[爆卦]Azem是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇Azem鄉民發文沒有被收入到精華區:在Azem這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 azem產品中有3篇Facebook貼文,粉絲數超過1萬的網紅Taepoppuri,也在其Facebook貼文中提到, แด่เจ้า เพื่อนที่รักยิ่ง เจ้าผู้ชี้นำเหล่าดวงดาวหลงทางเสมอมา แม้ในตอนนี้ ที่โลกแตกออกเป็นเสี่ยง และเราถูกแยกจากกันยิ่งกว่าคราใด ทั้งเวลา จุดยืน ความ...

 同時也有1部Youtube影片,追蹤數超過175萬的網紅MeleTOP,也在其Youtube影片中提到,Apa Yang MeleTOP Episod 266 [12.12.2017] Subscribe Astro MeleTOP, http://bit.ly/ytmeletop Episod penuh MeleTOP di Astro Go, http://bit.ly/meletophd...

azem 在 #Ai Instagram 的最讚貼文

2021-06-03 12:58:28

. . ご要望を多数頂いていた ダウンコーデ @lveu.official   暑くて着れなかったんですが やっと着ました😂爆  BLACKとCREAMの2色は 完売御礼🙇🏻‍♀️  BROWNのみお在庫ございます🛒 個人的にはBROWN推しなんですがね🤫←...

  • azem 在 Taepoppuri Facebook 的最佳貼文

    2020-10-16 12:39:54
    有 166 人按讚

    แด่เจ้า เพื่อนที่รักยิ่ง

    เจ้าผู้ชี้นำเหล่าดวงดาวหลงทางเสมอมา

    แม้ในตอนนี้ ที่โลกแตกออกเป็นเสี่ยง และเราถูกแยกจากกันยิ่งกว่าคราใด ทั้งเวลา จุดยืน ความรู้สึก

    ขอเพียงแค่ส่งสัญญาณเดียว คำๆเดียว เพื่อรวมใจเราอีกครั้ง

    เพราะที่ของเจ้า คือลำดับที่สิบสี่
    ตำแหน่งแห่ง ‘อาเซ็ม’

    - เฮดีส
    .
    .
    ประเด็นเนื้อเรื่อง 5.3 วันนี้ เริ่มที่พระเอกหรือนางเอกของแต่ละคน ซึ่งก็คือ WoL นั่นเอง ตัวตนในอดีตสมัยอามูรอทของนักรบแห่งแสงนั้นไม่ใช่ไก่กา ใบ้ให้ระแคะระคายมาตั้งแต่ 5.0 และก็เปิดเผยชื่อ ‘อาเซ็ม’ ใน 5.3 นอกจากนี้ WoL ยังได้รับวัตถุชิ้นสำคัญที่จะเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องต่อไป คือคริสตัลแห่งอาเซ็ม
    .
    เป็นคริสตัลพิเศษในกลุ่มคริสตัลทั้งสิบสี่ชิ้นของกลุ่มผู้นำ หินสีส้มสดใส สลักสัญลักษณ์ของ ‘พระอาทิตย์’ ความต่างจากคริสตัลชิ้นอื่นคือไม่มีความทรงจำบันทึกอยู่ แต่ทำหน้าที่เป็นหินที่ระลึก (memento) และมีข้อความของเอเม็ทฝากเอาไว้พร้อมบรรจุความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของตำแหน่งอาเซ็ม
    .
    ใน 5.3 มีบทพูดเกี่ยวกับอาเซ็มอยู่สองฉาก โดยอดีตเพื่อนสนิทสองคน มาดูของไฮโธลเดอุสกันก่อน ต่อจากบทความที่แล้ว หลังจากที่เราอธิบายเหตุการณ์ให้เขาฟังว่ากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับอิลิดิบัส…

    facebook.com/taepoppuri/photos/a.1394794957266616/3394782810601144
    .
    .
    .
    ‘ครั้งนี้เจ้ามีเรื่องขัดแย้งกับอิลิดิบัสใช่หรือไม่?

    ...อา คนที่ตายจากไปตั้งนานแล้วแบบข้า คงจะไม่อยู่ในฐานะที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับการต่อสู้ของเจ้าได้

    แต่ถ้าจะถามความหวังส่วนตัวของข้าล่ะก็ ข้าอยากให้เจ้ามีชัย และมีชีวิตอยู่ต่อไป

    ไม่อย่างนั้น เจ้าก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเอเม็ทเซลค์ไม่ได้น่ะสิ สัญญาที่ว่าจะจดจำพวกเรา

    ความทรงจำที่เขาเคยแบกรับเหล่านั้นตกอยู่กับเจ้าแล้ว

    สำหรับคนที่มีสิ่งต่างๆที่ต้องจดจำมากมายแบบเจ้า คงเห็นว่าความหมกมุ่นของอิลิดิบัสนั้นช่างไร้เหตุผล ยึดติดกับหน้าที่ทั้งๆที่จำอะไรไม่ได้

    แต่ก็อย่าลืมว่าครั้งหนึ่งอิลิดิบัสก็เคยมีเหตุผลที่หวงแหนเช่นกัน ถึงเขาจะจำไม่ได้แล้วก็ตาม

    ว่าแล้ว ข้าก็อยากให้เจ้าพบกับดาวดวงนี้อีกครั้ง

    -ส่งคริสตัลสีส้มให้ WoL-

    จำได้ไหม? ข้าเคยเล่าให้ฟังว่าสมาชิกคนที่สิบสี่ในกลุ่มผู้นำนั้นไม่เห็นด้วยกับแผนการอัญเชิญโซดิอาร์ค และออกเดินทางจากไป ปล่อยให้ตำแหน่งนั้นกลายเป็นที่ว่าง

    เธอคนนั้น (ถ้าเล่นตัวละครชายจะเป็นเขา) ถูกมองว่าเป็นผู้ละทิ้งหน้าที่ ไม่คู่ควรแก่การระลึกถึง ไม่มีการสร้างคริสตัลไว้ให้หรอก

    เว้นเสียแต่...เจ้าเพื่อนคนนึง จะแอบสร้างมันขึ้นมาและปิดบังไม่ให้ใครรู้

    หินนี้จารึกชื่อตำแหน่งที่ถูกลืมชื่อนั้น และก็บรรจุไว้ด้วยเวทส่วนตัวของเธอคนนั้น เวทที่มีแต่เพื่อนสนิทจึงจะรู้จักดี

    หน้าที่ของลำดับที่สิบสี่นั้นแตกต่างจากผู้นำคนอื่น มันเป็นตำแหน่งที่อุทิศชีวิตเพื่อทำความรู้จักและทำความเข้าใจโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้

    เธอคนนั้นใช้ชีวิตเฉกเช่นนักเดินทางอย่างแท้จริง ออกผจญภัยไปทั่วทุกหนแห่ง พบปะผู้คนและสร้างหมู่มิตรมากมาย

    แน่นอนว่าเธอย่อมพบเจอปัญหา แต่แค่แจ้งข่าวกลับมายังอามูรอทก็ไม่ใช่นิสัยของนาง

    หุหุ เธอมักจะส่งสัญญาณเรียกเหล่าเพื่อนพ้องรู้ใจ แล้วก็ช่วยจัดการปัญหานั้นด้วยกัน

    คาถาประจำตัวของเธออันนั้นก็บรรจุไว้ในหินนี้เอง พลังที่จะเรียกดวงดาวมาไว้เคียงข้างกายในพริบตา หากเจ้าพบเจออุปสรรคอันหนักหนา ก็ขอให้ใช้สิ่งนี้ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะใช้พลังของมันได้

    ในที่สุดมันก็กลับสู่เจ้าของตัวจริงเสียที~

    หุหุ ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก แต่ก็ต้องไม่บ่นข้าทีหลังด้วยนะ

    เพราะถึงยังไง ข้าก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าการมอบมันให้เจ้าเป็นความประสงค์ของข้าจริงๆ หรือเป็นความตั้งใจของคนที่สร้างข้าขึ้นมากันแน่!’
    .
    .
    .
    และแล้วไฮโธลเดอุสก็หาย(หัว)ไป ทิ้งให้เรายืนงงอยู่กับหินรสส้ม แม้จะใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่ามันทำงานอย่างไร แต่จากคำพูดของไฮโธลเดอุสแล้วดูเขาจะมั่นใจมากว่าเราจะใช้งานมันได้
    .
    และแล้วเราก็ได้ใช้จริงๆ คือฉากก่อนเริ่มไทรอัล Seat of Sacrifice ในครั้งนี้เราใช้คริสตัลเรียกเพื่อนอีกเจ็ดคนมาเองได้แล้ว
    .
    ระหว่างนั้นก็มีเสียงของเอเม็ทในภาษาแอนเชี่ยนดังออกมาจากหิน ก็คือบทพูดด้านบนสุดของโพสต์นี้ เป็นครั้งแรกที่เราได้รู้จักชื่ออาเซ็ม ฉบับ Eng ก็มีใจความคล้ายฉบับ JP แต่มีการใช้คำที่น่าสนใจอยู่
    .
    ‘Herein I commit the chronicle of the traveler. Shepherd to the stars in the dark. Though the world be sundered and our souls set adrift, where you walk, my dearest friend, fate shall surely follow. For yours is the Fourteenth seat—the seat of Azem.’
    .
    ‘ข้าขอจารึกเรื่องราวของนักเดินทางผู้นั้น ผู้ชี้นำเหล่าดวงดาวในความมืดมิด’ ใช้คำว่า The traveler และ Shepherd ซึ่งความหมายในที่นี้ไม่ใช่คนเลี้ยงแกะ แต่หมายถึงคนที่ชี้นำ,ช่วยเหลือ,รวมใจคนอื่นๆ
    .
    ย้อนกลับไปใน 5.0 ที่โคลูเซีย ตอนจะขึ้นลิฟต์ก่อนสร้างทาลอสยักษ์ เอเม็ทโผล่มาคุยกับเราและชมว่าเราเก่งนะ ที่รวบรวมใจผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันมาช่วยเหลือกันทำงานใหญ่ได้ แล้ว WoL จะงงว่าจู่ๆพูดเรื่องนี้ทำไม
    .
    ถึงตอนนี้จึงได้เข้าใจบริบทว่าในอดีต อาเซ็มก็เป็นคนนิสัยแบบนี้ เป็นนักเดินทาง ออกไปช่วยเหลือผู้คนในที่ต่างๆทั่วโลก (เป็นเบ๊มาตั้งกะชาติก่อนเลยเรอะ...) มาชาตินี้ก็ยังนิสัยเหมือนเดิม
    .
    นอกจากจะช่วยคนไปทั่วแล้วยังมีพลังดึงดูดแง่ดีของคนอื่นๆออกมา เห็นแล้วเอเม็ทจึงคิดถึงเพื่อนเก่าจนทักจุดนี้ ฉากถัดจากนั้นก็มีแย็บถามว่าจำอะไรไม่ได้อยู่แล้วใช่มั้ย เขาคงแอบหวังลึกๆอยากให้ WoL จำเรื่องอดีตได้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นไปไม่ได้
    .
    ความ unite us & draw us together (แกนนำ) เป็นจุดเด่นของ WoL ที่เนื้อเรื่องเน้นมาเสมอ ทั้งกราฮาเทีย ฮาเชอฟานต์ ลีซ ฮิเอ็น เหล่าไซออน โลกในไทม์ไลน์ที่แพ้ต่อแก๊สกุหลาบดำ และคนอื่นๆอีกมากมาย ล้วนเห็น WoL และได้แรงบันดาลใจที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆต่อไปในแบบของตัวเอง
    .
    ล่าสุดถ้าทำเควสรีลิคบอซจา ซิดก็พูดว่า ความแข็งแกร่งที่สุดของเราไม่ใช่พลัง แต่เป็นนิสัยที่สามารถดึงความกล้าหาญของคนอื่นออกมา (เห็นความแตกต่างของเรากับเซนอสไหม)
    .
    ตั้งแต่ 2.0 ก็จะคิดว่าเป็นการสวมบทคนดีแบบหลวมๆในฐานะตัวเอก ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่านั้น แต่มาแพทช์นี้ดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องหลัก เป็นแก่นนิสัยของอาเซ็ม ผูกเรื่องได้แจ่มไปเลย ย้ำจุดเด่นของ Shadowbringers ที่เป็นการสร้างมิติคาแรคเตอร์ ไม่ใช่แค่ NPC แต่รวมถึง WoL ด้วย
    .
    จากที่ไฮโธลเดอุสอธิบาย ผู้นำคนอื่นมีหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆจะประจำการอยู่ที่เมืองหลวงอามูรอท แต่หน้าที่ของอาเซ็มเป็นสายลุย ภาคสนาม ไปลงพื้นที่เก็บข้อมูล ขึ้นเหนือล่องใต้ผูกมิตรกับชนพื้นเมืองในที่ต่างๆของโลก และจัดการกับอะไรก็ตามที่จะเป็นอันตรายกับดวงดาว
    .
    พอเจอปัญหา ก็จัดการเสียเอง หากคนเดียวไม่ไหว ก็ใช้เวทประจำตัวในการซัมมอนเพื่อนมาช่วย...ขนาดพลัง duty finder ยังใส่ลอร์มาให้เลยนะเนี่ย กลายเป็นพลังสามัคคีรุมกระทืบบอสอย่างเป็นทางการ
    .
    ในเรื่องสั้น Tales from the shadows แม้คนบนเกาะภูเขาไฟก็ปลงแล้วว่าบ้านและไร่นาคงถูกทำลาย แต่อาเซ็มก็ไม่ยอมถอดใจ ตามคติ For those we have lost. For those we can yet save.
    .
    และไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียแรงเปล่าที่จะพยายาม ถึงจะโดนคนอื่นตำหนิทีหลังก็เถอะ เพราะกลุ่มผู้นำมักไม่ใช้พลังของชาวอามูรอทก้าวก่ายปัญหาทั่วไป จะปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ (แต่อิลิดิบัสก็มาบอกให้เฮดีสแอบตามไปช่วยในที่สุด)
    .
    ด้วยตำแหน่งและนิสัยที่วางมาแบบนี้ สงสัยว่าอาเซ็มน่าจะเป็นคนแรกๆที่รู้จักภัยของ The Sound หายนะที่ทำให้โลกใบเดิมเกือบจบสิ้น ใน 5.0 มี NPC อามูรอทพูดว่าภัยนี้เริ่มเกิดขึ้นในมุมอันห่างไกลของโลก และทำลายทีละประเทศมาเรื่อยๆจนมาถึงเมืองหลวงในที่สุด
    .
    จากคำพูดของกลุ่มของเวนาท์ใน 5.2 พูดถึงว่าอาเซ็มไม่เห็นด้วยกับแผนการอัญเชิญของทั้งสองฝ่าย คือไม่ช่วยทั้งโซดิอาร์คหรือไฮเดลิน

    คิดว่าในฐานะนักเดินทาง สาเหตุที่อาเซ็มออกจากอามูรอทเป็นครั้งสุดท้ายในยามที่ทุกคนต้องการ ไม่ใช่การทรยศ แต่คงเป็นการออกไปจัดการกับต้นตอของ ‘เสียงลึกลับ’ ที่กำลังทำลายดวงดาวในตอนนั้น กระนั้นหลายคนก็มองว่าอาเซ็มเป็น Defector (คนแปรพักตร์) ไม่คู่ควรแก่การระลึกถึง ไม่มีคริสตัลความจำทำไว้ให้
    .
    แต่แล้วเอเม็ทก็แอบทำอยู่ดี แอบสร้างคริสตัลไว้ระลึกถึงเพื่อนคนนี้ ยังไม่รู้ว่าเป็นเพราะเห็นด้วยกับสิ่งที่อาเซ็มเลือกทำ หรือเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว แต่จะยังไงสุดท้ายแล้วอาเซ็มก็ถูก sundered ไปด้วยพร้อมกับดวงดาว
    .
    การที่เพื่อนที่เคยรักและให้เกียรติ ถูกแยกส่วนวิญญาณ เสียความทรงจำทั้งหมด และกลายมาเป็นหมากของไฮเดลีนทั้งๆที่ในอดีตไม่ได้เลือกข้าง คงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เอเม็ทเกลียดชังไฮเดลิน
    .
    โดยคริสตัลของอาเซ็มที่เอเม็ทสร้างขึ้นนั้นเป็นเหมือนของดูต่างหน้า ไม่ได้มีไว้ใช้ในการสร้างแอสเซี่ยนชั้นรอง เอเม็ทจึงไม่เคยบอกใคร เก็บไว้คนเดียว จนถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับชาร์ดของเพื่อนอีกครั้งจึงเอามาฝากไฮโธลเดอุสไว้ จนส่งมาถึงมือเราในที่สุดหลังเขาตาย
    .
    .
    ถึงตรงนี้ หลังจากกำจัดอิลิดิบัสได้ มีบางคนคิดว่าเอเม็ทเจตนาให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้ เพราะให้ทั้งคริสตัลบรรจุเวทเรียกเพื่อน แถมยังโผล่มาช่วย WoL ในภาวะคับขันด้วย
    .
    แต่เรามองว่าไม่ใช่ ในเรื่องสั้นเจ้าตัวก็พูดว่า 'Twas e'er my fate to wager all คือตอนสู้กับเราเขาเดิมพันด้วยชีวิต
    .
    ถึงปากจะดูถูกว่าเราเป็นแค่วิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ ไม่อยากจะยอมรับว่าเราคืออาเซ็ม แต่ใจจริงแล้วไม่ได้ประมาทเลย สู้สุดตัวเพราะเข้าใจดีว่าถ้าตัวเองทำไม่ได้ เหลืออิลิดิบัสที่อ่อนพลังกว่าแค่คนเดียวยิ่งไม่มีทางทำสำเร็จ

    ตามข้อสังเกตของยาชโตล่า เธอคิดว่าเอเม็ทวางแผนเผื่อไว้ในกรณีที่ตัวเองแพ้ ถึงทิ้งคริสตัลไว้ให้ WoL ใช้ช่วยปลดปล่อยอิลิดิบัสไม่ให้ต้องทรมานต่อไปคนเดียว
    .
    ในตอนจบ 5.0 เอเม็ทฝากฝังให้เราช่วยจำ เพราะรู้แก่ใจว่าความฝันของแอนเชี่ยนจบลงแล้วพร้อมความพ่ายแพ้ของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้โศกเศร้ากับความสิ้นหวัง การที่เราเอาชนะเขาได้ก็พิสูจน์ว่าถึงมนุษย์ปัจจุบันจะมีวิญญาณไม่สมบูรณ์ แต่ก็มีคุณค่าในแบบของตน

    เขาอาจจะเห็นความมุ่งมั่นของอาเซ็มที่ยังคงค้างอยู่ในตัวของ WoL ถึงได้ยิ้มออกมาในวาระสุดท้าย
    .
    .
    ใน 5.3 เมื่อเราถูกส่งเข้ามิติมืดที่หาทางออกไม่ได้ การใช้คริสตัลของอาเซ็มทำให้เรียกวิญญาณของเอเม็ทที่ยังไม่สลายไปในอันเดอร์เวิลด์ออกมา ตัวตนของเอเม็ทที่ปรากฏในระหว่างการสู้กับอิลิดิบัสเป็นรูปลักษณ์ของแอนเชี่ยน ไม่ใช่แอสเซี่ยน ไม่ใช่หน้าตาของจักรพรรดิโซลัส

    เพราะเขาไม่ได้มาในฐานะเอเม็ทเซลค์ แต่มาช่วยเราในฐานะ’เฮดีส’ เพื่อนของอาเซ็ม

    ในอดีตอาเซ็มคงจะเคยเรียกเฮดีสให้ไปร่วมต่อสู้ด้วยกันหลายครั้ง เหมือนตอนที่ไปปกป้องไร่องุ่นในเรื่องสั้น และแม้ว่านับจากวันที่เคยเป็นเพื่อนกันนั้นจะแสนนาน ต่างคนต่างเปลี่ยนไปจนเรียกได้ว่าเป็นคนละคน

    ทั้งจุดยืนและสิ่งที่ต้องการก็ต่างกัน แต่เมื่อเรายอมรับและยอมใช้พลังของอาเซ็ม ในครั้งนี้เขาก็จะมาช่วยเหมือนอย่างเคย ‘where you walk, my dearest friend, fate shall surely follow’
    .
    สิ่งสุดท้ายที่เขาตั้งใจจะทำก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลเอเธอร์ไปโดยสมบูรณ์ ก็คือการจับตาดูชะตากรรมของอดีตเพื่อนคนนี้ ดังนั้นการช่วยเหลือครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายก็ได้ ใครจะไปรู้?
    .
    .
    หลังจบเนื้อหาใน 5.3 อุริเอนเจตั้งประเด็นว่าชื่อ Azem มีความคล้ายกับ Azeyma และ Azim (เทพของเอเออร์เซียและเทพของอซิมสเตปป์) ซึ่งทั้งหมดมีจุดเชื่อมโยงกับพระอาทิตย์ หากเทียบไทม์ไลน์แล้วคงต้องบอกว่าสองอันหลังนั้นมีที่มาจากชื่อ Azem
    .
    สันนิษฐานว่าหลังจากโลกถูกแยกส่วนโดยไฮเดลินแล้วก็ยังมีชาร์ดบางคนที่มีภาพจำจากดาวดวงเดิม เป็นความทรงจำตกค้างเหมือนกลุ่มคนที่เขียนภาพโซดิอาร์คและไฮเดลินบนฝาผนังใน Qitana Ravel อาจจะมีคนจำหน้าที่และอัตลักษณ์ความเป็นพระอาทิตย์ของ Azem ได้เลือนรางก็ได้ และเล่าสืบต่อกันมาจนกลายเป็นเทพท้องถิ่น
    .
    เพราะอาเซ็มเป็นเหมือนพระอาทิตย์ ถ้าไม่มีพระอาทิตย์ ก็ไม่มีแสง พอไม่มีแสงก็ไม่มีเงา ซึ่ง...คำว่า Ascian แอสเซี่ยน แปลว่า ‘ไร้เงา’!
    .
    จากคำพูดที่ฝากไว้ในหิน เอเม็ทเห็นอาเซ็มเป็น Shepherd to ‘the stars’ in the dark กลุ่มดาวในที่นี้หมายถึงกลุ่มผู้นำราศีทั้งหลายที่ขาดอาเซ็มไป จนหลงทาง กระจัดกระจาย กลายเป็นเหล่าแอสเซี่ยน
    .
    สุดท้ายในแพทช์นี้เราก็ช่วยรวมเหล่าดวงดาวให้กลับไปอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ด้วยการส่งคริสตัลความจำทั้งหลายให้อิลิดิบัส ชี้นำให้เขาได้พบความสุขในความทรงจำถึงเพื่อนๆที่เขารักเป็นครั้งสุดท้าย

    ถึงจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ก็ถือว่าทำหน้าที่ของอาเซ็มได้สำเร็จไปส่วนนึงเสียที
    .
    .
    .
    .
    ป.ล. ปกติฉายาจากอะชีฟเมนต์หลังจบเนื้อเรื่องจะเป็นชื่อแพทช์ซะส่วนมาก แต่ใน 5.3 นี้ ฉายาคือ 'Shepherd to the Stars'!

    #FF14 #Shadowbringers

    -------------------------
    บทความอื่นๆที่พูดถึง
    บทแปลนิยายเรื่องสั้น Tales from the shadows
    ตอนที่พูดถึงอาเซ็ม
    facebook.com/taepoppuri/photos/a.1394794957266616/3401069879972437
    ส่วนตอนอื่นๆมีรวมไว้ในอัลบั้มนี้
    facebook.com/pg/taepoppuri/photos/?tab=album&album_id=1394794957266616
    สรุปเนื้อเรื่อง 5.3 ของอิลิดิบัส
    facebook.com/pg/taepoppuri/photos/?tab=album&album_id=3355024771243615

  • azem 在 Taepoppuri Facebook 的最佳解答

    2020-08-19 10:51:20
    有 104 人按讚

    FFXIV Shadowbringers
    5.3 Impressions & Thoughts (พาร์ท 1/?)

    เห็นทยอยกันจบหลายคนแล้ว อิมเพรสชั่นส่วนมากคือไปทำอีเวนท์หน้าร้อนทั้งน้ำตา 😂 ผ่านมาอาทิตย์นึงละเริ่มได้เวลาที่ลงคอนเทนต์สปอยล์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องซะที พาร์ทแรกนี้จะพูดความรู้สึกของเราที่มีต่อแพทช์นี้ค่ะ

    *แน่นอนว่าสปอยล์เลอร์
    ยังเล่นไม่จบ 5.3 หนีไปป*
    .
    .
    .
    =อำลาเดอะเฟิสต์=

    ไฮป์กับแพทช์นี้พอสมควร เพราะตั้งแต่ HW มา แพทช์เลข X.3 ถือเป็นแพทช์สำคัญในเนื้อเรื่องที่จะสรุปประเด็นค้างคา มักทำให้ประทับใจรองมาจากฉากจบใน expansion ก่อนที่ X.4-X.5 จะเป็นแพทช์ปูเรื่องไปยังภาคต่อไป
    .
    ในครั้งนี้ก็เช่นกัน ต้องปิดประเด็นที่เดอะเฟิสต์ทั้งหมดในแพทช์เดียว เพราะเนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้กลับมาโฟกัสที่เดอะเฟิสต์อีกแล้ว ยิ่งครั้งนี้เป็นแพทช์ปิดเรื่องของ 5.0 ที่ทำไว้ดีมากจนเป็นจุดที่ยากจะแตะถึงซ้ำอีก
    .
    พอได้บอกลาเดอะเฟิสต์ ความดีงามของภาคนี้ที่รู้สึกได้ชัดคือ ทีมงานสามารถทำให้เราแคร์กับสถานที่และคนในโลกนอร์แวรนดท์ได้จริงๆ
    .
    ดันเจี้ยน The Heroes' Gauntlet คือเจ๋งมาก เหมือนเป็นขั้นกว่าของ The Ghimlyt Dark ทำให้เราได้ทบทวนว่านับตั้งแต่เริ่มต้นภาคนี้ ตัวละครเราได้ผ่านอะไรมาบ้าง สร้างสัมพันธ์ พบเจอคนมากมาย
    .
    แม้แต่ตัวประกอบสุดๆ คนงานเหมืองอย่างพวกเจอริก ก็ยังโผล่มาช่วยข้างทางทำให้ยิ้มได้ เหล่าแฟรี่ก็มา ตามสัญญาที่เฟย์โอเคยพูดไว้ว่าขอแค่บอกคำเดียว ทั้งอิลเมฮ์กจะลุกขึ้นสู้เพื่อเรา

    พวก NPC จากเควสโรลทั้งหมดก็มา โชคดีที่เล่นครบสี่โรลจึงรู้จักตัวทุกตัว ทุกคนเห็น WoL และเพื่อนเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของโลกนี้
    .
    ทำเอารู้สึกว่าไม่อยากกลับเดอะซอร์สซะงั้น ฮา เปรียบเทียบแล้วเดอะเฟิสต์เหมือนบ้าน แต่เดอะซอร์สเหมือนที่ทำงาน…

    กระนั้น WoL ก็ไม่ได้กลับมาจากเดอะเฟิสต์แบบมือเปล่า นอกจากได้แมวมาตัวนึง ยังได้ระแคะระคายเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอดีตของตัวเองสมัยเป็นแอนเชี่ยน ที่จะเป็นบทส่วนสำคัญต่อไปในอนาคต
    .
    .
    =No fight left to fight=

    สำหรับตัวละครสำคัญที่เป็นตัวเด่นของแพทช์นี้ โฟกัสอยู่ที่สองคน คือคริสตัลเอ็กซาร์คและอิลิดิบัส

    ลองอ่านความคิดเห็นของแฟนด้อมต่างประเทศ หลายคนเห็นว่าส่วนของเอ็กซาร์คทำได้ดีมาก แต่ผิดหวังกับจุดจบของอิลิดิบัส ในด้านของบทที่รวบรัด (สำหรับส่วนของไทรอัลคือชมเป็นเสียงเดียวกันว่ายอดเยี่ยม)
    .
    เนื่องจากอิลิดิบัสเป็นตัวละครที่ปรากฏตัวมานานมากแล้วตั้ง 6 ปีก่อน นิสัยใจคอรวมถึงจุดประสงค์เป็นปริศนามาตลอด พอเฉลยเรื่องของแอสเซี่ยนใน 5.0 และอิลิดิบัสกลายเป็น Unsundered คนสุดท้าย คนก็คาดหวังมิติขอตัวละครและความเข้มข้นระดับเดียวกับเอเม็ท
    .
    แต่แล้วก็ไม่ได้รู้จักตัวตนของเขา ไม่ได้เห็นหน้าตาที่แท้จริง ไม่ได้รู้ชื่อจริง ทีมงานเปิดเผยว่าอิลิดิบัสที่เห็นมาตลอดเป็นแค่ไพรมอลที่แยกตัวออกมาจากโซดิอาร์ค และก็เขียนให้ถึงจุดจบ ตายตรงนี้เลย จึงมีบางส่วนรู้สึกว่าตัวละครนี้ underdeveloped และเสียของ
    .
    มู้ดของเรื่องก็ดันจบด้วยอารมณ์แฮปปี้สุดๆ นอกจาก WoL แล้วดูเหล่าตัวละครจะไม่ได้รู้สึกอะไรเลยกับการที่ฆ่าแอนเชี่ยนคนสุดท้ายจนสิ้นเผ่าพันธุ์ เหมือนปราบตัวร้ายเสร็จแล้วเย้กลับบ้าน ความลึก น้ำหนักของการตัดสินใจ ความ mature จาก 5.0 ดูจะหายไป
    .
    อีกเหตุผลก็คือ กำจัดอิลิดิบัสแล้ว ท่าทางของเส้นเรื่องจะไปโฟกัสกับตัวร้ายต่อจากนี้ คือเซนอสกับแฟนดานีลแทน ซึ่งหลายคนมองบนกับสองตัวนี้ รู้สึกว่าน่าเบื่อ ไม่คุ้มค่ากับการที่จะทิ้งเส้นเรื่องของแอนเชี่ยนไป
    .
    สำหรับเรา เข้าใจประเด็นที่ผิดหวัง แต่เราชอบปมของอิลิบิดัสมาก เขาเป็นตัวตนที่แยกออกมาจึงไม่สมบูรณ์ มีแต่ความมุ่งมั่นที่ค้างคาหัวใจแม้จะไร้ความทรงจำ
    .
    แนวทางของตัวละครนี้ไม่เหมือนกับเอเม็ท ซึ่งก็เหมาะสมแล้วที่จะไม่เล่นปมเดิมซ้ำๆ อิลิดิบัสคือตัวละครที่น่าเวทนาที่สุด เขาทิ้งได้แม้ชีวิตของตน ทิ้งแม้ความทรงจำที่สำคัญที่สุด เพื่อทำหน้าที่ให้ผู้คนที่เขารัก

    แต่สุดท้ายต้องเสียทุกอย่าง No fight left to fight, No life left to live ของแท้ เพราะตัวตนของเขาจริงๆตายไปนานแล้ว (มีรายละเอียดหลายประเด็นที่อยากพูดถึง รวมถึงเซนอสกับแฟนดานีลด้วย ขอยกไปไว้พาร์ทต่อจากนี้)
    .
    กระนั้นก็เห็นด้วยในส่วนที่ว่าบทค่อนข้างจะรวบรัดเกินไปมากๆ เห็นหลายคนยังงงอยู่เลยว่าทำไมเป็นถึง Unsundered แบบเอเม็ทแต่ตายง่ายจัง คือมีบอกในเรื่องแล้วแต่นำเสนอไม่ค่อยเคลียร์
    .
    ถึงอิลิดิบัสจะอยู่มาหกปี แต่มีเวลาให้ปูเรื่องของเขาจริงจังแค่แพทช์ครึ่งเท่านั้นเอง สุดท้ายก็เป็นตัวร้ายที่ต้องตายเพื่อสร้างซีนให้เอ็กซาร์ค ทั้งน้ำหนักและศักดิ์ศรีดูไม่เท่าเทียมกับช่วงไฟนอลของ 5.0 ที่ตอนนั้นรู้สึกว่าเป็นเรื่องของเราและเฮดีส เด่นทั้งคู่และสถานการณ์มัน high-stakes จริงๆ
    .
    แม้ไม่ถูกใจการนำเสนอที่น่าจะซอยละเอียดได้กว่านี้ แต่ถ้ามองว่าด้วยเวลาที่จำกัดในหนึ่งแพทช์ ต้องจบประเด็นอื่นด้วย ซึ่งแพทช์นี้ทำตรงส่วนประกอบเล็กๆน้อยๆอื่นๆได้ดีมาก

    ฉากลาคือซึ้งทุกอัน คำบอกลาของรีน,ไลน่า คู่สามีภรรยาไค เด็กผีฮาลริค อาร์ดเบิร์ตกับเซโต้ (อันนี้ดาเมจรุนแรงมาก...😭) พอดูโดยรวม ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีแล้วล่ะ
    .
    ต่อมาคือเรื่องที่พวกไซออนดูจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่ ทั้งที่ใน 5.2 จะพยายามหาทางพูดคุยกับอิลิดิบัส แต่สุดท้ายก็เข้าจังหวะเดิมๆเดินหน้าฆ่ามันอยู่ดี คือบทมันเขียนบีบมาแบบเนี้ย...ยังไงก็ต้องฆ่าอ่ะแหล่ะ ต้องรอดูเนื้อหาต่อๆไป ถ้าไม่ได้เรียนรู้อะไรจากภาคนี้เลย อันนั้นถึงจะ waste ของจริง ซึ่งดูจากศักยภาพการเขียนเรื่องที่ผ่านมา เรามองว่าไม่น่าจะเป็นแบบนั้น
    .
    รวมถึงเส้นเรื่องแอนเชี่ยนก็ไม่ถูกทิ้งแน่นอน บทเริ่มปูไปทางตัวตนในอดีตของ WoL แล้ว (The 14th หรือ Azem) คุณองค์ชายถุงกอล์ฟก็ย้ำซะว่าฝันถึงอามุรอททุกวัน โซดิอาร์คกับไฮเดลีนก็ยังอยู่ทั้งคู่ ทั้งหมดนี้คงจะเป็น(และต้องเป็น)จุดหลักของภาคหน้า

    เนื่องจากทีมงานเคยบอกว่าจะจบเรื่องของโซดิอาร์คกับไฮเดลีนใน 6.0 และกราฮาเทียเองก็พูดย้ำช่วงท้ายแพทช์ว่ากำลังจะเข้าสู่บทสรุปของเรื่องราวในดาวดวงนี้แล้ว
    .
    .
    =New old friends=

    ว่าแล้วก็ขอพูดถึงเอ็กซาร์ค เป็นตัวเอกของแพทช์นี้เลย ด้วยความรับผิดชอบที่จะพาเหล่าไซออนกลับบ้าน และก็ต้องดูแลให้เดอะเฟิสต์ปลอดภัยจนวินาทีสุดท้าย คนดีศรีคริสตัลทาวเวอร์
    .
    เล่นไปก็ลุ้นชะตาหนักหน่อย พร้อมกับที่ช็อคความเหลี่ยมเทกซ์เจอร์ผ้าถุงของพี่แก... คือแตกยับบบทิ่มตาทุกฉาก 😱 ยังกะเทกซ์เจอร์เกมเพลย์สอง แต่กระนั้นก็ซึ้งกับฉากบอกลาบนยอดหอมาก ‘การเดินทางครั้งหน้า พาฉันไปด้วยนะ’
    .
    ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ทั้งชีวิตอันยาวนานของกราฮาเทียในเดอะเฟิสต์ใฝ่ฝันถึงแต่ WoL ไม่ใช่เรื่องของ romance แต่มันเหนือกว่านั้น เขายกย่อง WoL เป็นคนที่อยากเอาเป็นแบบอย่าง เป็นผู้กล้าที่แสดงให้เห็นว่าความหวังคือสิ่งค้ำจุนผู้คน
    .
    สิ่งที่ WoL ทำไม่ใช่แค่การช่วยเหลือคนตรงหน้า แต่เป็นการปลูกฝังสร้างฮีโร่คนต่อไปและต่อไป และกราฮาเทียเข้าใจความสำคัญของสิ่งนี้ เขาพร้อมจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆในตำนานหรือแม้จะถูกลืมก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้ทำสิ่งดีๆที่จะส่งไปยังรุ่นต่อไปเหมือนกับ WoL
    .
    ก็เป็นธีมของ ShB คือส่งต่อความทรงจำและความหวัง ที่หักมุมก็คือ...นอกจากพี่แกจะไม่ตาย... ยังย้ายความทรงจำมาได้หมดอีก! ได้อยู่ในร่างหนุ่มอีก!!! เฮ้ย!!!! อะไรมันจะดีขนาดนั้น
    .
    คือโคตรเป็น best possible result ตอนแรกคิดว่าเอ็กซาร์คกลายเป็นคริสตัลไป แล้วเรากลับมาปลุกกราฮาเทียของเดอะซอร์สแหงๆ ถึงจะไม่ใช่คนเดียวกัน แต่มันก็สุขปกซึ้งดีนะ เข้ากับธีมเรื่องด้วย
    .
    แต่สุดท้ายกลายเป็นหวานเจี๊ยบไม่มีขมเลย แถมได้มาเป็นปาร์ตี้เมมเบอร์ด้วย ในตี้จะมีแมวโกงความตายสองตัวแล้วใช่มั้ยคระ
    .
    ส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบ fake out death (ยั่วว่าจะตายแล้วไม่ตาย) บ่อยๆ คือถ้ามีเหตุจำเป็นก็โอเค แต่ยกตัวอย่าง ยาชโตล่าที่แกล้งปักเดธแฟลกหลายรอบแต่ไม่ตายซะทีจนไม่ขลังแล้ว สำหรับเอ็กซาร์คก็ไม่อยากให้ดำเนินไปในทางเดียวกัน (จะว่าไป ทีตอนปาปาลิโม่ มูนบริวด้า อิซาล ตายแล้วตายเลย…)
    .
    .
    อีกคนที่อยากให้ได้มาเป็นไซออนด้วยคือรีน

    อันนี้แปลกใจ บทน้อยเชียว เหมือนน้องโดนทิ้งง สำหรับเรา รีนเป็นตัวละครที่สำคัญกว่าตัวละครเฉพาะของ expansion ที่จะใช้แล้วจบบทในภาคแบบฮิเอ็น,ลีซ นอกจากบทในเกมแล้วด้านดีไซน์ทำออกมาได้ดีมาก (กรุณาดูจำนวนแฟนอาร์ต) มีศักยภาพจะเอามาดันเป็นตัวเด่นต่อไปได้สบายๆ
    .
    ก็เข้าใจว่ายังต้องมีเนื้อเรื่องของเอเดนพาร์ทสุดท้ายอีก อาจจะต้องไปเคลียร์ตรงนั้นก่อนแล้วค่อยตามมา หรือไม่ก็มาอีกทีภาคหน้า แบบอลิเซ่ที่ตอนแรกบทอยู่แต่ในเหรดคอยล์ กว่าจะมาเข้าเมนเควสจริงจังก็สตอร์มบลัด

    ยังไงก็คาดหวังว่าจะเจอกันอีกทีกับบทหลักของรีนในอนาคตอันใกล้ค่ะ
    .
    .
    .
    =อื่นๆ=

    - เนื้อเรื่องรอบนี้ยังไม่ทันเล่นก็โดนเพื่อนสปอยล์แบบไม่ตั้งใจด้วยคำอธิบายเฟอร์จิเนอร์ใหม่ในเกมที่คราฟต์จากของดรอปลาสต์บอส... คุณพระ โดยสปอยล์แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ แต่ก็พอจะเดาได้อยู่ละ

    - มองในมุมของแอนเชี่ยน อิลิดิบัสเองก็ถือเป็นนักรบแห่งแสง ซึ่งคำจำกัดความของ Warrior of light ตรงกับคำใบ้ของโยชิพีที่ให้ปีที่แล้ว

    - คือทุกๆปีใหม่ โยชิพีจะมีจดหมายทักทายแฟนเกมและใบ้ถึงเนื้อหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป ปีที่แล้วพูดถึงเรื่อง WoL ‘ไม่ว่าจะเป็นใคร ขอเพียงมีจิตวิญญาณที่อยากช่วยเหลือผู้อื่น และทำสิ่งที่ต้องทำโดยไม่คำนึงถึงตนเอง นั่นเองคือนักรบแห่งแสง’

    - ตอนแข่งตีค้างคาวกับอลิเซ่ มีบทพูดต่างกันด้วย มีแบบเสมอกับแพ้ ของเราเสมอแล้วอลิเซ่หงุดหงิดที่พยายามเต็มที่แต่ก็ยังได้แค่เสมอ เพราะเธอไม่อยากแพ้/ต้องพึ่งพาเราตลอดเวลา พัฒนาการของอลิเซ่ที่อยากจะสู้ในฐานะเพื่อนที่เสมอกันนั้นน่ารักดี

    - จากเสียงวิจารณ์ว่า 5.1 เนื้อเรื่องเบาไปไม่ค่อยมีประเด็นน่าสนใจ น่าจะแบ่งบทสำคัญๆไป develope ในแพทช์นั้นบ้าง หลายๆประเด็นของ 5.3 จะได้เคลียร์กว่านี้ คือต้องเข้าใจกระบวนการเขียนเนื้อเรื่องเกมนี้ก่อนว่า ทีมเขียนบทมีหลายคน

    - และด้วยข้อจำกัดของโครงสร้างเกมที่ต้องออกเป็นแพทช์ย่อย ทำให้เวลามีจำกัด/น้อย รวมไปถึงการที่ต้องอัพเดตอย่างต่อเนื่อง ทีมเขียนบทจึงต้องแยกกันเขียนเนื้อเรื่องของแพทช์ 5.1-5.3 จะได้เขียนไปพร้อมกันและเสร็จตรงเดดไลน์ได้

    - เราเข้าใจว่า 5.3 คนเขียนบทคือหัวหน้าทีมเนื้อเรื่อง นัทสึโกะอิชิกาว่า (คนเขียน 5.0 ทั้งหมด) เพราะเคยมีบทสัมภาษณ์ บอกไว้ว่าเธอจะได้เขียนบทหนึ่งแพทช์ในช่วง 5.1-5.5 (เวลาที่เหลือน่าจะต้องไปเขียน 6.0) คิดว่าเป็นแพทช์นี้แหล่ะ

    - พอเนื้อเรื่องมันต้องแบ่งเป็นแพทช์ แล้วส่วนสำคัญต้องให้คนเขียนหลักเขียนเลยมีสกรีนไทม์ที่จะอธิบายได้ไม่สมดุล ก็เป็นข้อกำจัดอย่างนึงนะ

    - อีกข้อจำกัดที่รู้สึกมากๆในแพทช์นี้คือ...เอนจิ้นเก่าพระเจ้าเหาของเกมที่เป็นปัญหามาตั้งแต่ 1.0 และข้อจำกัดด้านกราฟฟิก อย่างที่บอกไปว่าเทกซ์เจอร์ตัวเอกซาร์คแตกยับมากๆจนน่าเกลียด จนขนมปังของทาทารุกลับละเอียดกว่า คิดแบบฝันๆนะว่าหลัง 6.0 จบอยากให้ยกเครื่องขึ้นเกมใหม่ไปเลยอ่ะ เป็นภาคออนไลน์ใหม่ หรือเป็น 14 ภาคสองหรืออะไรก็ได้ ตอนนี้งานด้านภาพของเกมคือเชยมากเอาตัวรอดด้วยอาร์ตสไตล์และการกำกับศิลป์ที่ดีล้วนๆ

    - แต่อนิเมชั่นแพทช์นี้พัฒนาขึ้นมากเลยนะเนี่ย ซีนท้ายๆอลิเซ่มีไถลเก้าอี้ ยาชโตล่าลูบไม้เท้า ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากเลย
    .
    .
    .
    ป.ล. พาร์ทต่อไป จะพูดถึงประเด็นเนื้อเรื่องสำคัญต่างๆ อิลิบิดัส เฮดีส อาเซ็ม หินคริสตัล และเซนอส&อาซาฮี (ไอ้ตัวสุดท้ายนี่รวมใจ(เกลียด)แฟนด้อมได้ยิ่งกว่า WoL อีกอ่ะ lol)

    #FF14 #Shadowbringers

  • azem 在 Lady I 艾薇將 x 澳洲生活日誌 Facebook 的精選貼文

    2017-05-16 01:24:25
    有 7 人按讚

    [ Black Gold est 2016 ]

    一對夫妻,實現夢想的咖啡廳

    當初會注意到這家店家,是因為它是少數在墨爾本使用Ona Coffee 的咖啡店

    正巧上個月在咖啡展,嚐到令人驚豔的Ona Raspberry Candy

    再怎麼樣也要去上一趟,朝聖一下😍😍

    這家店的老闆兼主廚Chef Azem Dzevlan,在餐飲業已14年之久,待過各大餐廳~

    不過餐點似乎太過前衛、太新潮....

    太太有點吃不習慣😞

    沙拉裡放的是煙燻鴨肉

    Um.....口感很像橡皮筋,咬不斷

    真的很對不起廚師,我實在俗氣,吃不懂😕

    而小老闆點的polenta 不愧是店裡招牌菜,健康又清爽,調味恰到好處👌🏻

    Black gold 店內位置不多,比較適合三兩好友的聚會場所。

你可能也想看看

搜尋相關網站