[爆卦]Qajar Persia是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇Qajar Persia鄉民發文沒有被收入到精華區:在Qajar Persia這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 qajar產品中有8篇Facebook貼文,粉絲數超過2,173的網紅馬老師的旅遊跑馬地,也在其Facebook貼文中提到, #時事求世 31 從時事看世界遺產:伊朗縱貫鐵路(2021) 今年的世界遺產大會七月在中國福州召開,當我們只關注疫情時,世界仍然沒有停止運轉,大會中又通過新的世界遺產名單,其中讓我眼睛為之一亮的是伊朗縱貫鐵路,鐵路一直是我喜愛的交通工具,再加上是在我喜歡的伊朗,教我如何能不注意它。 鐵路是工業革...

 同時也有10000部Youtube影片,追蹤數超過2,910的網紅コバにゃんチャンネル,也在其Youtube影片中提到,...

  • qajar 在 馬老師的旅遊跑馬地 Facebook 的精選貼文

    2021-07-29 08:15:19
    有 50 人按讚

    #時事求世 31
    從時事看世界遺產:伊朗縱貫鐵路(2021)

    今年的世界遺產大會七月在中國福州召開,當我們只關注疫情時,世界仍然沒有停止運轉,大會中又通過新的世界遺產名單,其中讓我眼睛為之一亮的是伊朗縱貫鐵路,鐵路一直是我喜愛的交通工具,再加上是在我喜歡的伊朗,教我如何能不注意它。

    鐵路是工業革命後出現的最新交通工具,一個國家的現代化過程,往往就伴隨著鐵路建設的進步,不論是殖民母國,或是被殖民國,鐵路的出現都能使貨暢其流,使得經濟、人員、文化的流動帶來發展的過程。

    縱貫伊朗南北的這條鐵路始建於1927年,於1938年竣工,興建時的伊朗面臨西方列強所設下的障礙與壟斷,在不平等的環境下夸駕(Qajar)王朝禮薩汗實施了大規模的改革,進行經濟體制改革,實行新稅收政策,為興建伊朗自己的鐵路募集資金,並聘請西方工程師及企業展開鐵路設計和建造,全長1394公里,沿途有90個車站,從北部裡海連結到南部波斯灣,穿越厄爾布士山脈和札格羅斯山脈,經過河流、高原、森林和平原各種地理環境,以其規模和克服陡峭路線和其它困難所需的工程而聞名。沿線有174座大型橋樑、186座小型橋樑和224條隧道,其中包括11條螺旋隧道。

    我第一次到伊朗自助旅行時曾經搭過從德黑蘭到艾華茲(Ahwaz)的路段,那時當然還不是世界遺產,這算超前部署嗎?其實世界遺產只是金牌加身,不管是不是世界遺產,只要喜歡它一樣也可以在你心中占有一席之地,就像郭婞淳得金牌大家都是錦上添花,莊智淵雖然沒得金牌,但大家對他的尊敬也不會少,運動員每場比賽全力以赴就好,旅行者把自己要看的景色搞懂就好,沒搞懂就不要在那邊叫選手沒實力,沒搞懂就不要在那那邊叫不好玩。

    那趟旅行在臥鋪車上待了16小時,印象深刻的不是火車,反而是在車上邂逅的阿妮絲(Enis)一家人,從陌生害羞到熟悉,最後還去她們家住一晚,親戚朋友都跑來看我們外國人,帶我們上街挑衣服,教怎麼樣綁頭巾,坐在客廳的波斯地毯上享用媽媽準備的大餐,將桃子、葡萄等多種果乾塞到雞肚裡,再放到加入蕃茄醬的大鍋中熬煮,雞的精華融入湯中,也是饢餅最好的沾醬。煮好後再用小火煎到金黃色就大功告成,好吃到差點把手指吞了進去,入境隨俗放棄文明的刀叉,直接雙手萬能的大快朵頤。

    雖然只待了一天半,但我們深深感受到他們全家的熱情,阿妮絲和堂妹合畫一個娃娃,在褲管上面寫下自己名字的第一個字母,送給我們做紀念,媽媽也做了三明治讓我們在路上充饑。真正離別時雖然只相處短短時間,但大家都哭得唏哩嘩啦,實在是捨不得,那次別離到現在都沒重逢,算算阿妮絲應該已經是20多歲的女孩了。

    這是我喜歡火車的原因,不單單只是交通工具,有太多的情感故事發生在這列長長的載具上。不是外國的鐵路才有故事,可以先從了解我們自己的縱貫線鐵路開始。

  • qajar 在 Facebook 的最讚貼文

    2021-04-03 21:26:53
    有 11 人按讚

    🇮🇷伊朗設拉子
    🕌號稱粉紅清真寺~莫克清真寺 (Masjed e Nasir ol Molk)建於1888年,卡扎爾王朝(Qajar dynasty)的莫克清真寺擁有許多雕花石柱、粉色系馬賽克磁磚與玻璃花窗。
    早上8點至10點是最佳觀賞時間,當早上的陽光映照在雕花窗上的繽紛馬賽克,搭配雕花石柱,再隨著陽光角度轉換,照片也會不一樣。
    如果你是愛好拍空景,請務必在8點開放時進去參觀。
    ⏰開放時間:早上8點到12點,中午3點半至6點。(請到地再查詢最新的開放時間)
    🎟️門票:15萬IRR (大約15馬幣)

  • qajar 在 ลงทุนแมน Facebook 的最讚貼文

    2020-01-16 19:49:00
    有 4,715 人按讚


    สรุปเศรษฐกิจอิหร่าน 3,000 ปี /โดย ลงทุนแมน

    ดินแดนแห่งนี้คือศูนย์กลางของอาณาจักร ที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยุคโบราณที่เราคุ้นหูกันว่า
    “อาณาจักรเปอร์เซีย”..

    มรดกของอาณาจักรแห่งนี้ ตกทอดมาให้เห็นในยุคปัจจุบัน
    และใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด

    เงินที่เราต้องจ่ายให้รัฐที่เรียกว่า ภาษี
    คำที่ใช้เรียกดอกไม้ที่งดงามแต่มีหนามว่า กุหลาบ

    ทั้งหมดล้วนมีที่มาจากภาษาเปอร์เซีย หรือภาษาฟาร์ซี

    แล้วเปอร์เซีย ฟาร์ซี กับอิหร่าน มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
    ทำไมประเทศนี้ ถึงใช้ชื่อว่า “อิหร่าน” ไม่ใช่ “เปอร์เซีย”

    ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง..
    ╔═══════════╗
    ไม่พลาดวิดีโอสาระน่ารู้จาก ลงทุนแมน
    กดติดตามที่ youtube.com/longtunman
    ╚═══════════╝
    จุดเริ่มต้น ต้องย้อนไปราว 550 ปีก่อนคริสตกาล
    สมัยที่อาณาจักรเปอร์เซียยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
    ครอบครองพื้นที่ตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำไนล์ของอียิปต์ มาจนถึงลุ่มแม่น้ำสินธุของอินเดีย

    เมืองหลวงของเปอร์เซียในขณะนั้นคือ กรุงเพอร์เซโปลิส (Persepolis)
    อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่านในปัจจุบัน

    อาณาจักรเปอร์เซียรุ่งเรืองเป็นเวลาหลายร้อยปี ดินแดนทางตะวันตกขยายไปจนถึงกรีก
    แต่ท้ายที่สุด กองทัพของชาวกรีกทำลายกรุงเพอร์เซโปลิสจนย่อยยับ
    ภายใต้การนำทัพของกษัตริย์หนุ่มพระนามว่า อเล็กซานเดอร์มหาราช..

    ชื่อเปอร์เซีย มาจากภาษากรีกว่า “Persis” ซึ่งเรียกตามชื่อเมืองหลวงของอาณาจักรแห่งนี้

    ชาวตะวันตกจึงเรียกอาณาจักรแห่งนี้ว่าเปอร์เซีย ตามชาวกรีกนับแต่นั้นมา

    ปัจจุบันกรุงเพอร์เซโปลิส เหลือเพียงซากปรักหักพัง ตั้งอยู่ในจังหวัดฟาร์ซ (Fars) ทางตอนใต้ของอิหร่าน

    และทำให้ภาษาของชาวอิหร่านซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาโบราณถูกเรียกว่า ภาษาฟาร์ซี (Farsi)

    ส่วนคำว่า อิหร่าน เป็นคำที่ชาวอิหร่านใช้เรียกตัวเอง มาจากคำว่า “Ērānšahr”
    ซึ่งใช้เรียกจักรวรรดิภายหลังการล่มสลายของอาณาจักรเปอร์เซียโบราณ

    คำว่า Ērānšahr มีความหมายว่า “อารยัน”
    แสดงถึงวัฒนธรรมของชาวอิหร่านที่มีความเชื่อมโยงกับชาวอารยันทางตอนเหนือของอินเดีย

    ภาษาฟาร์ซีจึงมีความสัมพันธ์ใกล้เคียงกับภาษาฮินดีของอินเดียมากกว่าภาษาอาหรับ
    แต่ภาษาฟาร์ซีจะใช้ตัวอักษรอาหรับ เนื่องมาจากอิทธิพลทางศาสนา

    เมื่อศาสนาอิสลามเผยแผ่จากตะวันออกกลาง
    ดินแดนของอิหร่านก็ตกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรมุสลิม
    มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมมุสลิม
    จนเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างและแยกชาวอิหร่านออกจากชาวอาหรับในตะวันออกกลาง

    แม้อิหร่านจะแห้งแล้ง ไม่มีลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่
    แต่ก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ ทั้งทองคำ เหล็ก ทองแดง
    และเครื่องเทศราคาแพงอย่าง หญ้าฝรั่น

    ทางตอนเหนือมีทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และทะเลสาบแคสเปียนเป็นแหล่งประมงที่สำคัญ
    เป็นที่อยู่ของปลาสเตอร์เจียน ซึ่งไข่ของปลาชนิดนี้มีราคาแพง เรียกว่า “คาเวียร์”

    และด้วยทำเลที่เชื่อมระหว่างตะวันออกกลางกับอินเดีย ทำให้เป็นชุมทางการค้าที่สำคัญ
    ดินแดนแห่งนี้จึงเป็นที่หมายปองของอาณาจักรต่างๆ

    อิหร่านเคยถูกปกครองโดยจักรวรรดิมองโกล
    ก่อนจะเปลี่ยนมือมาอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาฟาวิยะห์ (Safavid) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1501

    ภายใต้อาณาจักรซาฟาวิยะห์
    พระเจ้าชาห์ได้ส่งเสริมให้ศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์กลายเป็นศาสนาประจำชาติ
    โดยมีกรุงอีสฟาฮานตั้งอยู่ใจกลางประเทศเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ
    เชื่อมระหว่างยุโรป ตะวันออกกลาง และอินเดีย
    โดยสินค้าหัตถกรรมอย่างพรมเปอร์เซีย ได้ถูกผลักดันให้แพร่หลายไปทั่วโลก

    พ่อค้าชาวอิหร่านเดินทางไปค้าขายทั่วยุโรปและเอเชีย
    หนึ่งในนั้นคือ “เฉกอะหมัด”
    เฉกอะหมัดได้นำคณะเดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยาในปี ค.ศ. 1602 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
    ภายหลังเข้ารับราชการจนได้รับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี เป็นผู้นำชาวมุสลิมในสยาม

    เฉกอะหมัดผู้นี้เอง เป็นต้นตระกูล “บุนนาค”
    ตระกูลขุนนางที่สำคัญของทั้งกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์

    วัฒนธรรมของชาวอิหร่าน โดยเฉพาะคำศัพท์ในภาษาฟาร์ซี เช่น ภาษี กุหลาบ และองุ่น
    จึงได้เข้ามาปะปนกับภาษาไทยนับแต่นั้นเป็นต้นมา..

    หลังจากราชวงศ์ซาฟาวิยะห์ล่มสลาย
    ผู้ปกครองดินแดนนี้ต่อมาคือ ราชวงศ์กอญัร (Qajar) ในปี ค.ศ. 1781
    ได้ย้ายเมืองหลวงจากอีสฟาฮานมายังกรุงเตหะราน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ
    ซึ่งเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปัจจุบัน

    สมัยราชวงศ์กอญัรนี้เอง
    จักรวรรดิรัสเซียเพื่อนบ้านขนาดใหญ่ทางตอนเหนือได้แผ่ขยายดินแดนมาถึงชายแดนของอิหร่าน ทำให้เกิดสงครามอิหร่าน-รัสเซีย ถึง 2 ครั้งในช่วงปี ค.ศ. 1804 - ค.ศ. 1828
    ผลลงเอยด้วยความพ่ายแพ้
    อิหร่านต้องเสียดินแดนแถบเทือกเขาทางตอนเหนือให้แก่รัสเซีย

    ความอ่อนแอของราชวงศ์กอญัร
    ทำให้มหาอำนาจของโลกในช่วงเวลานั้นอย่าง จักรวรรดิอังกฤษ
    ถือโอกาสเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน

    เวลานี้ อิหร่านถูกรายล้อมไปด้วยอิทธิพลของมหาอำนาจตะวันตก..

    ปี ค.ศ. 1908 อังกฤษค้นพบน้ำมันดิบในอิหร่าน และเริ่มมีการขุดเจาะเพื่อส่งออกนับตั้งแต่นั้น
    รายได้มหาศาลจากน้ำมันทำให้อิหร่านเริ่มมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมตามแบบอังกฤษ

    แต่อย่างไรก็ตาม ผลของการพัฒนากลับไปตกอยู่ในมือของผู้นำและคนกลุ่มเล็กๆ

    ความเหลื่อมล้ำของรายได้นำมาสู่การปฏิวัติโค่นบัลลังก์ราชวงศ์กอญัร
    ผู้นำการปฏิวัติได้ตั้งตัวเองเป็นพระเจ้าชาห์ เรซา
    และก่อตั้งราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlawi) ปกครองอิหร่านในปี ค.ศ. 1925

    ก่อนหน้านั้นไม่นาน จักรวรรดิรัสเซีย เพื่อนบ้านทางตอนเหนือ
    ได้เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ภายใต้ชื่อ สหภาพโซเวียต

    ความหวาดกลัวระบอบคอมมิวนิสต์ทำให้พระเจ้าชาห์ของอิหร่าน
    หันมาคบค้ากับโลกทุนนิยมเสรี ซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกาและอังกฤษอย่างเต็มที่

    รายได้มหาศาลจากน้ำมัน ทำให้อิหร่านมีเงินมาใช้ในการพัฒนาต่างๆ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงขยายอุตสาหกรรม จนเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมหลากหลาย ทั้งสิ่งทอ เหล็กกล้า และเคมีภัณฑ์

    อิหร่านยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันโลกหรือโอเปกในปี ค.ศ. 1960

    ในช่วงทศวรรษ 1970s ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูง
    GDP ต่อหัวของชาวอิหร่านในปี ค.ศ. 1977 อยู่ที่ราว 47,400 บาท

    ซึ่งมากกว่า GDP ต่อหัวของชาวเกาหลีใต้ในช่วงเวลานั้นถึง 2 เท่า
    และมากกว่า GDP ต่อหัวของชาวไทยถึง 5 เท่า

    แต่บทละครฉากเดิมก็วกกลับมาอีกครั้ง
    รายได้ที่ตกอยู่ในมือของคนกลุ่มน้อย ความฟุ่มเฟือยของสมาชิกในราชวงศ์ปาห์ลาวี
    และปัญหาเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันพุ่งสูงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจ

    พ่วงด้วยการนิยมวัฒนธรรมตะวันตกจนเกินพอดี
    ก็สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่เคร่งครัดต่อการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาอิสลาม

    ในที่สุด ราชวงศ์ปาห์ลาวีก็ถูกปฏิวัติอีกครั้งในปี ค.ศ. 1979

    คราวนี้อิหร่านเปลี่ยนประเทศแบบสุดขั้ว กลายเป็นรัฐทางศาสนาที่เคร่งครัด
    ทิ้งกรอบความคิดแบบตะวันตก
    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ
    จากเดิมหญิงสาวอิหร่านแต่งกายตามแบบตะวันตก กลายเป็นต้องมีผ้าคลุมหัวมิดชิด

    พร้อมเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”
    ภายใต้การนำของผู้นำศาสนา อายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี

    พระเจ้าชาห์หนีไปรักษาตัวจากโรคมะเร็งที่สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกาปฏิเสธที่จะส่งตัวพระเจ้าชาห์ตามคำขอของรัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลอิหร่าน

    รัฐบาลอิหร่านจึงได้สนับสนุนให้ประชาชนบุกยึดสถานทูตสหรัฐอเมริกา และจับชาวอเมริกันเป็นตัวประกัน

    การกระทำที่อุกอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาสั่นคลอน
    สหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรทางการค้ากับอิหร่านในทันที

    ในขณะที่รัฐบาลอิหร่านก็ยึดสัมปทานบริษัทน้ำมันของสหรัฐอเมริกามาเป็นของรัฐบาล

    ความวุ่นวายทางการเมืองในอิหร่าน ทำให้ “อิรัก” ประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันตก
    ภายใต้การนำของซัดดัม ฮุสเซนได้ทีเข้ามาก่อสงครามกับอิหร่าน
    จนกลายเป็นสงครามอิรัก-อิหร่าน ที่ยาวนานกว่า 8 ปี

    สงครามจบลงในปี ค.ศ. 1988 โดยที่ไม่มีฝ่ายไหนได้รับชัยชนะ
    ทั้ง 2 ฝ่ายต่างสูญเสียชีวิตผู้คนไปกว่า 500,000 คน

    การพัฒนาต่างๆ ของอิหร่านหยุดชะงักไปในช่วงทศวรรษ 1990
    เพื่อทำการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายในช่วงสงคราม

    มีเพียงน้ำมันเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 80% ของการส่งออกสินค้าและบริการทั้งหมด

    ผลักดันให้อิหร่านกลายเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับ 4 ของโลกในช่วงทศวรรษนั้น

    แต่แล้วโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และการสะสมแร่ยูเรเนียม
    ก็ทำให้อิหร่านถูกนานาชาติคว่ำบาตรในปี ค.ศ. 2006
    ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันและเศรษฐกิจของอิหร่านหยุดชะงัก

    จนในปี ค.ศ. 2015 อิหร่านได้ทำ “ข้อตกลงนิวเคลียร์”
    กับสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี
    โดยอิหร่านจะลดการถือครองแร่ยูเรเนียมบริสุทธิ์ แลกกับการที่นานาชาติจะเลิกคว่ำบาตรทางการค้ากับอิหร่าน ทำให้เศรษฐกิจและการลงทุนของอิหร่านกลับมาฟื้นตัว

    แต่ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาก็ปะทุขึ้นอีกครั้งในปี 2019
    เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าว
    เพราะเห็นว่าเป็นข้อตกลงที่อิหร่านได้ประโยชน์อยู่ฝ่ายเดียว..

    ทั้งหมดคือเรื่องราวประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอย่างคร่าวๆ ของประเทศที่ชื่อว่า “อิหร่าน”
    ท่ามกลางสายลมแห่งประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี

    เป็นที่น่าติดตามว่าชะตากรรมของดินแดนแห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
    ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาจะลุกลามจนบานปลายเป็นสงครามหรือไม่?

    แต่สำหรับอิหร่านที่ผ่านสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน
    และได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้านชื่อ อิรักและซีเรีย

    อิหร่านก็คงรู้ดีว่าตอนจบของสงครามนั้นไม่มีอะไร นอกจากซากปรักหักพัง..
    ╔═══════════╗
    ไม่พลาดวิดีโอสาระน่ารู้จาก ลงทุนแมน
    กดติดตามที่ youtube.com/longtunman
    ╚═══════════╝
    References
    -The No-Nonsense Guide to World History, Chris Brazier
    -เล่าเรื่องเมืองน้ำมัน, ดร.ไสว บุญมา
    -https://www.ancient.eu/Indo-European_Languages/
    -https://www.little-persia.com/rug-guides/rug-history
    -http://news.muslimthaipost.com/news/31062
    -https://www.visualcapitalist.com/the-largest-producers-of-…/
    -http://atlas.cid.harvard.edu/explore…
    -https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.PCAP.CD…

  • qajar 在 コバにゃんチャンネル Youtube 的最讚貼文

    2021-10-01 13:19:08

  • qajar 在 大象中醫 Youtube 的最讚貼文

    2021-10-01 13:10:45

  • qajar 在 大象中醫 Youtube 的精選貼文

    2021-10-01 13:09:56

你可能也想看看

搜尋相關網站