[爆卦]MGS4 wiki是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇MGS4 wiki鄉民發文沒有被收入到精華區:在MGS4 wiki這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 mgs4產品中有29篇Facebook貼文,粉絲數超過0的網紅,也在其Facebook貼文中提到, ครบรอบวันเกิดอีกเกม ครบ 13 ปี วันวางจำหน่าย Devil May Cry 4 PS3 เป็นเครื่องเกมเครื่องแรกที่ได้เก็บเงินซื้อเอง จุดประสงค์หลักในตอนนั้นคือ DMC4 FF13 แ...

 同時也有213部Youtube影片,追蹤數超過63萬的網紅本間ひまわり - Himawari Honma -,也在其Youtube影片中提到,前→ https://youtu.be/NJqW12fpvzY 【メタルギア3 再生リスト】 https://www.youtube.com/playlist?list=PLnxwXk_UQhopC-8PxJXW2049h-UnqZD0a 【メタルギア1 再生リスト】 https://www.yo...

  • mgs4 在 Facebook 的最讚貼文

    2021-01-31 16:17:28
    有 193 人按讚

    ครบรอบวันเกิดอีกเกม
    ครบ 13 ปี วันวางจำหน่าย Devil May Cry 4

    PS3 เป็นเครื่องเกมเครื่องแรกที่ได้เก็บเงินซื้อเอง จุดประสงค์หลักในตอนนั้นคือ DMC4 FF13 และ MGS4 เก็บตังก่อนนานมากๆ จำได้ว่าแพงระเบิด

    ถึงเกมจะออกตั้งแต่มกรา กว่าจะได้จับเครื่องจริงๆก็ปิดเทอมช่วงมีนานู่นเลย ได้มาพร้อม DMC4 นี่ล่ะ เล่นคืนเดียวจบ แล้วก็เล่นอีกทุกวันตลอดปิดเทอม

    มารู้ตอนหลังว่าคะแนนรีวิวกับเสียงวิจารณ์ไม่ดีเท่าไหร่ในแง่ความสมบูรณ์ของเกม รีไซเคิลฉากไปกลับ และมินิเกมลูกเต๋า (ฮา หักคะแนนตรงนี้ได้ด้วยเรอะ) แต่ก็เป็นเกมที่เรามีความทรงจำดีๆกับมันมากเกมหนึ่ง ชอบทั้งเพลงประกอบ คัทซีนแอคชั่นที่ทำได้ดี ระบบการเล่นที่สมบูรณ์มากๆ รวมถึงคาแรคเตอร์ของดันเต้และนีโร

    ร่าเริงเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ใช่ภาคสุดท้าย
    ในที่สุดซีรีส์ก็คืนชีพ 😘
    We'll see you again and again!

  • mgs4 在 MaoGaming เมาเกมมิ่ง - สมาคม คนเมาเกม Facebook 的精選貼文

    2019-11-24 07:48:54
    有 97 人按讚


    รีวิว Death Stranding (ยาวมาก)
    .
    มีหลายคนถาม ว่าเกมนี้ เล่นแล้วรู้สึกอย่างไร
    ตอนที่ผมยังเล่นไม่จบ ผมก็ยังตอบไม่ได้เต็มที่
    .
    ตอนนี้ ผมเล่นจบแล้ว ก็น่าจะพอมาตอบได้บ้าง
    แต่ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นนักรีวิวอาชีพ
    .
    มันคงไม่ได้ถูกหลักสากลการรีวิวหนัง/เกม อะไรก็แล้วแต่
    ออกเป็นการแสดงความรู้สึกส่วนตัว หลังเล่นจบมากกว่า
    อาจมีสปอยล์อะไรบ้าง แต่จะพยายามให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ
    .
    Death Stranding เป็นเกมแรก ของคุณโคจิม่า
    หลังออกจาก บริษัทโคนามิ
    .
    ทำให้หลายคนจับตามอง ว่าเกมของโคจิม่า
    หากได้ทำจริงๆโดยไม่มีใครมาบังคับหรือบีบอะไร
    มันจะออกมารูปแบบไหน
    .
    จนกระทั่งตัวอย่างออกมา
    หลายคนดูแล้วยังเกาหัวแกรกๆ ว่า “อีหยังฟะ”
    แล้วตกลง เกมมันแนวไหนกันแน่
    .
    เพื่อให้เห็นภาพ
    ผมแบ่งตัวเกม Death Stranding ออกเป็น 3 ส่วนแล้วกันครับ

    1. ส่วนแรก คือส่วนที่เป็นหัวใจของเกม
    และคุณต้องทำตั้งแต่ต้นจนจบ คือ “การส่งของ”
    .
    ส่วนนี้ คุณต้องเอาของไปส่ง จากจุดเริ่มต้น ไปถึงปลายทาง
    ด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ ลำบากบ้าง สบายบ้าง
    .
    ซึ่งด้วยความที่ส่วนนี้ คือเกมเพลหลักของเกม
    ตัวเกมจึงใส่รายละเอียดลงไปเยอะมาก สมจริงมากกว่าเกมอื่น
    เช่น การจัดของให้น้ำหนักสมดุล เวลาเดินจะไม่เซมาก
    เดินไปต้องกดทรงตัว จัดของไม่ให้เกินน้ำหนัก
    .
    ภูมิประเทศก็มีผลทำให้สะดุด ลื่น เหนื่อย จมน้ำได้ ไหนจะพวกผี ศัตรูระหว่างทาง ฝนตกที่ทำให้ของเสียหาย ฯลฯ
    .
    ด้วยรายละเอียดเหล่านี้ การส่งของในเกมนี้ มันจึงมีความแตกต่างจากเกมทั่วไป เราจำเป็นต้องมีสมาธิกับมันอย่างมาก เพราะหากของเสียหายมากจนพัง คุณอาจต้องเริ่มต้นใหม่กันเลยทีเดียว
    .
    เนื่องจากการส่งของมีอุปสรรคมากมาย
    ตัวเกมเลยมีตัวช่วยให้คุณสบายขึ้นบ้าง จากสิ่งของที่ค่อยๆได้ตามเกม หรือ สิ่งปลูกสร้างอำนวยความสะดวกระหว่างทาง
    ที่เราสร้าง ผู้เล่นอื่นก็จะได้ใช้ คนอื่นสร้าง เราได้ใช้
    .
    หรือจะช่วยกันลงขันสร้างก็ได้ เมื่อใครมาใช้ของของเรา จะมีตัวหนังสือบอก แล้วได้ Like ตอบแทน ทำให้เราภูมิใจลึกๆ ว่าได้ทำเพื่อผู้อื่น ราวกับเป็นการทำบุญยุคอนาคต ทำแล้วเห็นผลบุญ วัดกันได้เรียลไทม์
    .
    และทั้งหมดนี้ คือส่วนเกมเพลที่คุณต้องใช้เวลามากที่สุดในเกม
    .
    2. ส่วนเนื้อเรื่อง
    ส่วนเนื้อเรื่อง ผมขอแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนเป็นคัทซีน และส่วนที่เป็นตัวหนังสือ (วิทยุ+ข้อมูลที่ต้องอ่าน)
    .
    บอกเลยว่า คุณต้องเจอกับส่วนนี้อีกมหาศาลตลอดเกม
    อีกทั้งเนื้อเรื่องของเกมที่ไซ-ไฟจ๋า ชวนงงโคตรๆ
    .
    ใครได้ภาษาอาจจะดีหน่อย งงน้อยหน่อย
    (แต่เชื่อเถอะ ยังมีงงกันอยู่ดี)
    .
    ใครไม่ได้ภาษาอาจหลับเอาได้ นอกจากคุณจะกดข้ามๆๆๆ
    ซึ่งหมายความว่าคุณอาจพลาดสิ่งสำคัญไปมากมาย
    .
    3. ส่วนการต่อสู้
    ส่วนการต่อสู้ ผมให้น้ำหนักน้อยสุดในนี้
    จากความรู้สึก ผมรู้สึกว่า ผมใช้เวลากับส่วนที่ 1-2 มากกว่าส่วนที่ 3 หลายเท่ามากๆ รายละเอียดไปว่ากันส่วนต่อไป
    .
    -\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-
    .
    โอเค พอรู้แล้วว่า ตัวเกมแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
    แล้วผมชอบไม่ชอบตรงไหนยังไงบ้าง
    .
    ส่วนที่ 1 การส่งของ
    .
    บอกเลยว่า แรกๆสนุกและเพลินมาก
    ตอนแรกคิดว่าส่งของธรรมดาๆมันสนุกตรงไหน
    .
    ไปๆมาๆ เพลินดี วิวสวยๆกว้างๆเรียบๆสบายตา
    .
    ซักพักมีเพลงเพราะๆคลอให้ฟัง(จะมาตามแต่ละช่วงของเนื้อเรื่อง)
    หรือจะเปิดฟังเองก็(น่าจะ)ได้ หลังจากปลดเพลงแล้ว
    .
    นอกจากนี้ เรายังสนุกกับการสร้าง หรือ ใช้สิ่งของของคนอื่น
    .
    ความรู้สึกดี เมื่อมีคนมาใช้ของเรา
    ความภูมิใจที่ผ่านอุปสรรคต่างๆ
    ความอดทนที่ต้องไปให้ถึงปลายทาง
    สิ่งเหล่านี้ คือ อรรถรส
    ที่ไม่น่าเชื่อว่าการส่งของธรรมดาๆ กลับกลายเป็นสิ่งพิเศษ
    ที่ไม่เคยสัมผัสจากเกมอื่นๆ
    .
    แต่สำหรับผม ผมรู้สึกแบบนั้น กับช่วงแรกๆของเกม
    หลังจากนั้น เริ่มที่จะชิน เริ่มจะเบื่อ
    ไม่ไหวที่จะทำแบบนี้ซ้ำๆอีกต่อไป
    .
    อุปสรรคที่เคยสนุกหรือลุ้นกับมัน กลับกลายเป็นเริ่มรำคาญแล้วสิ
    จะรีบไปเนื้อเรื่อง คุณก็ต้องส่งของตามเนื้อเรื่องอยู่ดี
    หากคุณเบื่อ คุณก็ต้องส่งของอยู่ดี ฮ่าๆ
    .
    ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง
    ด้วยความที่เนื้อเรื่องเกมนี้ ไซ-ไฟ จ๋ามาก
    อารมณ์เหมือน interstellar เวอร์ชั่นเกม
    .
    หากคุณเล่นไปแล้วแปลเนื้อเรื่อง/ตามเนื้อเรื่องทัน
    คุณจะพบว่าสมองคุณต้องทำงานหนักมาก
    .
    แม้เล่นไปจนได้คลายปม หรือเข้าใจอะไรต่างๆ
    แต่ก็หนักอึ้ง ราวกับเพิ่งออกจากคาบเรียนฟิสิกส์ก็มิปาน
    .
    ทำให้ผมรู้สึกว่า มันต้องเข้าใจอะไรยาก ซับซ้อนขนาดนี้เลยหรือนี่
    อีกใจก็อยากชมคนเขียนบท+โคจิม่า
    ที่คิดกฎต่างๆในเกมขึ้นมา ผูกกับหลักวิทย์ในชีวิตจริง
    จนมีเรื่องราวขนาดนี้ คิดได้ไง ยอมใจจริงๆ
    .
    ลองนึกภาพคนเขียนบทกับคุณโคจิม่าคุยกัน
    ต้องคุยกันอีท่าไหน บทเกมถึงจะออกมาแบบนี้ได้
    .
    คัทซีนหรืองานภาพในเกม ก็ช่วยให้เราเสพเกมนี้ได้นานขึ้น
    ภาพสวย ราวกับดูหนัง
    ยิ่งได้นักแสดงดังๆมาร่วมด้วย อารมณ์หนังยิ่งมา
    เสพไปว๊าวไป ผสมกับความงงๆก่งก๊งไป 555+
    .
    ส่วนที่ 3 ส่วนต่อสู้
    ส่วนนี้ ผมให้น้ำหนักน้อยสุด
    เพราะนับจากจำนวนชั่วโมงในส่วนนี้ จะน้อยสุด(ถ้าเล่นตามเนื้อเรื่อง)
    .
    การต่อสู้ไม่ว่าจะศัตรูตัวไหน เล็กใหญ่ คุณใช้กลยุทธ์ไม่ต่างกัน
    ยิงด้วยอาวุธใดก็ได้ที่เป็นกระสุนเลือดแซม+คอยเต็มเลือด
    .
    จะลำบากหน่อยก็ตรงที่ผมเลือกเล่นแบบยากสุด เลยโดนดาเมทหนักสุด
    .
    เอาจริงๆการสู้มินิบอสสัตว์ต่างๆ
    ผมยังสนุกกว่า ลุ้นกว่า สู้บอสหลักเนื้อเรื่องอีก
    .
    ทั้งๆที่บอสเนื้อเรื่องแต่งตัวอย่างเท่ เปิดตัวอยากเทพ
    ฉากต่างๆอลังการมาก แต่พอสู้จริงๆ มันไม่อิปิคขนาดนั้น
    โชคดีที่งานภาพ/เสียง ช่วงบอสช่วยไว้เยอะจริงๆ
    .
    บางคนบอกว่า เกมโคจิม่าก็เป็นแบบนี้
    บอสอลังการ แต่วิธีการต่อสู้เบสิค
    .
    ผมลองย้อนไปสมัยเล่นเมทัลเกียร์
    บอสแต่ละตัวก็มีลูกเล่นของมันนะ
    และเราต้องแก้ทางอยู่เหมือนกัน
    .
    ไม่ใช้ยืนยิงๆวิ่งๆก็ผ่านทุกตัว
    บางตัวต้องกระโดดลงน้ำ บางตัวต้องใช้อาวุธเฉพาะ
    .
    อย่างไซบอร์คนินจา คุณใช้ปืนยิงไม่ได้ เป็นต้น
    แต่เกมนี้ คุณใช้อะไรก็ได้ ผ่านเหมือนกัน
    แค่ผ่านง่ายกว่าผ่านยากกว่าเท่านั้น
    .
    แม้ว่าผมเล่นยากสุด แล้วสเตลล์ช่วงบอส
    บางที AI ลูกน้องหรือแม้แต่ตัวบอสยังเอ๋อๆเลย
    เดินแทบจะรอบตัวอยู่แล้ว มันยังไม่เห็นหรือรู้ตัว
    .
    เมทัลเกียร์โซลิด 1 ที่เป็นเกมหลายสิบปีก่อน
    ผมรู้สึกว่า AI บอส/ทหาร ยังฉลาดกว่านี้อีกมั้ง
    .
    บางซีนก็เหมือนจะใช้มุขเดิมของ MGS4 มาเลย
    ไม่รู้ว่าจงใจล้อเลียนหรืออะไร
    .
    ถ้าตั้งใจใส่มาจริงจัง
    คนไม่เคยเล่น MGS4 คงจะว๊าว
    แต่ผมเล่นมา เลยรู้สึกมองบนแล้วแบบเฉยๆมาก
    .
    สรุปคือ พอเล่นจบ กลับรู้สึกว่า
    ส่วนการต่อสู้ในเกมนี้ เป็นเพียงสีสันหนึ่งในเกม
    .
    ทำให้เกมมีมิติขึ้น หลากหลายขึ้น
    แต่เกมไม่ได้เน้นส่วนนี้
    เปรียบเสมือนเครื่องปรุง
    ให้การขนส่งของเรา มีรสชาติขึ้นมากกว่า

    -\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-

    ส่วนอื่นๆที่ช่วยชูเกมนี้ขึ้นมา
    ก็พวกงานภาพสวยๆ ตอนจะอลังการก็ทำได้ดีจริงๆ
    ร่วมกับโมชั่นดาราต่างๆ เลยทำให้เราอยากดูฉากต่อๆไป
    .
    รายละเอียดต่างๆที่ซ่อนอยู่ในเกม
    (บางทีรู้สึกว่าละเอียดไปไหม เห็นใจสายแคชชวล)
    ความลับต่างๆสำหรับแฟนบอย
    .
    เพลงประกอบที่ไพเราะ(เพลงที่มีเสียงร้อง)
    น่าเสียดายที่เพลงแบคกราวจริงๆในเกม เหมือนจะมีน้อย
    ถ้าเทียบกับเกมอื่นๆที่โคจิม่าเคยทำมา
    .
    ราวกับว่าตลอดเกม
    เฮียจงใจจะให้เราอยู่กับความอ้างว้าง ว่างเปล่าหรือเปล่านะ

    -\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-

    แต่ๆๆๆ ทั้ง 3 ส่วนที่ผมติชมนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัว
    ที่คงไม่ใช่ข้อเสียจริงๆของเกม
    .
    ข้อเสียจริงๆต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะไม่ชอบ
    อย่างพวกบัค เพลงห่วงภาพกาก เนื้อเรื่องแย่ อะไรแบบนี้
    .
    ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่าผมขัดใจ มันอาจถูกใจหลายๆคนก็ได้
    ผมเลยพอจะเข้าใจ ว่าทำไมถึงมีคนชอบ และมีคนไม่ชอบ

    มันก็ขึ้นอยู่กับว่า ที่ผมว่าๆมา คุณโอเคกับสิ่งเหล่านั้นหรือไม่
    .
    ที่แน่ๆคือ เมื่อเล่นจบแล้วนั้น
    รู้สึกว่าเกมนี้มีความเป็นของตัวเอง มีความอินดี้สูงมาก
    .
    ผมไม่เสียใจที่ได้เล่น แต่ไม่ถึงกับสุดยอดเกมในดวงใจขนาดนั้น
    เหมือนเราได้ดูหนังอาร์ทๆไซ-ไฟเรื่องหนึ่งจบ
    แล้วสามารถไปถกกับชาวบ้านได้แล้ว
    .
    ถ้าเกมนี้ ได้เป็นเกมออฟเดอะเยียร์ ผมก็ไม่คัดค้าน
    การสร้างเกมที่ไม่เหมือนใครขนาดนี้
    ไม่ใช่เรื่องง่ายและเห็นได้บ่อยนัก
    .
    แต่ในอนาคต ผมอยากเห็นเกมต่อไปของโคจิม่า
    ที่เข้าใจง่ายขึ้นมานิด (เพราะผมโง่เอง 555+)
    ให้น้ำหนัก ใส่แมคคานิคกลไกส่วนแอคชั่นบู๊มากหน่อย
    .
    เกมนี้แสดงให้เห็นว่า
    ต่อไปเฮียจะทำเกมอะไร ทำได้หมดแล้วล่ะ
    อยู่ที่ตัวบทและคุณโคจิม่า ว่าจะเอาส่วนไหนนำ
    ส่วนไหนหนัก-เบา ถูกใจคนเล่นกลุ่มไหน แค่นั้นเองครับ

    -\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-\-

    เขียนจบแล้วว งงไหมครับ เห็นไหม ขนาดเขียนรีวิว ยังงงๆเลย ฮ่าๆ

  • mgs4 在 MaoGaming เมาเกมมิ่ง - สมาคม คนเมาเกม Facebook 的最佳解答

    2019-11-24 07:48:54
    有 97 人按讚

    รีวิว Death Stranding (ยาวมาก)
    .
    มีหลายคนถาม ว่าเกมนี้ เล่นแล้วรู้สึกอย่างไร
    ตอนที่ผมยังเล่นไม่จบ ผมก็ยังตอบไม่ได้เต็มที่
    .
    ตอนนี้ ผมเล่นจบแล้ว ก็น่าจะพอมาตอบได้บ้าง
    แต่ออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้เป็นนักรีวิวอาชีพ
    .
    มันคงไม่ได้ถูกหลักสากลการรีวิวหนัง/เกม อะไรก็แล้วแต่
    ออกเป็นการแสดงความรู้สึกส่วนตัว หลังเล่นจบมากกว่า
    อาจมีสปอยล์อะไรบ้าง แต่จะพยายามให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ครับ
    .
    Death Stranding เป็นเกมแรก ของคุณโคจิม่า
    หลังออกจาก บริษัทโคนามิ
    .
    ทำให้หลายคนจับตามอง ว่าเกมของโคจิม่า
    หากได้ทำจริงๆโดยไม่มีใครมาบังคับหรือบีบอะไร
    มันจะออกมารูปแบบไหน
    .
    จนกระทั่งตัวอย่างออกมา
    หลายคนดูแล้วยังเกาหัวแกรกๆ ว่า “อีหยังฟะ”
    แล้วตกลง เกมมันแนวไหนกันแน่
    .
    เพื่อให้เห็นภาพ
    ผมแบ่งตัวเกม Death Stranding ออกเป็น 3 ส่วนแล้วกันครับ

    1. ส่วนแรก คือส่วนที่เป็นหัวใจของเกม
    และคุณต้องทำตั้งแต่ต้นจนจบ คือ “การส่งของ”
    .
    ส่วนนี้ คุณต้องเอาของไปส่ง จากจุดเริ่มต้น ไปถึงปลายทาง
    ด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ ลำบากบ้าง สบายบ้าง
    .
    ซึ่งด้วยความที่ส่วนนี้ คือเกมเพลหลักของเกม
    ตัวเกมจึงใส่รายละเอียดลงไปเยอะมาก สมจริงมากกว่าเกมอื่น
    เช่น การจัดของให้น้ำหนักสมดุล เวลาเดินจะไม่เซมาก
    เดินไปต้องกดทรงตัว จัดของไม่ให้เกินน้ำหนัก
    .
    ภูมิประเทศก็มีผลทำให้สะดุด ลื่น เหนื่อย จมน้ำได้ ไหนจะพวกผี ศัตรูระหว่างทาง ฝนตกที่ทำให้ของเสียหาย ฯลฯ
    .
    ด้วยรายละเอียดเหล่านี้ การส่งของในเกมนี้ มันจึงมีความแตกต่างจากเกมทั่วไป เราจำเป็นต้องมีสมาธิกับมันอย่างมาก เพราะหากของเสียหายมากจนพัง คุณอาจต้องเริ่มต้นใหม่กันเลยทีเดียว
    .
    เนื่องจากการส่งของมีอุปสรรคมากมาย
    ตัวเกมเลยมีตัวช่วยให้คุณสบายขึ้นบ้าง จากสิ่งของที่ค่อยๆได้ตามเกม หรือ สิ่งปลูกสร้างอำนวยความสะดวกระหว่างทาง
    ที่เราสร้าง ผู้เล่นอื่นก็จะได้ใช้ คนอื่นสร้าง เราได้ใช้
    .
    หรือจะช่วยกันลงขันสร้างก็ได้ เมื่อใครมาใช้ของของเรา จะมีตัวหนังสือบอก แล้วได้ Like ตอบแทน ทำให้เราภูมิใจลึกๆ ว่าได้ทำเพื่อผู้อื่น ราวกับเป็นการทำบุญยุคอนาคต ทำแล้วเห็นผลบุญ วัดกันได้เรียลไทม์
    .
    และทั้งหมดนี้ คือส่วนเกมเพลที่คุณต้องใช้เวลามากที่สุดในเกม
    .
    2. ส่วนเนื้อเรื่อง
    ส่วนเนื้อเรื่อง ผมขอแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนเป็นคัทซีน และส่วนที่เป็นตัวหนังสือ (วิทยุ+ข้อมูลที่ต้องอ่าน)
    .
    บอกเลยว่า คุณต้องเจอกับส่วนนี้อีกมหาศาลตลอดเกม
    อีกทั้งเนื้อเรื่องของเกมที่ไซ-ไฟจ๋า ชวนงงโคตรๆ
    .
    ใครได้ภาษาอาจจะดีหน่อย งงน้อยหน่อย
    (แต่เชื่อเถอะ ยังมีงงกันอยู่ดี)
    .
    ใครไม่ได้ภาษาอาจหลับเอาได้ นอกจากคุณจะกดข้ามๆๆๆ
    ซึ่งหมายความว่าคุณอาจพลาดสิ่งสำคัญไปมากมาย
    .
    3. ส่วนการต่อสู้
    ส่วนการต่อสู้ ผมให้น้ำหนักน้อยสุดในนี้
    จากความรู้สึก ผมรู้สึกว่า ผมใช้เวลากับส่วนที่ 1-2 มากกว่าส่วนที่ 3 หลายเท่ามากๆ รายละเอียดไปว่ากันส่วนต่อไป
    .
    -------------------------------------------
    .
    โอเค พอรู้แล้วว่า ตัวเกมแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
    แล้วผมชอบไม่ชอบตรงไหนยังไงบ้าง
    .
    ส่วนที่ 1 การส่งของ
    .
    บอกเลยว่า แรกๆสนุกและเพลินมาก
    ตอนแรกคิดว่าส่งของธรรมดาๆมันสนุกตรงไหน
    .
    ไปๆมาๆ เพลินดี วิวสวยๆกว้างๆเรียบๆสบายตา
    .
    ซักพักมีเพลงเพราะๆคลอให้ฟัง(จะมาตามแต่ละช่วงของเนื้อเรื่อง)
    หรือจะเปิดฟังเองก็(น่าจะ)ได้ หลังจากปลดเพลงแล้ว
    .
    นอกจากนี้ เรายังสนุกกับการสร้าง หรือ ใช้สิ่งของของคนอื่น
    .
    ความรู้สึกดี เมื่อมีคนมาใช้ของเรา
    ความภูมิใจที่ผ่านอุปสรรคต่างๆ
    ความอดทนที่ต้องไปให้ถึงปลายทาง
    สิ่งเหล่านี้ คือ อรรถรส
    ที่ไม่น่าเชื่อว่าการส่งของธรรมดาๆ กลับกลายเป็นสิ่งพิเศษ
    ที่ไม่เคยสัมผัสจากเกมอื่นๆ
    .
    แต่สำหรับผม ผมรู้สึกแบบนั้น กับช่วงแรกๆของเกม
    หลังจากนั้น เริ่มที่จะชิน เริ่มจะเบื่อ
    ไม่ไหวที่จะทำแบบนี้ซ้ำๆอีกต่อไป
    .
    อุปสรรคที่เคยสนุกหรือลุ้นกับมัน กลับกลายเป็นเริ่มรำคาญแล้วสิ
    จะรีบไปเนื้อเรื่อง คุณก็ต้องส่งของตามเนื้อเรื่องอยู่ดี
    หากคุณเบื่อ คุณก็ต้องส่งของอยู่ดี ฮ่าๆ
    .
    ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง
    ด้วยความที่เนื้อเรื่องเกมนี้ ไซ-ไฟ จ๋ามาก
    อารมณ์เหมือน interstellar เวอร์ชั่นเกม
    .
    หากคุณเล่นไปแล้วแปลเนื้อเรื่อง/ตามเนื้อเรื่องทัน
    คุณจะพบว่าสมองคุณต้องทำงานหนักมาก
    .
    แม้เล่นไปจนได้คลายปม หรือเข้าใจอะไรต่างๆ
    แต่ก็หนักอึ้ง ราวกับเพิ่งออกจากคาบเรียนฟิสิกส์ก็มิปาน
    .
    ทำให้ผมรู้สึกว่า มันต้องเข้าใจอะไรยาก ซับซ้อนขนาดนี้เลยหรือนี่
    อีกใจก็อยากชมคนเขียนบท+โคจิม่า
    ที่คิดกฎต่างๆในเกมขึ้นมา ผูกกับหลักวิทย์ในชีวิตจริง
    จนมีเรื่องราวขนาดนี้ คิดได้ไง ยอมใจจริงๆ
    .
    ลองนึกภาพคนเขียนบทกับคุณโคจิม่าคุยกัน
    ต้องคุยกันอีท่าไหน บทเกมถึงจะออกมาแบบนี้ได้
    .
    คัทซีนหรืองานภาพในเกม ก็ช่วยให้เราเสพเกมนี้ได้นานขึ้น
    ภาพสวย ราวกับดูหนัง
    ยิ่งได้นักแสดงดังๆมาร่วมด้วย อารมณ์หนังยิ่งมา
    เสพไปว๊าวไป ผสมกับความงงๆก่งก๊งไป 555+
    .
    ส่วนที่ 3 ส่วนต่อสู้
    ส่วนนี้ ผมให้น้ำหนักน้อยสุด
    เพราะนับจากจำนวนชั่วโมงในส่วนนี้ จะน้อยสุด(ถ้าเล่นตามเนื้อเรื่อง)
    .
    การต่อสู้ไม่ว่าจะศัตรูตัวไหน เล็กใหญ่ คุณใช้กลยุทธ์ไม่ต่างกัน
    ยิงด้วยอาวุธใดก็ได้ที่เป็นกระสุนเลือดแซม+คอยเต็มเลือด
    .
    จะลำบากหน่อยก็ตรงที่ผมเลือกเล่นแบบยากสุด เลยโดนดาเมทหนักสุด
    .
    เอาจริงๆการสู้มินิบอสสัตว์ต่างๆ
    ผมยังสนุกกว่า ลุ้นกว่า สู้บอสหลักเนื้อเรื่องอีก
    .
    ทั้งๆที่บอสเนื้อเรื่องแต่งตัวอย่างเท่ เปิดตัวอยากเทพ
    ฉากต่างๆอลังการมาก แต่พอสู้จริงๆ มันไม่อิปิคขนาดนั้น
    โชคดีที่งานภาพ/เสียง ช่วงบอสช่วยไว้เยอะจริงๆ
    .
    บางคนบอกว่า เกมโคจิม่าก็เป็นแบบนี้
    บอสอลังการ แต่วิธีการต่อสู้เบสิค
    .
    ผมลองย้อนไปสมัยเล่นเมทัลเกียร์
    บอสแต่ละตัวก็มีลูกเล่นของมันนะ
    และเราต้องแก้ทางอยู่เหมือนกัน
    .
    ไม่ใช้ยืนยิงๆวิ่งๆก็ผ่านทุกตัว
    บางตัวต้องกระโดดลงน้ำ บางตัวต้องใช้อาวุธเฉพาะ
    .
    อย่างไซบอร์คนินจา คุณใช้ปืนยิงไม่ได้ เป็นต้น
    แต่เกมนี้ คุณใช้อะไรก็ได้ ผ่านเหมือนกัน
    แค่ผ่านง่ายกว่าผ่านยากกว่าเท่านั้น
    .
    แม้ว่าผมเล่นยากสุด แล้วสเตลล์ช่วงบอส
    บางที AI ลูกน้องหรือแม้แต่ตัวบอสยังเอ๋อๆเลย
    เดินแทบจะรอบตัวอยู่แล้ว มันยังไม่เห็นหรือรู้ตัว
    .
    เมทัลเกียร์โซลิด 1 ที่เป็นเกมหลายสิบปีก่อน
    ผมรู้สึกว่า AI บอส/ทหาร ยังฉลาดกว่านี้อีกมั้ง
    .
    บางซีนก็เหมือนจะใช้มุขเดิมของ MGS4 มาเลย
    ไม่รู้ว่าจงใจล้อเลียนหรืออะไร
    .
    ถ้าตั้งใจใส่มาจริงจัง
    คนไม่เคยเล่น MGS4 คงจะว๊าว
    แต่ผมเล่นมา เลยรู้สึกมองบนแล้วแบบเฉยๆมาก
    .
    สรุปคือ พอเล่นจบ กลับรู้สึกว่า
    ส่วนการต่อสู้ในเกมนี้ เป็นเพียงสีสันหนึ่งในเกม
    .
    ทำให้เกมมีมิติขึ้น หลากหลายขึ้น
    แต่เกมไม่ได้เน้นส่วนนี้
    เปรียบเสมือนเครื่องปรุง
    ให้การขนส่งของเรา มีรสชาติขึ้นมากกว่า

    -------------------------------------------

    ส่วนอื่นๆที่ช่วยชูเกมนี้ขึ้นมา
    ก็พวกงานภาพสวยๆ ตอนจะอลังการก็ทำได้ดีจริงๆ
    ร่วมกับโมชั่นดาราต่างๆ เลยทำให้เราอยากดูฉากต่อๆไป
    .
    รายละเอียดต่างๆที่ซ่อนอยู่ในเกม
    (บางทีรู้สึกว่าละเอียดไปไหม เห็นใจสายแคชชวล)
    ความลับต่างๆสำหรับแฟนบอย
    .
    เพลงประกอบที่ไพเราะ(เพลงที่มีเสียงร้อง)
    น่าเสียดายที่เพลงแบคกราวจริงๆในเกม เหมือนจะมีน้อย
    ถ้าเทียบกับเกมอื่นๆที่โคจิม่าเคยทำมา
    .
    ราวกับว่าตลอดเกม
    เฮียจงใจจะให้เราอยู่กับความอ้างว้าง ว่างเปล่าหรือเปล่านะ

    -------------------------------------------

    แต่ๆๆๆ ทั้ง 3 ส่วนที่ผมติชมนี้ เป็นความรู้สึกส่วนตัว
    ที่คงไม่ใช่ข้อเสียจริงๆของเกม
    .
    ข้อเสียจริงๆต้องเป็นสิ่งที่ทุกคนน่าจะไม่ชอบ
    อย่างพวกบัค เพลงห่วงภาพกาก เนื้อเรื่องแย่ อะไรแบบนี้
    .
    ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่าผมขัดใจ มันอาจถูกใจหลายๆคนก็ได้
    ผมเลยพอจะเข้าใจ ว่าทำไมถึงมีคนชอบ และมีคนไม่ชอบ

    มันก็ขึ้นอยู่กับว่า ที่ผมว่าๆมา คุณโอเคกับสิ่งเหล่านั้นหรือไม่
    .
    ที่แน่ๆคือ เมื่อเล่นจบแล้วนั้น
    รู้สึกว่าเกมนี้มีความเป็นของตัวเอง มีความอินดี้สูงมาก
    .
    ผมไม่เสียใจที่ได้เล่น แต่ไม่ถึงกับสุดยอดเกมในดวงใจขนาดนั้น
    เหมือนเราได้ดูหนังอาร์ทๆไซ-ไฟเรื่องหนึ่งจบ
    แล้วสามารถไปถกกับชาวบ้านได้แล้ว
    .
    ถ้าเกมนี้ ได้เป็นเกมออฟเดอะเยียร์ ผมก็ไม่คัดค้าน
    การสร้างเกมที่ไม่เหมือนใครขนาดนี้
    ไม่ใช่เรื่องง่ายและเห็นได้บ่อยนัก
    .
    แต่ในอนาคต ผมอยากเห็นเกมต่อไปของโคจิม่า
    ที่เข้าใจง่ายขึ้นมานิด (เพราะผมโง่เอง 555+)
    ให้น้ำหนัก ใส่แมคคานิคกลไกส่วนแอคชั่นบู๊มากหน่อย
    .
    เกมนี้แสดงให้เห็นว่า
    ต่อไปเฮียจะทำเกมอะไร ทำได้หมดแล้วล่ะ
    อยู่ที่ตัวบทและคุณโคจิม่า ว่าจะเอาส่วนไหนนำ
    ส่วนไหนหนัก-เบา ถูกใจคนเล่นกลุ่มไหน แค่นั้นเองครับ

    -------------------------------------------

    เขียนจบแล้วว งงไหมครับ เห็นไหม ขนาดเขียนรีวิว ยังงงๆเลย ฮ่าๆ

你可能也想看看

搜尋相關網站