[爆卦]Isotherm是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇Isotherm鄉民發文沒有被收入到精華區:在Isotherm這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 isotherm產品中有4篇Facebook貼文,粉絲數超過3萬的網紅辣媽英文天后 林俐 Carol,也在其Facebook貼文中提到, 趁著風和日麗, 和好朋友去了我二十年都沒再去過的「清水地熱」。 用地熱水煮花生、玉米、鵪鶉蛋⋯⋯, 大家笑笑鬧鬧, 還配有美味甕窯雞和阿宗芋冰, 美食配好友, 不亦樂乎! ———————————————————— 地熱的英文是什麼呢? ▶️ geothermal (a.) 地熱的 ———————...

 同時也有1部Youtube影片,追蹤數超過9萬的網紅The Regina.,也在其Youtube影片中提到,+訂閱我的Youtube頻道 https://goo.gl/P94QPa ❚ Social Media;社群平台 Instagram @thereginatw https://instagram.com/thereginatw Facebook https://www.facebook.com/t...

isotherm 在 辣媽英文天后 林俐 Carol Instagram 的精選貼文

2020-08-11 22:53:26

趁著風和日麗, 和好朋友去了我二十年都沒再去過的「清水地熱」。 用地熱水煮花生、玉米、鵪鶉蛋⋯⋯, 大家笑笑鬧鬧, 還配有美味甕窯雞和阿宗芋冰, 美食配好友, 不亦樂乎! ———————————————————— 地熱的英文是什麼呢? ▶️ geothermal (a.) 地熱的 —————————...

  • isotherm 在 辣媽英文天后 林俐 Carol Facebook 的最佳解答

    2020-05-19 15:02:00
    有 588 人按讚

    趁著風和日麗,
    和好朋友去了我二十年都沒再去過的「清水地熱」。
    用地熱水煮花生、玉米、鵪鶉蛋⋯⋯,
    大家笑笑鬧鬧,
    還配有美味甕窯雞和阿宗芋冰,
    美食配好友,
    不亦樂乎!
    ————————————————————
    地熱的英文是什麼呢?

    ▶️ geothermal (a.) 地熱的

    ————————————————————-
    🔺 geo-: land
    🌎 geography (n.) 地理學
    🌎 geology (n.) 地質學
    🌎 geometry (n.) 幾何學
    🌎 geomancy (n.) 風水
    🌎 geocentric (a.) 以地球為中心的
    🌎 geotropic (a.) 向地性的
    🌎 Pangaea (n.) 盤古大陸
    🌎 geochronology (n.) 地球紀年學
    🌎 geodesic (a.) 大地測量的
    🌎 geophagy (n.) 食土症
    🌎 geopolitical (a.) 地理政治學的
    ————————————————————
    🔶 therm-: temperature
    🌡 thermometer (n.) 溫度計
    🌡 homoiotherm (n.) 恆溫動物
    🌡 poikilotherm (n.) 變溫動物
    🌡 thermodynamics (n.) 熱力學
    🌡 thermostat (n.) 恆溫器
    🌡 hyperthermia (n.) 高熱症
    🌡 hypothermia (n.) 體溫過低症
    🌡 isotherm (n.) 等溫線
    🌡 endothermic (a.) 吸熱的
    🌡 exothermic (a.) 放熱的
    🌡 thermoregulation (n.) 熱調節
    ———————————————————
    我們的御用攝影師是大名鼎鼎的楊過老師&黃興老師吔!

    自然科老師聊天的話題都好特別😆😆~
    ———————————————————
    #俐媽英文教室
    #俐媽英文教室字根字首字尾篇
    #好朋友出遊去

  • isotherm 在 มติพล ตั้งมติธรรม Facebook 的最佳解答

    2020-04-06 08:46:10
    有 264 人按讚

    เราตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้อย่างไร?

    “มึงว่ากูติดยังวะ?” น่าจะเป็นคำถามที่คนถามมากที่สุดกันในช่วงนี้ ซึ่งวิธีเดียวที่จะรู้ได้แน่ๆ ว่าติดหรือไม่ติด ก็คือการ “ไปตรวจ” ว่าแต่ว่าการตรวจนี่เขาทำกันอย่างไร? ทำไมมันถึงแพงและใช้เวลานาน? เราพอจะมีวิธีอื่นที่จะตรวจได้เร็วกว่านี้หรือไม่

    *ทำไมตรวจหาไวรัสจึงไม่ได้ตรวจได้ง่ายๆ?*

    ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ไวรัสก็เป็นแค่สารพันธุกรรมที่ทำจาก RNA และหุ้มด้วยเปลือกนอกที่ทำจากโปรตีนและไขมัน ปัญหาที่ท้าทายอย่างหนึ่งของการตรวจหาเชื้อไวรัสก็คือ ไวรัสนั้นมีขนาดเล็กมากเกินกว่าที่จะส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดาได้ และปัจจุบันนี้นั้นเราก็ยังไม่พบวิธีที่จะสามารถเพาะเชื้อไวรัสภายนอกร่างกายของมนุษย์ได้ เราจึงไม่สามารถตรวจไวรัสจากการเพาะเชื้อได้ นอกไปจากนี้ในช่วงแรกๆ ของการติดต่อนั้นจำนวนอนุภาคไวรัสอาจจะมีน้อยมากเสียจนไม่สามารถตรวจวัดได้ด้วยวิธีปรกติ

    วิธีหนึ่งที่เราสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสได้ ก็คือการตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผลิตออกมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส (วิธี IgG/IgM) ซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างสะดวกและรวดเร็ว และเหมาะกับการช่วยสกรีนผู้ป่วยแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวิธีนี้นั้นใช้ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นมา ในระยะแรกๆ ของการติดเชื้อร่างกายอาจจะยังไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ผลที่เป็นลบโดยวิธีนี้จึงไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอนว่าไม่ได้มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย และเป็นการตรวจว่า "เราเคยติดเชื้อโควิด-19 แล้วหรือยัง" เสียมากกว่า ซึ่งกว่าจะตรวจวิธีนี้พบก็อาจจะปาเข้าไปสองอาทิตย์[2][3] ซึ่งตอนนั้นก็เลยเวลาที่ควรจะต้องกักตัวไปแล้ว

    ดังนั้นหากเราต้องการจะตรวจดูว่าเราติดเชื้อหรือยัง ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อกักตัว วิธีเดียวที่จะทำได้ก็คือการตรวจหาลำดับของกรดนิวคลีอิก (nucleic acid) ที่เป็นสารพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 ที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19

    ความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เราเพิ่งจะรู้จักกับสารพันธุกรรมที่เรียกว่า DNA เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง เราเพิ่งจะทราบว่า DNA มีโครงสร้างคล้ายบันไดเกลียวแค่เพียงประมาณ 50 ปีที่แล้ว และการใช้รหัสพันธุกรรมที่จำเพาะของ DNA ในการตรวจสอบทางนิติเวชก็เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1986 นี่เอง แต่ด้วยความเข้าใจเรื่องชีวโมเลกุลที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีเพียงพอที่จะสามารถตรวจหารหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสในผู้ป่วยแต่เนิ่นๆ ได้ในแบบที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน

    สารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตนั้นถูกเขียนอยู่ในรูปของกรดนิวคลีอิก ซึ่งเปรียบได้กับตัวอักษรหนึ่งตัวในสมุดเล่มหนาๆ ที่เป็นรหัสพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตทุกชนิดนั้นประกอบขึ้นจากตัวอักษรเพียงแค่สี่ตัว ได้แก่ C, G, A, T (หรือ U ในกรณีของ RNA) ซึ่งใน DNA นั้น เบสแต่ละตัวจะจับคู่กันกับคู่ของมัน โดย C จะคู่กับ G, A คู่กับ T เปรียบได้กับตัวต่อที่ลงล๊อคกันพอดี ใน DNA จึงประกอบขึ้นเป็นสายสองสายที่คู่กัน พันกันเป็นเกลียวคล้ายบันไดเวียน

    สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใช้ “ตัวอักษร” และ “ภาษา” เดียวกันในการถอดรหัสสารพันธุกรรมไปเป็นโปรตีน สิ่งเดียวที่ทำให้เราแตกต่างจากไวรัสก็คือ “เนื้อหา” ซึ่งขึ้นอยู่กับ “ลำดับ” ของการเรียงตัวอักษรในพันธุกรรม แม้กระทั่งเซลล์ร่างกายของเราก็ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสารพันธุกรรมเส้นใดเป็นของเรา และเส้นใดเป็นของไวรัส นี่คือเหตุผลว่าทำไมรหัสพันธุกรรมของไวรัสจึงสามารถใช้ทรัพยากรของเซลล์เราในการเพิ่มจำนวนได้ แต่ในขณะเดียวกันนั่นก็หมายความว่าเราจะไม่สามารถแยกได้ว่าสารพันธุกรรมใดมาจากร่างกายของเรา และสารพันธุกรรมใดมาจากเชื้อไวรัส แต่เนื่องจากรหัสพันธุกรรมที่ประกอบขึ้นเป็นมนุษย์อย่างเรานั้น แตกต่างจากรหัสที่ทำให้ไวรัสเป็นไวรัสที่ร้ายแรงและสร้างโรคติดต่อได้ หากเราสามารถหาวิธีที่จะ “อ่าน” และค้นหาลำดับการเรียงตัวของรหัสพันธุกรรมที่เฉพาะเจาะจงที่ไม่พบในสิ่งมีชีวิตอื่นใดอีกเลยนอกไปจากเชื้อที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 อยู่ภายในร่างกายของเรา เราก็จะยืนยันได้ว่าเรามีเชื้อไวรัสอยู่

    แต่ปริมาณของสารพันธุกรรมที่เราเก็บได้จากผู้ป่วยนั้นมีเพียงน้อยนิด ในตัวอย่างหนึ่งเราอาจจะมีสารพันธุกรรมเพียงแค่ 100 เส้นต่อการเก็บตัวอย่างหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยและมีขนาดเล็กเกินกว่าจะสามารถสังเกตเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์ใดๆ ได้ และปัจจุบันเรายังไม่มีวิธีใดที่จะหยิบบันไดเกลียวขนาดเล็กนี้มาเปิดอ่านราวกับเป็นหน้าหนังสือได้โดยตรง

    แต่เนื่องจากสารพันธุกรรมนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจำลองและเพิ่มจำนวนตัวเองได้ตามธรรมชาติ เราจึงสามารถพึ่งคุณสมบัตินี้ในการเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมของไวรัสให้มีมากพอที่เราจะสามารถตรวจสอบได้

    *วิธีตรวจมาตรฐานแบบ RT-PCR*

    วิธีมาตรฐานที่แม่นยำที่สุดที่ยอมรับกันทั่วโลกและถือเป็นมาตรฐาน (Gold Standard) ในปัจจุบันก็คือ วิธีการตรวจหารหัสพันธุกรรมของ SARS-CoV-2 ผ่านทางกระบวนการที่เรียกว่า RT-PCR (Real-Time PCR)

    วิธีนี้เริ่มจากสกัดและถอดรหัส RNA ของไวรัสในตัวอย่างให้อยู่ในรูปของ DNA (เรียกว่าขั้นตอน Reverse Transcription) จากนั้นเราจึงใช้คุณสมบัติของ DNA ในการจำลองตัวเองในธรรมชาติ เพื่อเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมของไวรัสในหลอดทดลองให้มากพอที่จะสามารถตรวจวัดได้ ผ่านทางปฏิกิริยาการเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมแบบลูกโซ่ที่เรียกว่า Polymerase Chain Reaction (PCR)

    ในการจำลองสารพันธุกรรมนั้น ขั้นแรกเราจะต้องมีการคลายเกลียว DNA และแยกออกจากกันก่อน โดยในหลอดทดลองเราทำได้โดยการเพิ่มความร้อนไปที่ 95°C จากนั้นเมื่อคลายเกลียวออกจากกันแล้วเราจะลดอุณหภูมิลงมาที่ 58°C และสาย DNA สั้นๆ ตั้งต้นที่เรียกว่า primer จะจับเฉพาะกับ DNA ที่ตรงกับรหัสพันธุกรรมของไวรัส และกรดนิวคลีอิกในสารละลายจะค่อยๆ จับกับคู่ของตนบนสาย DNA ที่คลายเกลียวออกทีละคู่ จนสุดท้ายจาก DNA หนึ่งเกลียว เราจะได้ออกมาเป็นสองเกลียวที่มีรหัสพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ และหากเราทำซ้ำไปเรื่อยๆ สัก 45 ครั้ง เราก็จะสามารถเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมในตัวอย่างของเราขึ้นมาเป็น 2^45 หรือประมาณ 35 ล้านเท่า

    ในระหว่างนี้ เราสามารถออกแบบโมเลกุลมาโมเลกุลหนึ่ง ที่มีรหัสส่วนหนึ่งของเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ไม่ได้ซ้ำกับสิ่งมีชีวิตอื่นใด (สำหรับการตรวจหาโรคโควิด-19 เราใช้รหัส CAGGTGGAACCTCATCAGGAGATGC)[1] ติดกับโมเลกุล reporter ที่สามารถเรืองแสงได้เมื่อจับเข้ากับรหัสพันธุกรรมที่พอดีกันของไวรัส ซึ่งหากเครื่องมือ RT-PCR สามารถสังเกตเห็นแสงนี้ได้ ก็จะเท่ากับเป็นการยืนยันว่าในตัวอย่างนี้มีรหัสพันธุกรรมของไวรัสอยู่จริง โดยในวิธี Real-Time PCR นั้นการเพิ่มจำนวนจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสมากพอที่สามารถตรวจพบได้ ซึ่งหากตัวอย่างนั้นมีอนุภาคไวรัสอยู่เยอะก็อาจจะพบหลังจาก cycle การเพิ่มจำนวนไปไม่มาก และใช้เวลาไม่นาน แต่หากตัวอย่างมีน้อยมากหรือไม่มี ก็จะต้องทำซ้ำไปถึง 40-50 cycle เพื่อให้แน่ใจว่าในตัวอย่างนั้นไม่มีสารพันธุกรรมของไวรัสจริงๆ

    แม้ว่าวิธีการตรวจหารหัสสารพันธุกรรมในปัจจุบันจะได้รับการพัฒนาให้ถูกและเร็วกว่าเมื่อไม่ถึงสิบปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แต่ว่าวิธีดังกล่าวนั้นก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และใช้เวลาที่ค่อนข้างนานหลายชั่วโมง นอกไปจากนี้ยังต้องใช้เครื่องมือพิเศษที่ทั้งสามารถปรับ cycle อุณหภูมิที่พอเหมาะได้ และสามารถตรวจวัดแสงที่เรืองออกมาจากโมเลกุลของ reporter ที่ตรวจพบรหัสพันธุกรรมที่เรากำลังมองหา เนื่องจากเครื่องมือเหล่านี้นั้นมีจำกัด ขั้นตอนใหญ่ๆ ของการตรวจจึงเสียไปกับการส่งตัวอย่างที่เก็บได้ไปยังห้องทดลอง

    จะเห็นได้ว่ากว่าจะได้คำตอบมาว่า “มึงว่ากูติดยังวะ” นั้นไม่ได้ง่ายๆ เลย และต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ทั้งยุ่งยากและเสียเวลาและทรัพยากรพอสมควร ซึ่งทั่วโลก แม้กระทั่งในไทยเอง ก็มีการศึกษาหาวิธีอื่นที่อาจจะลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเหล่านี้ให้ถูก และเร็วกว่าได้อีก

    *วิธีตรวจแบบใช้อุณหภูมิคงที่ loop-mediated isothermal amplification (LAMP)*

    วิธีแรกที่เรียกสั้นๆ ว่า “LAMP” นั้น อาศัยการออกแบบชิ้นส่วนของ DNA ตั้งต้น ที่เราเรียกว่า primer ที่มีความสามารถในการเบียดแทนกัน และขดเป็นวงได้ คุณสมบัติพิเศษทั้งสองของ primer ที่ออกแบบนี้นั้น ทำให้เราสามารถทำการเพิ่มจำนวนของ DNA โดยที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการคลายเกลียวออก ซึ่งนั่นหมายความว่าเราสามารถข้ามขั้นตอนการ cycle เปลี่ยนอุณหภูมิ และสามารถทำการเพิ่มจำนวนสารพันธุกรรมทั้งหมดได้ที่อุณหภูมิคงที่เพียงอุณหภูมิเดียว (isotherm)

    เนื่องจากด้วยวิธีนี้เราสามารถทำ PCR ได้ที่อุณหภูมิที่คงที่เพียงอุณหภูมิเดียว ทำให้เราสามารถใช้เครื่องมือที่มีต้นทุนที่ถูกกว่า และแพร่หลายกว่าในการทดสอบได้ โดยเราสามารถใช้เครื่องมือปรกติที่หลายๆ โรงพยาบาลทั่วประเทศมีอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องส่งตัวอย่างมาตรวจที่ห้องทดลองที่มีเครื่องมือเฉพาะ

    และด้วยวิธี LAMP นี้ เราสามารถเติมสารลงไปที่จะเกิดการตกตะกอนและเกิดสีเมื่อมีรหัสพันธุกรรมตรงกับรหัสของเชื้อ SARS-CoV-2 ที่เรากำลังหา ซึ่งการเกิดตะกอนนี้สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถกำจัดการใช้เครื่องมือเพื่อยืนยันการเปล่งแสงไปได้อีก

    นอกไปจากนี้ การตัดขั้นตอนการเปลี่ยนอุณหภูมิยังทำให้ทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการตรวจลดลง ผลที่ได้ก็คือการตรวจที่ทั้งถูก และเร็วกว่าวิธี RT-PCR ปรกติ

    ซึ่งสำหรับวิธีนี้นั้น ในประเทศไทยก็มีทีมนักวิจัยที่กำลังทำการศึกษาวิจัยวิธีนี้อยู่ โดยได้ทำการทดสอบวิธี LAMP กับกลุ่มตัวอย่างควบคู่ไปกับการตรวจเชื้อในโรงพยาบาลโดยวิธีมาตรฐานมาตลอด และปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบกับหน่วยงานกลางเพื่อรอการรับรองให้สามารถนำมาใช้จริงในวงกว้างเพื่อเสริมการทำงานของการทดสอบแบบ RT-PCR ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจเชื้อได้กว้างขึ้น ด้วยเวลาที่สั้นลง และค่าใช้จ่ายที่ถูกลง

    *วิธีตรวจโดยใช้เทคโนโลยี CRISPR-Cas13*

    อีกวิธีหนึ่งที่กำลังมีการวิจัยอยู่ ก็คือวิธีการตรวจสอบผ่านทางโปรตีนที่เรียกว่า CRISPR-Cas13 โปรตีนกลุ่ม CRISPR (อ่านว่า คริส-เปอร์) นี้เป็นโปรตีนที่พบในแบคทีเรีย ในธรรมชาตินั้นแบคทีเรียใช้โปรตีนเหล่านี้เป็นกลไกในการการจดจำรหัสพันธุกรรมของไวรัส และสู้กับไวรัสในธรรมชาติ

    ในโปรตีน CRISPR นั้น จะมีส่วนของ guide RNA ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ guide RNA นั้นจับคู่เข้ากับรหัสพันธุกรรมที่ตรงกับที่ระบุเอาไว้ใน guide RNA โปรตีน CRISPR ก็จะทำงาน และจะทำหน้าที่คล้ายๆ กับกรรไกรเริ่มตัดสาย RNA ของไวรัสทิ้งเสีย ซึ่งการที่ CRISPR สามารถเอาส่วนของ RNA ไวรัสใหม่มาเป็น guide RNA และสามารถทำลาย RNA ของไวรัสได้นั้น เป็นกลไกหลักๆ ที่ทำให้แบคทีเรียสามารถตอบสนองและต่อสู้กับไวรัสชนิดใหม่ๆ ที่พบได้ในธรรมชาติ

    ปัจจุบันเรามีงานวิจัยที่พยายามใช้ประโยชน์จาก CRISPR เป็นจำนวนมาก โดยเราสามารถใช้ CRISPR ในการหารหัสพันธุกรรมที่ต้องการ ทำการตัดรหัสพันธุกรรมเหล่านั้นทิ้งเสีย และเราสามารถออกแบบให้มันทดแทนรหัสพันธุกรรมที่ตัดทิ้งไปด้วยรหัสพันธุกรรมใหม่ที่เราใส่เข้าไป เราจึงสามารถใช้ CRISPR ในการตัดต่อพันธุกรรมได้ไม่ต่างอะไรกับฟังก์ชั่น Find and Replace บนคอมพิวเตอร์ และวิธี CRISPR นี้ก็เป็นวิธีเดียวกับที่นักวิจัยจากจีนได้ทำการตัดต่อพันธุกรรมทารกคู่แฝดที่ตัดต่อพันธุกรรมคู่แรกของโลก เพื่อให้มียีนที่ทนทานต่อเชื้อ HIV

    โปรตีน CRISPR-Cas13 นั้นเป็นโปรตีนตัวหนึ่งในกลุ่มของ CRISPR แต่มีความพิเศษกว่าตรงที่ เมื่อมันจับเข้ากับ guide RNA แล้วนั้น มันจะทำการตัด RNA ทุกอย่างรอบตัว ไม่ว่า RNA นั้นจะเกี่ยวข้องกับรหัสที่มันกำลังหาอยู่หรือไม่ก็ตาม ซึ่งถึงแม้ว่าความไม่จำเพาะเจาะจงของ CRISPR-Cas13 นั้นจะไม่มีประโยชน์ในการนำไปตัดต่อพันธุกรรม แต่เราพบว่าเราสามารถนำมันมาใช้ได้ในการตรวจหาโรค

    เนื่องจาก CRISPR-Cas13 นั้นจะไม่ทำงานจนกว่ามันจะพบกับ RNA ที่เข้าคู่ได้กับ guide RNA มันจึงมีความเจาะจงเฉพาะกับรหัสพันธุกรรมของไวรัสที่เรากำลังหาเพียงเท่านั้น และเนื่องจากเมื่อมันถูก activate แล้วนั้นการตัดของมันสามารถตัดสาย RNA อื่นได้ด้วย เราจึงสามารถออกแบบโมเลกุล reporter ที่ถูกเชื่อมเอาไว้โดย RNA สายสั้นๆ

    เมื่อใดก็ตามที่ตัวอย่างของเรามีรหัสพันธุกรรมที่เข้าคู่กันได้กับ guide RNA ที่เราใส่ลงไปใน CRISPR-Cas13 โมเลกุล reporter ที่ปลายทั้งสองของ RNA สายสั้นๆ จะถูกแยกออก ซึ่งเราสามารถออกแบบแถบกระดาษที่ทำให้ reporter เหล่านี้ไปติดที่คนละตำแหน่งได้ ขึ้นอยู่กับว่ามันถูก CRISPR-Cas13 ตัดหรือยัง ซึ่งทำให้เราสามารถออกแบบเครื่องมือตรวจที่สามารถทำได้โดยการหยดสารพันธุกรรมลงไปบนแถบกระดาษ และขึ้นขีดขึ้นมาคนละตำแหน่งขึ้นอยู่กับว่ามีพันธุกรรมของไวรัสอยู่ในตัวอย่างแล้วหรือยัง

    ซึ่งวิธีนี้นั้น นอกจากจะถูกกว่า และรวดเร็วกว่าวิธี RT-PCR มาตรฐานแล้ว ยังได้เปรียบตรงที่การอ่านผลนั้นทำได้โดยง่ายโดยการอ่านแถบสีบนกระดาษ ไม่ต่างอะไรกับที่ตรวจครรภ์ธรรมดา

    ปัจจุบันสำหรับประเทศไทย ทีมนักวิจัยจาก VISTEC กำลังทำการวิจัยเครื่องมือตรวจหาโรคโควิด-19 ด้วยวิธี CRISPR-Cas13 นี้ โดยได้ทำการทดสอบกับตัวอย่างเชื้อจากผู้ติดเชื้อจริงแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายที่รอการรับรองก่อนสามารถนำไปใช้จริง

    *หมายเหตุ* สำหรับโพสต์นี้เป็นโพสต์ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างผม ทีมนักวิจัยจาก VISTEC ที่กำลังทำเครื่องมือทดสอบโดย CRISPR-Cas13 และอีกทีมนักวิจัยที่กำลังพัฒนาเครื่องมือทดสอบแบบ LAMP โดยไม่แสวงหากำไรและไม่ประสงค์จะออกนาม และขอขอบคุณภาพวาด โดยคุณตุลย์ กับ คุณจินดา จาก www.picturestalk.net ที่อาสาจะวาดภาพให้โดยไม่แสวงหาค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

    อ้างอิง/อ่านเพิ่มเติม:
    [1] https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6988269/
    [2] https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2020.03.02.20030189v1?fbclid=IwAR2dckugSvn277FBWU_-RH8MvYvqOm0l9aji9qzx9FpxQMnd1mOIAG5hsmI
    [3] https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2020.03.02.20030189v1?fbclid=IwAR2dckugSvn277FBWU_-RH8MvYvqOm0l9aji9qzx9FpxQMnd1mOIAG5hsmI

  • isotherm 在 喬的英文筆記 Joe's English Learning Notes Facebook 的最佳貼文

    2015-10-17 05:11:12
    有 57 人按讚


    【喬的回顧系列: 天氣】
    最近台灣天氣實在太多颱風肆虐,喬雖然現在人在紐約,看到新聞消息還是擔心。所以今天各位同學來回顧與天氣/氣象相關的字彙主題系列吧 :) !

    <與生活息息相關的天氣、氣候、氣象主題式單字整理>
    喬很早之前就很想整理一份天氣相關單字主題了,因為這跟我們生活太貼近了,除此之外考試中亦是重點字彙區,請多留意,另外置頂文就是背單字方法分享了,各位同學可以閱讀一下唷!(喬蠻想知道大家對何主題有興趣?)

    (1) "氣象"
    meteorology 氣象(學)
    meteorologist 氣象學家
    meteorological 氣象的
    meteorological station 氣象站

    (2) "預報"
    climate 氣候
    forecast/ predict 預報
    long-range forecast 長期預報
    numerical weather prediction 數值天氣預報

    (3) "溫度 & 濕度"
    temperature 溫度
    degree Celsius 攝氏度
    hygrometer 濕度計
    thermometer 溫度計
    humid 潮濕的
    moist 潮濕的; 多雨的

    (4) "風"
    wind 風
    wind velocity 風速
    monsoon 季風
    breeze 微風
    gale 大風
    whirlwind 旋風
    tornado/ twister/ cyclone 龍捲風
    trade winds 貿易風
    planetary winds 行星風
    * the gentle touches of breeze and sunshine 陽光和煦與微風輕拂

    (5) "雨雪霜霧"
    precipitation (雨雪露)降水
    droplet 小水滴
    sheet ㄧ層 (水冰雪)
    shower 陣雨
    rain 下雨
    downpour = torrential rain 暴風雨
    hail 冰雹
    blizzard/ snowstorm 暴風雪
    avalanche/ snow slide 雪崩
    mist = fog = haze 霧
    foggy 霧的
    forst 冰凍; 霜
    smog 煙霧

    (6) "標準"
    latitude 緯度
    longitude 經度
    isobar 等壓線
    isotherm 等溫線

    (7) "雷"
    lightning 閃電
    thunder 雷
    thundershower 雷陣雨
    thunderstorm 雷雨

    (8) "大氣"
    atmosphere 大氣層
    upper atmosphere 上層大氣層
    ionosphere 電離層
    mesosphere 中間層
    stratosphere 平流層
    troposphere 對流層

    (9) "氣流雲層相關"
    current (氣)流
    cold front 冷鋒
    warn air mass 暖氣團
    convection 對流
    moisture 水氣; 潮濕
    vapor 蒸氣
    evaporate = vaporize 蒸發 (V.)
    spell 某天氣持續一段時間
    saturate 飽和
    condense 濃縮
    funnel 雲層

    (10) 其他
    sleet 又下雨又下雪 (n.)
    pour 下大雨
    flood 洪水
    slurry = mire 泥漿
    landslide 土石流
    storm 暴風
    weathering 風化作用
    tsunami 海嘯
    tidal wave 潮汐; 浪潮
    drought = aridity 乾旱
    semiaridity 半乾旱
    sandstorm 沙暴
    drizzle (V.) 下毛毛雨; (n.) 毛毛雨
    Tropic of Cancer 北回歸線
    Tropic of Capricorn 南回歸線
    tropical 熱帶的
    subtropical 亞熱帶的

    (11) "水循環"
    evaporate = vaporize 蒸發
    melt = thaw 融化
    condense 凝結
    solidify 凝固
    gas 氣態
    liquid 液態
    solid 固態

    (12) "全球暖化"
    global warming 全球暖化
    greenhouse effect 溫室效應
    carbon dioxide 二氧化碳(CO2)
    methane 甲烷(CH4)
    ethabe 乙烷(C2H6)
    propane 丙烷(C3H8)

你可能也想看看

搜尋相關網站