่าจะเริ่มมีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อินเดียเกิดขึ้นบ้างในบางเมือง ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศสิงคโปร์ ที่เคยประสบความสำเร็จดีในการควบคุมโรค)
6. คำสรุปของเรื่องนี้ ที่เป็นอุทาหรณ์ทั้งกับหมู่เกาะเซเชลส์ และประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วยนั้น ก็คือ "การเลือกใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่า จะทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ยากกว่า และนำไปสู่ปัญหาของการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการฉีดวัคซีนให้กับประชากรของตน"
พูดง่ายๆ ก็คือ ไทยเราเองก็จำเป็นจะต้องหาวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงๆ เข้ามาฉีดให้กับคนไทยเยอะๆ กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ถึงจะเพียงพอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น และรองรับกับเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศด้วย
ปล. จริงๆ ในงานเขียนนี้ เขาก็บอกเหมือนกันว่า การเลือกใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีมากๆ ก็จะช่วยทำให้ประหยัดในเรื่องของบประมาณระยะยาวได้ด้วยนะ
ภาพ และ ข้อมูล จาก https://www.downtoearth.org.in/blog/health/covid-is-surging-in-the-world-s-most-vaccinated-country-why--77000