[爆卦]Cosmogony是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇Cosmogony鄉民發文沒有被收入到精華區:在Cosmogony這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 cosmogony產品中有2篇Facebook貼文,粉絲數超過1萬的網紅Taepoppuri,也在其Facebook貼文中提到, รีรัน . ฝรั่งเค้ามีคำพูดติดปากที่ว่า... “Fool me once, shame on you Fool me twice, shame on me"... Continue Reading เล่าสู่กันฟัง FINAL FANTASY ...

 同時也有2部Youtube影片,追蹤數超過3萬的網紅阿哲Gaming,也在其Youtube影片中提到,Player: 阿哲 Artist: Ayatsugu_Neverend ft.Kimi Level: 12 Device: iPad Pro 9.7 我的FB專頁:https://www.facebook.com/linzin86/...

  • cosmogony 在 Taepoppuri Facebook 的最佳貼文

    2018-01-17 15:29:49
    有 190 人按讚


    รีรัน
    .
    ฝรั่งเค้ามีคำพูดติดปากที่ว่า...
    “Fool me once, shame on you
    Fool me twice, shame on me"...
    Continue Reading
    เล่าสู่กันฟัง FINAL FANTASY XV บทเพลงแห่งดวงดาว
    .
    การได้เคลียร์ลาสการ์ดเดี้ยนกับเกมนี้ในอาทิตย์เดียวกันนี่เป็นดั่งความฝัน! (ขนาดนั้น) เหมือนได้อ่านตอนจบเบอร์เซิร์กเลยฮะพ่อแม่พี่น้อง รอมาตั้งกะม.ต้นหยอดกระปุกหมูซื้อPS3 (แล้วก็โดนอีสองเกมนี้เท... wut เบี้ยวมาลงPS4แทน)
    .
    บอกเล่าคราวนี้ แบ่งสองพาร์ท พาร์ทแรกสำหรับคนยังไม่เล่น พาร์ทสองสำหรับคนจบแล้ว ดังนั้น มันโคตรยาว
    .
    เกมออกมาได้ร่วมเดือนพอดี คราวนี้มาช้าหน่อย จริงๆเราจบตั้งแต่ช่วงต้นเดือนแล้วค่ะ สาเหตุที่ไม่อยากรีบเขียนตั้งแต่ตอนจบเกมแรกๆคือ อยากเล่นให้ฉ่ำใจในทุกซอกมุมเนื้อหาและจัดระเบียบความนึกคิดให้เรียบร้อยก่อน ก็ใช้เวลาในการจบรอบแรก~47ชั่วโมง เล่นแบบสโลวไลฟ์ เก็บทุกเควสที่เดินผ่าน อ่านทุกอย่าง หยุดฟังทุกคำพูด จนถึงช่วงนึงของเกมที่ดูจะจริงจังกับเนื้อหา(ประมาณแชปเตอร์7 ครึ่งเกม) ก็ลุยเมนเควสอย่างเดียว
    .
    ภาคนี้มีเนื้อหาหลักสั้นมาก ถ้าคนเล่นแต่เนื้อเรื่องหลัก น่าจะจบได้ในเวลาต่ำกว่า25ชั่วโมง หลังจบเกมจะมีให้เซฟเพื่อเล่นเก็บตกเควสต่างๆ โดยจะเป็นช่วงเวลาก่อนมิชชั่นสุดท้าย สามารถย้อนไปทำเนื้อหาต่างๆนาๆให้สมใจอยากได้ จากนั้นเราก็ใช้เวลาเก็บรายละเอียดกับเก็บโทรฟี่แพลตตินัมจบที่เวลารวม~70ชั่วโมง
    .
    สรุปประวัติที่มาเกมนี้สั้นๆ มันเคยเปิดตัวเมื่อปี2006 ในฐานะ Final Fantasy Versus XIII เป็นหนึ่งเกมในซีรีย์ Fabula Nova Crystallis ...มีแต่ชื่อลิเกๆ...เอาเป็นว่ามันเคยเป็นสปินออฟที่แชร์Loreร่วมกับภาคXIII แต่ด้วยปัญหาการพัฒนาและสภาพแวดล้อมหลายๆอย่าง มันจึงถูกชุบตัวมาเป็น FINAL FANTASY XV ภาคหลักภาคใหม่ล่าสุด และเริ่มพัฒนาใหม่ในช่วงปี2013
    .
    =====================================

    สำหรับคนที่แค่อยากรู้ว่าจะซื้อมาเล่นดีมั้ย

    =====================================

    ก่อนจะถึงช่วงเล่าสู่กันฟัง สำหรับคนที่แค่อยากรู้ว่าจะซื้อมาเล่นดีมั้ยน้อ แล้วอยากได้ความเห็นจากเราแบบสุภาพ ให้ถามตัวเองดังนี้
    .
    คาดหวังอะไรในการเล่น
    .
    ความสมบูรณ์ - กล้ำกลืนที่ต้องพูด... แต่เกมนี้คือเกมที่ทำไม่เสร็จดี
    แม้จะมีอะไรดีๆหลายอย่างที่ตั้งใจทำแล้วควรเห็นคุณค่า (ต่อให้ไม่ชอบฟีเจอร์นั้นก็ตาม) แต่ก็มีหลายจุดที่มีศักยภาพทว่าพัฒนาไปไม่ถึงขั้นที่ควรจะเป็น โดยความไม่สมบูรณ์นี้แสดงออกให้เห็นชัดที่สุดในด้านเนื้อเรื่องและการออกแบบเกมเพลย์ช่วงครึ่งหลังของเกม (และมีวี่แววจะนำเนื้อหาที่ขาดไปมาขายเพิ่มในรูปแบบDLC)
    .
    เนื้อเรื่อง - เป็นจุดที่ภาคนี้สอบตกมาตรฐานสากลโลก ไม่ต้องนับว่าเป็นFFภาคหลักด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าเนื้อเรื่องไม่ดี(ระดับกลางๆ) แต่นำเสนอเรื่องราวได้เละเทะ ขาดรายละเอียดและความต่อเนื่อง คัทซีนที่สร้างความประทับใจก็มีน้อยที่สุดในยุคหลังภาค7เป็นต้นมา ใครติดตามเทรลเลอร์มาแล้วคาดหวังความเจ้มจ้นทางเนื้อเรื่อง จงหยุดคาดหวังบัดเดี๋ยวนี้ อย่าทำร้ายตนเองเช่นนั้น นี่เป็นเกมที่รวมเทรลเลอร์กันแล้ว เนื้อหาดูเยอะกว่าที่เป็นคัทซีนในเกมจริงๆเสียอีก
    .
    กราฟฟิกสวยๆและเพลงประกอบ - ถ้าโฟกัสแค่สองประเด็นนี้ อนุมัติ ไปจัดมาได้เลย มือหนึ่งพันเก้าทอนสิบบาท มือสองพันสี่ส่งฟรี ความละเอียดภาพและความปราณีตของเทกซ์เจอร์เทียบระดับท็อปๆของวงการฝั่งตะวันตกไม่ได้ แต่มีดีที่งานกำกับศิลป์โดยรวม ซึ่งกลืนความเป็นแฟนตาซีกับความสมจริงเข้าด้วยกัน เพลงประกอบโดยโยโกะ ชิโมมูระ การันตีความแซ่บ แม้เพลงติดหูจะน้อยไปหน่อย แต่ก็แทนมาด้วยความหลากหลาย ข้อเสียที่คาบเกี่ยวกับการนำเสนอเนื้อเรื่อง+เพลงก็คือ แม้ในคัทซีนที่มีอยู่น้อยนิด ก็ยังนำเพลงมาใช้ผิดจังหวะ (จบห้วน )
    .
    เกมเพลย์ - ระบบต่อสู้ เนื่องจากระบบต่างจากภาคเก่าพอสมควร จะบอกข้อดี/เสียให้ไปชั่งน้ำหนักกันตามความชอบของแต่ละคน แต่ถ้าจะตัดสินใจง่ายสุดก็แนะนำให้ไปโหลดjudgment demoมาลองค่ะ เหมือนกับตัวเกมจริง ระบบสู้ในภาคนี้เราสามารถบังคับนอคติสได้คนเดียว เพื่อนที่เหลือจะสู้ด้วยระบบAIที่ไม่สามารถปรับแต่งได้ สามารถสั่งได้แค่การใช้ท่าพิเศษเท่านั้น(ต้องรอเกจท่าพิเศษเต็ม) ในภาคนี้ให้สกิลที่เป็นคอร์แมคคานิคมาตั้งแต่ต้นๆเลย สไตล์การเล่นตั้งแต่ต้นเกมยันท้ายเกมจึงแทบจะเหมือนเดิม กดOค้างเพื่อโจมตี กด[]เพื่อหลบ กด/\พุ่งวาร์ป มูฟเซตจะเปลี่ยนไปตามอัตโนมัติตามอาวุธที่ถือ และการโยกอนาลอค
    .
    ส่วนเวทย์ในภาคนี้ถูกลดประเภทลงเหลือแค่ธาตุไฟ ไฟฟ้า น้ำแข็ง โดยเมื่อกดผสมแล้วจะได้ออกมาเป็นบอลเวทย์ เอาไว้ปาเหมือนระเบิดมือ มีลูกเล่นนิดหน่อยคือการเอาธาตุผสมกับไอเทมอื่นเพื่อสร้างคุณสมบัติพิเศษ เช่น Healcast (ปาไปแล้วเพิ่มHP), Venomcast(ปาไปแล้วศัตรูมีโอกาสติดพิษ) ส่วนเวทย์พิเศษเจ้าเก่า อาทิ โฮลี่,เดธ จะได้ตามเนื้อเรื่องช่วงหลัง ซึ่งมีแค่สามชนิด
    .
    ข้อดีของระบบในเกมนี้คือเข้าถึงง่าย เน้นความเป็นแอคชั่นมากขึ้น ไม่ต้องคิดวางแผนเยอะ เล่นง่าย แค่เล่นต้นเกมๆก็รู้สึกว่าตัวละครเก่งแล้ว ทุกทวงท่ามีความพริ้วไหว มีอนิเมชั่นเท่ๆ ความยากในภาคนี้ก็ต่ำมาก เล่นมาตลอด70ชั่วโมง ไม่เคยเกมโอเวอร์ เพราะสามารถกดใช้ฟินิกส์ดาวน์ชุบได้ตามต้องการ เรียกว่ากดยาสู้ไปเท่าที่เงินจะเอื้ออำนวย
    .
    ข้อเสีย ไม่มีกลยุทธ์ลึกซึ้ง เพื่อนอีกสามคนเป็นเหมือนแมงหวี่แมงวันในการต่อสู้ เป็นตัวถ่วงที่พร้อมจะตายทุกวินาทีเมื่อเจอศัตรูที่อัดแรง เพราะเพื่อนหลบไม่เป็น+ไม่สามารถสั่งให้หลบได้ สมาชิกทั้งสามคือ กลาดิโอ้ พร้อมโต้ อิกนิส ใช้อาวุธต่างกัน แต่ทุกตัวกลับมีaiเป็นDPSที่ปฏิบัติตัวเหมือนๆกัน เรียกได้ว่ามีประโยชน์แค่ตอนใช้สกิลพิเศษ นอกเหนือเวลานั้นก็จะไปตายที่ไหนก็ช่าง เดี๋ยวค่อยไปชุบ
    .
    ข้อเสียระดับดาวล้านดวง - มุมกล้องแย่มาก ไม่มีการทำต้นไม้โปร่งใสเวลาหมุนไปติด ฉะนั้น หลีกเลี่ยงการต่อสู้ในป่าตอนกลางคืน และเวทย์ที่ดันเป็นfriendly fire ยิงที โดนทั้งตี้ ซึ่งไม่มีคำสั่งให้เรียกเพื่อนหลบ
    .
    การสำรวจ - ภาคนี้โฆษณาไว้ว่าเป็น Openworld คอนเทนต์ในเกมช่วงครึ่งแรกก็ตามสูตรOpenworldทั่วไปเลย ไม่มีอะไรแปลกใหม่ โลกโล่งๆ มีเอาท์โพสกระจายอยู่ตามจุดต่างๆให้รับเควส แต่เอาจริงๆแล้วลักษณะของฉากจะเป็น Openfieldมากกว่า คือฉากกว้าง เอาแผนที่เกมมาเปิดดูเส้นถนน แล้วขยายแอเรียจากเส้นถนนออกไปอีกสองโล นอกเหนือจากนั้นไปไม่ได้แล้ว เป็นinvisible wall
    .
    ทำให้บางทีรู้สึกเซ็ง เพราะแอเรียที่เห็นไม่ได้ไปทั้งหมด ภูเขา กำแพง แม่น้ำเป็นฉากหลอกๆที่สำรวจไม่ได้ซะเยอะ ประกอบกับแผนที่ที่ความละเอียดต่ำ ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำให้เสียเวลางมกับแผนที่ บางแอเรียมีทางเข้าออกแค่ทางเดียวที่ฟิกไว้ ปีนเข้าไปจากทางอื่นไม่ได้ ทั้งๆที่ดูน่าจะไปได้

    ข้อดีระดับดาวล้านดวง - เนื้อหาในช่วงที่เป็นOpenfieldมีอะไรให้ทำหลากหลาย สมธีมRoadtrip ตั้งแคมป์ ทำอาหารหน้าตาน่ากิน ล่ามอนสเตอร์ และที่สำคัญ ดันเจี้ยนมีให้สำรวจเยอะ เนื้อหาหลังจบเกมมีแยะ เควสย่อยก็มีมากมายทำกันตาแฉะ ทำจนบ่นเมื่อไหร่จะหมดว่อยย จะมีข้อเสียในเรื่องเควสก็คือ 99%เป็นfetch questที่ไม่ได้มีเนื้อหาน่าติดตาม และการรับเควสฮันท์ก็รับได้แค่ทีละหนึ่งอัน ถ้าจะเคลียร์ให้ครบหมดก็ต้องวิ่งไปวิ่งกลับที่เดิมๆจนเบื่อ เนื่องเกมมีสามารถฟาสต์ทราเวลไปได้แค่รถกับจุดตั้งแคมป์ ซึ่งก็โหลดนานสุดๆ บ่อยครั้งที่วิ่งเอาเร็วกว่า
    .
    พอเข้าครึ่งเกมหลัง อิสระต่างๆก็หมดไป ฉากต่างๆกลายเป็นการวิ่งผ่านทีเดียวจบ ไม่มีเมืองหรือแผนที่ให้สำรวจแบบครึ่งแรกแล้ว การเผชิญหน้ากับศัตรูก็เป็นสคริปต์ ส่งมาให้ตีเป็นเวฟๆ หมดก็เดินต่อ คอนเทนต์น้อยจนน่าใจหาย
    .
    โดยรวมแล้ว ครึ่งเกมแรกกับครึ่งเกมหลังต่างกันมาก ทั้งสไตล์ Openfield>Linear และความประณีต เนี๊ยบ>เผา เรียกได้ว่า แนวคิดในการออกแบบเหมือนคนละเกม เหมือนทำคนละทีมแล้วเอามาแปะเข้าด้วยกัน
    .
    ข้อมูลและคำเตือนที่อยากบอกคนกำลังตัดสินใจก็สิ้นสุดไปเท่าที่กล่าวมา
    .
    ต่อจากนี้จะเป็นการบอกเล่าคนกันเองแบบมีSPOILER และปิดโหมดสุภาพ ใครที่คิดจะเล่น/ยังไม่จบ กรุณาหนีไป
    .
    .
    .
    =====================================

    ขอปิดโหมดมธุรสวาจา ณ บัดนี้

    =====================================
    .
    .
    .
    เนื้อหาในเกมนั้นกระจัดกระจายวายป่วงมาก ราวกับคนคุมลืมกินยาความดันก็ไม่ปาน วูบวาบสุดๆ ไม่บิลด์ ไม่อะไร เนื้อหาดำเนินไปอย่างไร้ทิศทาง รู้ตัวอีกทีก็เข้าฉากสำคัญเลย อาทิ พระบิดาตาย ลูน่าตาย เรวัสตาย เปิดเผยตัวตนของพร้อมต์ อิกนิสแว่นดำ WTF คืออะไร ทำไมเละเทะขนาดนี้ เล่าเรื่องแย่ระดับโคตรแย่ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นเกมAAA ผิดหวังเหมือนซื้อตั๋วไปดูบอลโลกแต่เตะเหมือนระดับอบต.
    .
    อย่ามาแก้ตัวว่าเป็นมุมมองของนอคติสเลยขาดรายละเอียด เพราะมีหลายฉากที่ไม่ใช่มุมมองของนอค ก็ยังใส่มาได้ แล้วต่อให้บังคับเป็นมุมของนอค ก็สามารถนำเสนอได้ดีกว่านี้ ผ่านทางการกระทำของตัวละครอื่น หรือการใส่เนื้อหาที่จำเป็นต้องมีเพิ่มเติม ส่วนนี้ไม่ควรเป็นdlc มันจะทุเรศมาก แบบสั่งลอดช่องแล้วไม่ควรแยกน้ำกะทิขายต่างหาก
    .
    ใครบอกหนังคิงเกลฟกับอนิเมบราเธอร์ฮูดไม่สำคัญ....โคตรสำคัญ ไม่ดูนี่ขาดที่มาที่ไปของเหตุการณ์และความสัมพันธ์ตัวละครเกินครึ่ง แถมเล่นจบยังไปเจอว่าเอาลอร์สำคัญไปอยู่ในไกด์บุคอีก ใช่เรื่องมั้ยเนี่ย
    .
    จุดที่ดีที่สุดของเกมนี้สำหรับเราก็คือการปฏิสัมพันธ์กันของbroทั้งสี่ เวลาอยู่รวมกัน จะเป็นธรรมชาติ ผ่านทางการโต้ตอบบทสนทนาเวลาท่องไปในแผนที่ คล้ายกับparty banterในซีรีย์ดราก้อนเอจ แต่ไม่หลากหลายเท่า และก็จะเป็นการคอมเมนต์สถานการณ์ทั่วๆไป ไม่ได้ช่วยเสริมแบคกราวน์ของแต่ละคน
    เช่น ในDA อลิสแตร์(เคยเป็นเทมพลาร์) กับมอริแกน (เป็นอโพสเตจ เมจนอกรีต) มักจะคุยออกความเห็นในเรื่องต่างๆ 'ทำไมนายถึงบูชานักบุญแอนดราสเต้' 'เคยออกไปเที่ยวนอกป่าโคคาริบ้านเกิดเธอบ้างมั้ย' 'บอกอีกทีดิ๊ ทำไมเกรย์วาร์เดนถึงรับนายเข้ามาเป็นสมาชิกนะ ขาดคนมากเลยเรอะ'
    ทำให้คนเล่นได้รับรู้ถึงลอร์ในเกมมากขึ้น ทั้งลอร์ของสถานที่ ศาสนา วัฒนธรรมในเกม ในขณะที่เพื่อนทั้งสี่ของFFXVจะพูดถึงแต่เรื่องพื้นๆ กินข้าว หิว ง่วง เหนื่อย
    .
    ทำให้พอมองแยกแต่ละคนแล้ว จะขาดรายละเอียดที่สมจริงไปพอสมควร เป็นแค่stereotype แว่นฉลาดหัวดีสุขุม กล้ามมุทะลุ ตัวโจ๊กล้นๆ ประมาณนี้ ไม่รู้สึกว่าเพื่อนทั้งสามมีความรู้สึกนึกคิดที่เป็นของตัวเองเท่าไหร่ บทบาทซัพพอร์ตตัวพระเอกอย่างเดียว อย่างภาคอื่นๆ เพื่อนเราในปาร์ตี้มันจะมีคอนฟลิคของตัวเอง รึแรงจูงใจของตัวเอง ซึ่งเจ้าพวกเพื่อนนอคมันขาดการนำเสนอตรงนี้ไป แล้วแปลกที่ในอนิเมก็มีปูแบคกราวน์เอาไว้พอสมควร แต่พอมาเล่นในเกมนี่คาแรกเตอร์ดันตื้นกว่าในอนิเมซะอีก.... แล้วก็ไม่ได้ต่อยอดปูมหลังพวกนั้นเลย
    .
    เควส99%ที่เป็นfetch quest ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวอะไรที่เสริมสเน่ห์ให้กับโลกในเกม ราวกับทุกคนในโลกนี้เป็นม็อกลีโอในFFXIV... ฝากไปซื้อผัก ฝากไปเก็บสร้อย ฝากซื้อของซ่อมรถเสีย ฝากจับกบ ฝากถ่ายรูป ฝากจ่ายตลาด นี่รอคนฝากไปซื้อโอเลี้ยงอยู่เนี่ย จะมีมั้ย
    .
    พยายามใส่ความคืบหน้าเนื้อเรื่องที่่เป็นเศษเล็กเศษน้อยมาทางวิทยุ แต่ทั้งๆที่เป็นแค่เสียงข่าวสั้นๆที่่ไม่ต้องทำอะไรยากวุ่นวาย ก็ยังใส่มาน้อยเหลือเกิน กดวนไปค่ะ ทุกแชปเตอร์ คาดหวังว่าจะได้ยินเรื่องใหม่ ฟังไอ้โฆษณาร้านไก่ทอดไปร้อยรอบ คอนนิจิวะๆๆ (คอนนิจิวะ พ่อง!) ไอ้พวกหนังสือวิทยุก็วางๆไว้ตรงไหนก็ได้ ไม่มีความหมายทางตำแหน่ง
    .
    พยายามใส่แบคสตอรี่ของโลกอีออสและอาร์ดีนมาทางหนังสือcosmogonyตามฉาก(เป็นหนังสือนิทานเก่าแก่ในโลกอีออส) เห้ย ไม่ใช่แล้ว อันนี้มันสำคัญมาก มันคือโมติเวชั่นของตัวร้าย คือใส่มาได้ แต่ควรขยี้บทตรงนี้มากกว่านี้ ไม่ใช่เอาบาฮามุทมาพูดถึงหนึ่งครั้ง อาร์ดีนเลยกลายเป็นคนบ้าสำเพ็งเจ้าคิดเจ้าแค้น ทั้งๆที่สาเหตุมีน้ำหนัก
    .
    เนื้อเรื่องและลอร์ที่แต่งมา ไม่ได้ฉายแววหรือแสดงตนเลย เพราะถูกเสิร์ฟผ่านการนำเสนอระดับเลวร้าย อะไรที่เล่าก็เล่าแบบพูดพะงาบๆไร้ชั้นเชิง อะไรที่ไม่เล่าก็ปล่อยมึน เหมือนแต่งเรื่องไว้ละ เป็นset pieceฉากต่างๆ แล้วก็เอาไอ้พวกนั้นมาเข้าเครื่องปั่น พรืด เทออกมาเสิร์ฟเลย กรุณาเอาไปเขี่ยเชื่อมโยงแต่งเพิ่มกันเองละแดร๊กเข้าไป
    .
    โลกในเกมนี้ สวยงาม แต่ กลวง ไร้ชีวิตชีวา
    เกมไม่ได้สื่อให้เห็นว่าเหตุการณ์สำคัญต่างๆส่งผลกระทบกับมนุษย์คนอื่นอย่างไร การตื่นของแอสตรัลทั้งเลเวียธาน ไททัน ดูยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นแต่บอสไฟต์ที่กดQTEดูฉาบฉวย รวมไปถึงการล่มสลายของเมืองหลวงอินซอมเนีย เมืองสุดท้ายที่ต่อต้านจักรวรรดิ จะก่อนหรือหลังเหตุการณ์เหล่านี้ ชาวบ้านก็ปฏิบัติตัวเหมือนเดิม 24/7 ยืนขายหมูปิ้งอยู่ยังไงก็อย่างงั้น แม้แต่หลังโลกล่มสลายเข้าสู่ยุคworld of ruin ก็ยังไม่เห็นสภาพการใช้ชีวิต ความลำบาก ความหวาดกลัวของมนุษย์คนอื่นๆ สิ่งที่เกมทำให้ดูก็มีแค่การนั่งรถผ่านฉากเดิมๆที่ปรับสภาพอากาศเป็นกลางคืน พร้อมวางมอนสเตอร์เปลี่ยนสีไว้ทั่วฉาก
    .
    เราไม่มีปัญหากับการเล่าแบบsubtle การตามหาเศษลอร์มาเชื่อมโยงกันนั้นเป็นเหมือนงานประจำของแฟนซีรีย์ดาร์คโซล แต่นี่มันไม่ใช่อ่ะ มันต้องอาศัยการมโนด้วยกาวถุงใหญ่ มันแทบจะเป็นการแต่งแฟนฟิคแล้ว วัตถุดิบที่ใส่มาในเกมมันน้อยเกินไป
    .
    ถ้าคุณจะเล่าน้อย ก็ควรมีvisual cues แม้จะเล่าแบบมินิมอล แต่ก็สื่อผ่านทางตำแหน่งการวางไอเทมและการออกแบบองค์ประกอบต่างๆในฉาก ทว่าในเกมนี้ เล่าแบบมินิมอล แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรต่อ เช่น จักพรรดิไอโดลาส ผู้นำของนิฟไฮม์ โผล่มาในต้นเกมนึงที แล้วกลายเป็นตัวกี๊ในท้ายเกม ซึ่งก็ใช้โมเดลเดียวกะตัวกี๊งั่งๆทั่วไป วิ่งเป็นกระหังหน้าตาจืดๆอยู่นาน จนโดนตีตายละถึงบอกกูอยากครองโลกกก
    .
    แรงจูงใจของตัวละครอื่นๆเบาเหวง
    คอร์ มีอะไรสำคัญกว่าการช่วยนอคติส หายหัวไปไหน บอกว่าไปดูพวกนิฟไฮม์ แล้วดูยังไง ตายโหงหมดเมืองกราเลียแล้วก็ยังไม่เห็นหัวพ่อคุณคอร์อีกเลย
    อาราเนีย ลมเพลมพัด มาสู้โชว์อึ๋มรอบนึงเจออีกทีลาออกซะแล้ว มาช่วยลงดันละก็ไป วันดีคืนดีก็โผล่มาโชว์นม โอเค เป็นทหารรับจ้าง แต่มันควรมีมิติกว่านี้มั้ย ติดใจหนุ่มตี๋เหรอ
    ไอโดลาส ในหนังยังมีอะไรให้ค้นหามากกว่าในเกมอีก สรุปทำไมอยากครองโลก แรงจูงใจมันการ์ตูนมากอ่ะ เป็นพิงกี้แอนด์เดอะเบรนเหรอ
    เวอสเตล เชื่อว่าหลายคนเล่นจบแล้วจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าลุงชื่อเชยพระเจ้าเหานี่เป็นใคร อ่ะ ให้โอกาสอีกที จาเรด จำชื่อได้มั้ย เค้าตายเพื่อคุณเลยนะ... ไม่รู้ใส่บทมาทำไม คนเล่นจบแชปเตอร์ไปไม่ถึง15นาทียังจำไม่ได้เลย
    .
    ความรักอันแสนสะเทือนจิต สะเทือนจิตคนเล่นเนี่ยล่ะ ปวดตับมาก ไร้การปูพรมสุดๆ ไม่รู้จะเล่าเรื่องยังไงแล้วกระมัง ถึงเอาอีหนูnpcมายืนเล่าความซาบซึ้งของความรักที่ลูน่ามีต่อนอคติสในสถานีรถไฟ แล้วก็มีคนใช้มาเล่าความจริงให้ฟัง คุณพระ หรือนี่คือละครช่องเจ็ดอ่ะเฮ้ย
    .
    ในขณะที่ฝั่งตะวันตกพยายามสรรค์สร้างเกมให้เป็นอาร์ตด้วยnarrativeที่ดี แค่คุณกลับทำเกมให้เป็นแค่เกมอยู่อย่างนั้น คัทซีนคุณภาพระดับMMO เหมือนไม่มีสตอรี่บอร์ด ส่วนสำคัญหายไปเป็นoffscreen
    .
    แชปเตอร์13 ในตำนาน ริบทุกอย่างที่ทำให้เกมสนุก ตัดขาดผู้เล่นจากprogressที่สั่งสมมาทั้งเกม และจับโยนไปในฉากcopy paste
    .
    คิดแบบโลกสวย เขาคงเข้าใจผิดว่าทำแบบนี้แล้วจะอินอารมณ์เหงาเศร้าสิ้นหวังของตัวเอก
    .
    คิดแบบโลกมืด เป็นการดูถูกเพลเยอร์อย่างที่สุด เผาส่ง เนื้อหามีแค่15นาที แต่ยืดออกเป็นสามชั่วโมง ยืดเวลาการเล่นของเพลเยอร์แบบสิ้นหวังด้วยการจำกัดการกระทำและสปีดการเดินของคนเล่น ใช้ฉากเดิมแต่เวียนซ้ำไปมา หุ่นตาแดงเห็นก่อนก็ฟันไม่ได้ต้องยอมให้มันลวนลามเกาะขาก่อน โฮลี่ที่เบาเหมือนแมวตด นอคติสที่เป็นตะคริววิ่งไม่ได้ทั้งฉาก
    .
    เป็นฉากออกแบบมาได้เลวร้ายที่สุดในชีวิตการเล่นเกม โดยเฉพาะในด้านการออกแบบ ป้อมเซ็กนัวตัสในฉากนี้เป็นปราการใหญ่ของเมืองหลวงกราเลียแห่งนิฟไฮม์ แต่สิ่งที่ปรากฏในฉากคือฐานทัพที่มีเลย์เอาท์ไม่สมเหตุผล ทางเดินแคบๆวกไปวนมา คีย์การ์ดที่สามารถเอาไปอัพเกรดได้เอง(อ่ะ ช่วยแถ อาร์ดีนช่วยทำให้อัพเกรดได้) งานออกแบบศิลป์ในฉากนี้ก็ขี้เกียจสิ้นดี มีแต่กล่องลังโง่ๆกับแอสเซ็ทซ้ำๆกันทั้งฉาก
    .
    แชปเตอร์สุดท้าย ผ่านไปสิบปี ไทม์สกิปป้าดเดียว ตื่นมาอยู่บนเกาะร้าง (ทำไมมาอยู่ที่นี่ ทำไมเพื่อนไม่เอาคริสตัลไปปกป้องไว้รอเราตื่น) ต้องได้ลุยโลกในยุคล่มสลายสิ ต้องได้เจอคนที่มีความหมายในการเดินทางของเราสิ ไม่มี ตื่นมานั่งรถปิ๊กบ้านฆ่าตัวร้าย จบ บัยส์ ชะตากรรมมนุษยชาติถูกเล่าผ่านปากตัวประกอบในสามประโยค บอสใหญ่ไร้ลีลาให้จดจำ แต่ถึงจุดนั้นก็ช่างมันละ จะทำอะไรก็เชิญ คุณไม่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาและตัวละครที่คุณสร้าง คนเล่นก็don't give a shitเช่นกัน
    .
    .
    ตอนจบ นอคติส เสียสละเพื่อมวลมหาประชาชน แต่คนเล่นไม่รู้สึกอะไรเลย ทั้งกับนางเอกทั้งพระเอกหรือแม้แต่โลกอีออส....
    .
    มีกลิ่นความสะเทือนใจจางๆอยู่บ้าง แต่ไม่เสียใจ
    .
    เหมือนขับรถผ่านอุบัติเหตุ สงสาร แต่ไม่เสียใจ เพราะเราไม่รู้จักเขา
    .
    ตัวละครกับโลกของXVก็เหมือนกัน อยากรู้จัก อยากอิน แต่เกมไม่สามารถนำพาเราไปถึงจุดนั้นได้
    .
    .
    .
    .
    ความประทับใจของเราก็สิ้นสุดไปเท่าที่กล่าวมา อันที่จริงก็ยังมีจุดอยากบ่นอีกมาก (ดันเจี้ยนน่าเบื่อออกแบบมาชุ่ยๆหลังจบเกม, QTEเชยๆตอนสู้บอส,มนต์อสูรจำนวนน้อยนิด,เนื้อเรื่องที่นอคติสได้แต่เต้นไปตามเทพ บทสั่งมา) แต่ก็ไม่อยากไปคิดถึงมันแล้ว... ถ้าเป็นไปได้ การรอเวอร์ชั่นSuper complete ultimate editionที่รวมทุกแพทช์และDLCในราคาย่อมเยาว์ น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเกมที่มีคุณภาพแค่นี้ ใครรู้สึกอย่างไรหลังเล่นจบจากการรอคอยมายาวนานก็แชร์กันได้ อย่าลืมวิจารณ์ด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ บนพื้นฐานของการเล่นเองจริงๆ ส่วนตัวคิดว่าไม่ชอบรึไม่ชอบ ก็ควรให้ฟีดแบค(ที่อยู่บนพื้นฐานของประสบการณ์จริงนะ ไม่เอายูทูปเกมมิ่ง)
    .
    เกมเป็นงานอดิเรกที่เปลี่ยนชีวิตเราในหลายๆด้าน และFFเป็นซับเซตชิ้นใหญ่ในวงกลมนั้น เมื่อเล่นเกมนี้จบในรอบแรก...อยากจะถอดวิญญาณไปถามผู้มีความรับผิดชอบ ก็ไม่รู้ว่าต้องโทษฝ่ายQA/ฝ่ายบริหารหรือใครที่บีบให้เกมออกมาในสภาพนี้ แต่อยากถามว่าทำอะไรลงไป ปล่อยงานแบบนี้ออกมาถึงมือแฟนๆได้ยังไง คุณไม่ได้ดูถูกแค่แฟนเบส ขายงานเผาส่ง คุณดูถูกความตั้งใจของทีมงานคุณเองที่พยายามทำส่วนดีๆด้วย
    .
    เกมมีศักยภาพที่จะเป็นผลงานที่ดีได้ แต่กลับตายกลางทาง ส่วนที่ดีก็ดีไม่สุด ส่วนที่แย่ก็ไร้ทางเยียวยา...อาจมีบางเสียงบอกว่าแค่เล่นได้เพลินๆก็พอ แต่ด้วยวัตถุดิบ มันควรได้เป็นเกมระดับยอด ไม่ใช่แค่เกมกึ่งสุกกึ่งดิบ ไม่น่าจดจำ เผามาแบบนี้
    .
    ทุกครั้งที่เราวิจารณ์เกมซีรีย์ที่ชอบในแง่ลบ จะมีคนบอกว่า ถ้ารักจริง ไม่ควรด่า แต่เราคิดว่าข้อเสียข้อดีหลายอย่างอมพะนำไปคนทำก็ไม่รู้ ส่วนรู้แล้วจะให้น้ำหนักไหม เป็นเรื่องที่เขาไปตัดสินใจเอง และการจะเอาไปใช้ยังไงก็เป็นเรื่องของโชคชะตาต่อไปภายภาคหน้า ไปช่วยอ้างนู่นอ้างนี่ ไม่มีประโยชน์ แทนที่จะแก้ไขหรือวิจารณ์ให้ตรงจุด คนทำเค้าก็เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงาน น่าจะอยากได้ฟีดแบคไปพัฒนาผลงานมากกว่าหาคนมาแก้ต่างให้
    .
    แต่ที่สำคัญ กรุณาให้เกียรติผู้พัฒนา (เขาก็คน ทำอะไรไม่ถูกใจก็ไม่ได้เป็นความผิดโทษประหารหัวสุนัข แกไปเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขามาจากไหนคะ) แต่ผลงานก็ให้ความเห็นกันไปตามเนื้อผ้านะ (โม้เยอะก็backfire สะบึมส์)
    .
    .
    ป.ล.1 งดอวยรึด่าอย่างไร้จุดหมาย เป็นมลภาวะต่อจิตใจผู้อื่น
    ป.ล.2 ไม่ขอพูดถึงดราม่าผู้กำกับคุณโนมูระหรือคุณทาบาตะว่าใครจะทำออกมาดีกว่า เรื่องมันผ่านไปแล้วไม่มีประโยชน์ที่จะมา what if นู่นนี่ พูดถึงคุณภาพผลงานที่ออกมาในปัจจุบันนี้จับต้องได้ชัดเจนดี
    ป.ล.3 เพลงที่ชอบที่สุดคือ Somnus Ultima ซึ่งก็ใช้ประกอบคัทซีนที่ตั้งใจทำมาที่สุดในเกมเช่นกัน ถือว่าฉากจบได้การกำกับตรงนี้ช่วยเอาไว้มากโข

  • cosmogony 在 觀念座標 Facebook 的最佳解答

    2017-09-09 08:04:27
    有 110 人按讚


    ※ 2017.09.09 書評—《旁觀者》雜誌 Robert Carver ※
    迷信誤國:納綷戰敗的主因之一?

    書名:《Hitler’s Monsters: A Supernatural History of the Third Reich》
    作者:Eric Kurlander 教授

    ————————————

    希特勒剛剛掌權的時候,他請了一位「道金術師」(即
    dowsing,以Y/L型棍棒尋找水源、礦脈的占卜術)仔細地掃描第三帝國的總理辦公大廈,以尋求可能致癌的「死光」(death rays)。(希特勒副手)魯道夫·赫斯(Rudolf Hess)在飛往蘇格蘭之前,先請一位占星師繪製他的十二星座圖。希姆萊不但支持聖杯(Holy Grail)、拜魔教(Luciferism)的研究,還派謝弗博士(Dr. Ernst Schafer)領導一個親衛隊(SS)探險團在 1938 年前往圖伯特(Tibet,西藏)調查佛教的「雅利安」起源。不僅如此,希姆萊還成立了親衛女巫隊(SS Witches Division)在東歐搜集證據,證明條頓「聖女」(wise women)被猶太—天主教的宗教裁判所迫害、燒死,以消滅日耳曼民族文化與血脈的陰謀。1939 年,約瑟夫·戈培爾(Geobbles)讀諾斯差達姆斯(Nostradamus)的預言到深夜,並向熱衷此道的希特勒解說,作為英國必敗的證據。

    這些故事聽起來都像好萊塢電影製作人或者喜劇作家在夜深人靜胡思亂想,但卻都是真實的故事,而且只是納綷政權迷信的各種汗牛充棟材料之中,被作者 Eric Kurlander 發掘出的一小部份而已。

    英國人利用雷達技術發現德國潛水艇的蹤跡:德國海軍則必須委託柏林的「擺錘道金研究所」(Pendulum Dowsing Insititute)。擺錘道金專家,拿著一個以繩索綑綁的金屬占卜器,在一幅很大的大西洋海圖上搖動,助理根據搖動的結果,移動地圖上的模型船艦隊。德國海軍將領在一旁觀看。如果擺錘對於模型船作出「反應」,就代表著英國戰艦就在附近。

    德國海軍也說服自己,英國人能夠找到他們的潛艇位置,也是靠擺錘道金術得知。墨索里尼遭推翻、逮捕後,德國馬上成立「火星行動」(Operation Mars):四十位有經驗的占星師、塔羅牌師、魔術師、道金師從集中營被釋放,安置到柏林萬湖(Wannsee)的別墅,由頂尖魔術師威廉·沃夫(Wilheml Wulf)領導。他們得到的命令是:找出義大利領袖。「這些魔術師花了親衛隊不少銀兩。」親衛隊將領雪倫堡(Schellenberg)抱怨不已,他說:「他們要求、也獲得大量的珍饈美食、葡萄美酒、香菸,才願意開始工作。」他們攤開一幅大型的義大利地圖,開始在上面使用擺錘占卜,尋找義大利的獨裁者。到最後,發現並救出墨索里尼的是奧托·斯科爾茲內(Otto Skorzeny)的特種部隊,然而沃夫卻沒有因任務失敗被送回到薩克豪森集中營,反而以個人占星師的身份為希姆萊服務,並且聲稱他利用魔術發現了墨索里尼。

    納綷政權的迷信,Kurlander 教授追本溯源,來自世紀末(fin-de-siècle,譯:十九世紀末)的奧國與威瑪德國流行的各種神秘理論與學說。比方說:海倫娜·布拉瓦茨基(Helena Blavatsky)的《圖博特密聖之大白人兄弟會》(Great White Brotherhood of hidden Mahatmas in Tibet),魯道夫·史代納(Rudolf Steiner)的人智學(anthroposophy,透過內心的修練,可以體驗到客觀的靈性世界)、生物動力農法(bio-dynamic blood and soil agriculture)等等。

    然而支撐納綷迷信的中心理論,是「宇宙冰成說」(Welteislehre,World Ice Theory,宇宙由冰組成說),這由漢斯·俄比格(Hanns Hörbiger)1912 年在《冰天體演化論》(Glacial Cosmogony)一書裡提倡。他認為:跟其他低等的人種不同,「雅利安」的祖先並非猿猴,而是流星降落地球時帶來的「神明精子」(divine sperma)。這些精子發展成亞特蘭提斯—圖勒(Atlantis-Thule)超人古文明,此一神性的古文明運用超心理學(parapsychology)以及神秘的電力,「彷彿雷神索爾之錘(like Thor’s hammer)」。後來,冰月墜毀地球摧毀了亞特蘭提斯古文明,倖存的超人逃往圖伯特、日本建立佛教、印度教、神道教。耶穌基督也是亞特蘭提斯超人的白種雅利安後代,其他還包括聖殿騎士團(Knights Templar)以及清潔派(Cathars),後兩者負責保護聖杯,因為聖杯裡面藏有圖勒的秘密。白種超人深陷於一場不停的鬥爭之中——與他們爭權的,是類猿猴的「羌達拉」(Tschandala),也就是「怪物人種」(monstous humanoids):猶太人、斯拉夫人、黑人、「混血種」。

    上述超級種族歧視的世界觀有不少信徒,包括希特勒、赫斯、希姆萊以及其他的納綷高層。尤利烏斯·施特萊徹(Julius Streicher)深信猶太人身體發出一種特別的臭味,他在幾公尺之外就可以聞出來,彷彿中世紀的嗅巫(witch-sniffers)。希姆萊則想讓德國大學停止教授達爾文的進化論,改教宇宙冰成說。這個學說解釋了希姆萊為何能夠聘任阿拉伯、印度、土耳其斯坦人擔任親衛隊員。它也合理化種族滅絕、醫學實驗、以及迫使百萬人流離失所的人口大移動。根據「宇宙冰成論」,希特勒深信「斯堪地那維亞種」比「斯拉夫種」更能忍受寒冷,此說法造成德軍兵潰史達林格勒的慘烈後果。希姆萊則砸下大筆金錢時間,希望能運用魔術光線在萊茵區發現石油與黃金。

    Kurlander 教授認為:納綷對魔術太過倚賴,以致投下大筆金錢,企圖發展「神奇武器」如 V1、V2 火箭,但這些武器不但浪費公帑,又無用,雖然殺死很多平民百姓,卻對同盟國無損。當然,不是所有的納綷黨人都相信這些垃圾,史佩爾(Albert Speer)、鮑曼(Martin Bormann)、海德里希(Reinhard Heydrich)都曾企圖整黨,掃除魔術師與占星師,特別是在赫斯逃到蘇格蘭以後的「赫斯行動」裡面(Hess Action),當時有幾千人被逮入集中營,但幾個月之內,絕大多數人都獲得釋放,許多人還替希姆萊工作。即使在 1943 年德國亟需勞力之際,單單在柏林,仍然有三千名塔羅牌解讀師在營業。

    英國人很清楚納綷迷信魔術,常常空投假的占星術雜誌(Zenit)到德國,裡面畫著許多悲觀的希特勒星座圖。Kurlander 教授這本書經過八年的研究,列舉了納綷高層種種匪夷所思的迷信,肯定會使學者與一般讀者作出反思:假如沒有這些瘋狂的迷信,納綷搞不好能贏得戰爭。叛離納綷、逃到美國的勞希寧(Herman Rauschning)曾表示:「每個德國人都相信亞特蘭提斯,從那裡看見更好的祖國。」因為迷信而導致失敗,同盟國因此而得益。

    https://www.spectator.co.uk/…/did-hitlers-obsession-with-t…/

  • cosmogony 在 阿哲Gaming Youtube 的最讚貼文

    2018-01-18 17:50:51

    Player: 阿哲
    Artist: Ayatsugu_Neverend ft.Kimi
    Level: 12
    Device: iPad Pro 9.7

    我的FB專頁:https://www.facebook.com/linzin86/

  • cosmogony 在 Au Awesome Youtube 的最讚貼文

    2018-01-16 10:26:21

    Final Fantasy XV เปิดตัว Royal Edition สำหรับ PS4 และ Xbox One
    ตัว Royal Edition นั้นจะรวมทั้งเนื้อหา Episode ทั้งหมดใน Season Pass 1 ที่ออกมา รวมถึง DLC ทุกอันทั้ง อาวุธ สกินลายรถ ไอเทม ต่างๆ
    .
    นอกจากนี้ยังมีเกมเพลย์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเล่นกันมาก่อนคือ
    .
    - ล่องเรือข้ามมหาสมุทรจากไคแอมไปยังอัลทิสเซียได้อย่างอิสระ และสามารถตกปลาจากบนเรือ พบเจอปลาชนิดใหม่ ทำอาหารใหม่ ๆ
    .
    - หลังรวบรวมอาวุธมายาครบ 13 ชิ้น ผู้เล่นสามารถตามหาเครื่องประดับเฉพาะจากสถานที่ต่าง ๆ บนโลกซึ่งยังไม่เปิดเผย เพื่อปลดโหมดการใช้ดาบมายารูปแบบใหม่ออกมาได้
    .
    - โหมด First Person, ชุดใหม่, บอสใหม่
    .
    - แมพใหม่ที่ขยายเพิ่มออกมา : ซากเมืองอินซอมเนีย เพิ่ม Side Quest และศัตรูอย่างเซอร์บีรัส โอเมก้า
    .
    - เมนู Archive ไว้อ่านข้อมูล Cosmogony หรือประวัติโลกของเกม ซึ่งกระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ บนโลก รอให้เราไปรวบรวม ในเวอร์ชั่นนี้จะเพิ่มข้อมูลตำนานเทพนิยายลงไปในสถานที่ใหม่ ๆ รอให้ผู้เล่นไปตามหา
    .
    - เพิ่มเควสต์รับและพัฒนา Regalia Type-D
    .
    - เพิ่ม Trophy ใหม่
    .
    ตัว Royal Edition สำหรับ PS4/Xbox One ออกแบบปกโดยคุณโยชิทากะ อามาโนะ แต่สำหรับคนที่มี Final Fantasy XV เดิมอยู่แล้ว สามารถไปซื้อ Final Fantasy XV Royal Pack แยกจาก PSN หรือ Xbox Store ได้ โดย Pack นี้ก็คือรวมพวก DLC ใหม่ของ Royal Edition ได้ Pack นี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 6 มีนาคม 2018 เดียวกัน สนนราคา $19.99
    .
    ทั้งนี้ตัวเกม Windows Edition สำหรับ PC จะมีเนื้อหาแบบเดียวกัน และวางจำหน่ายในวันที่ 6 มีนาคม 2018 ด้วยเหมือนกัน
    เนื้อหาบางส่วนมาจาก RE:FFplanet
    ขอบคุณครับ

你可能也想看看

搜尋相關網站