[爆卦]Airtel wiki是什麼?優點缺點精華區懶人包

雖然這篇Airtel wiki鄉民發文沒有被收入到精華區:在Airtel wiki這個話題中,我們另外找到其它相關的精選爆讚文章

在 airtel產品中有24篇Facebook貼文,粉絲數超過178萬的網紅ลงทุนแมน,也在其Facebook貼文中提到, เศรษฐีรวยสุดในเอเชีย มีน้องชาย เป็นบุคคลล้มละลาย ได้อย่างไร ? /โดย ลงทุนแมน หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Mukesh Ambani เจ้าของ Reliance Industries กลุ่มธุร...

 同時也有1部Youtube影片,追蹤數超過22萬的網紅YJ Janey,也在其Youtube影片中提到,訂房連結 https://pse.is/yjagSingleInnTaipei 訂房資訊 📍 GoodDay認可 - 艾提飯店 (GoodDay Airtel) 💰 台幣1097.88元(雙人)前幾天才訂 *訂房網站依日期價錢會浮動,像機票一樣,週末或假日通常會比較貴唷 ✨從這裡訂房: 1...

airtel 在 BusinessFocus | 商業、投資、創科平台 Instagram 的最讚貼文

2020-05-11 03:00:13

立即Follow @businessfocus.io【翻炒舊機】iPhone 6s印度熱賣!蘋果向供應商急增兩成訂單⠀ ·⠀ 蘋果去年推出的iPhone XR、iPhone XS以及iPhone XS Max,由於定價過高,出現銷售疲弱,中國市場要下調價格保銷量。新iPhone銷情黯淡,反而iPho...

airtel 在 Jeny Rajkumari/Juju Instagram 的最佳貼文

2020-05-09 13:23:51

Pictures from home I tried to post a video today for the longest time but my airtel network just won't let me. So let it be. It will get posted when ...

  • airtel 在 ลงทุนแมน Facebook 的最佳解答

    2021-09-27 12:00:18
    有 3,070 人按讚

    เศรษฐีรวยสุดในเอเชีย มีน้องชาย เป็นบุคคลล้มละลาย ได้อย่างไร ? /โดย ลงทุนแมน
    หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Mukesh Ambani เจ้าของ Reliance Industries กลุ่มธุรกิจที่ใหญ่สุดในอินเดียและเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชีย มีน้องชายชื่อ Anil Ambani

    สำหรับน้องชายของมหาเศรษฐีคนนี้ ก็เป็นเจ้าของธุรกิจที่แยกตัวออกมาจาก Reliance Industries ของพี่ชาย มีชื่อบริษัทว่า Reliance ADA Group

    ในปี 2008 Mukesh Ambani มีทรัพย์สิน 1.4 ล้านล้านบาท รวยเป็นอันดับ 5 ของโลก
    ในขณะที่ Anil Ambani ตามมาติด ๆ ด้วยทรัพย์สิน 1.37 ล้านล้านบาท และรวยเป็นอันดับ 6 ของโลก

    โดยในปีนั้น เศรษฐี 4 อันดับแรกของโลก ได้แก่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (อเมริกัน), คาร์ลอส สลิม (เม็กซิโก),
    บิลล์ เกตส์ (อเมริกัน) และลักษมี นิวาส มิตตัล (อินเดีย)

    หลังจากผ่านไป 13 ปี Mukesh Ambani มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านล้านบาท
    กลายมาเป็นมหาเศรษฐีรวยสุดในอินเดียและเอเชีย และรวยเป็นอันดับ 10 ของโลก

    แต่ในปี 2019 Ambani คนน้องกลับมีทรัพย์สิน เพียง 5.6 หมื่นล้านบาท
    จนล่าสุด มีหลายคนกล่าวว่าความมั่งคั่งตอนนี้ของ Ambani คนน้อง ลดลงจนเกือบเป็นศูนย์
    แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับน้องชาย ของคนที่รวยสุดในเอเชีย ?
    ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
    ╔═══════════╗
    Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
    ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
    แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
    Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
    ╚═══════════╝
    ย้อนกลับไปในปี 1948 หรือเมื่อ 73 ปีก่อน ชายชาวอินเดียวัย 16 ปี
    ที่ชื่อ Dhirubhai Ambani ได้ตัดสินใจเดินทางออกจากบ้านเกิดไปทำงานที่ประเทศเยเมน

    ผ่านไป 10 ปี Dhirubhai กลับมาที่อินเดียพร้อมกับเงินเก็บ เพื่อมาเริ่มสร้างธุรกิจเอง

    Dhirubhai เริ่มจากการนำเข้าเส้นใยสังเคราะห์และส่งออกเครื่องเทศ ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจสิ่งทอ ซึ่งก็เติบโตอย่างรวดเร็ว จน Dhirubhai ได้ขยายกิจการไปในอุตสาหกรรมอื่น และเปลี่ยนมาใช้ชื่อบริษัทว่า “Reliance Industries” ในปี 1973

    Reliance Industries สามารถ IPO ได้ในปี 1977 ซึ่งหุ้นของบริษัทก็มีชาวอินเดียสนใจลงทุนเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดเคยจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่สเตเดียม

    ตั้งแต่ที่กิจการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว Dhirubhai ก็เริ่มให้ลูกชายทั้ง 2 คนของเขา เข้ามาช่วยบริหารงานที่บริษัท

    Mukesh Ambani ลูกชายคนโต เป็นประธาน
    Anil Ambani ลูกชายคนรอง เป็นกรรมการผู้จัดการ

    แต่แล้วในปี 2002 Dhirubhai ได้เสียชีวิตลงและได้ทิ้งกิจการ Reliance Industries ไว้กับลูกชายทั้ง 2 คน

    Dhirubhai ที่จากโลกนี้ไปไม่ได้ทำพินัยกรรมและข้อตกลงแบ่งกิจการให้กับลูกแต่ละคนไว้ ซึ่งเขาก็คงไม่คิดว่า จะเกิดปัญหาตามมา

    โดยปัญหาที่ว่านั้นเริ่มเกิดขึ้นเพราะลูกชายทั้ง 2 คน ที่เริ่มเข้าทำงานและมีบทบาทในบริษัทมาพร้อม ๆ กัน
    กลับตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะเป็นเจ้าของและใครจะดูแลและรับผิดชอบบริษัทไหนบ้าง

    สุดท้ายแล้ว ในช่วงปี 2004 ถึง 2005 ผู้เป็นแม่ต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
    โดยการจ้างบุคคลที่ 3 ให้เข้ามาจัดการเรื่องการแยกบริษัทออกจากกันไปเลย

    Mukesh Ambani คนพี่ได้ธุรกิจหลักคือปิโตรเลียม ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการขยายกิจการในส่วนนี้มาตั้งแต่แรก และยังได้ธุรกิจอื่น ๆ อย่างเช่นปิโตรเคมี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจยุคเก่า โดยกลุ่มบริษัทของ Mukesh ใช้ชื่อว่า Reliance Industries

    Anil Ambani คนน้องได้ธุรกิจหลักคือ Reliance Communications ธุรกิจโทรคมนาคมที่เพิ่งเริ่มกิจการได้ไม่นาน แต่ก็กลายเป็นบริษัทเทเลคอมที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอินเดีย ซึ่งแม้ว่า Mukesh จะมีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่ต้น แต่ Anil ก็อยากได้ธุรกิจนี้เช่นกัน

    นอกจากธุรกิจเทเลคอมแล้ว กิจการอื่นที่ Anil Ambani ได้รับไปดูแลอีกก็อย่างเช่น ธุรกิจพลังงาน และบริการทางการเงิน ซึ่งส่วนมากจะเป็นธุรกิจยุคใหม่ โดยกลุ่มธุรกิจของ Anil Ambani ใช้ชื่อว่า “Reliance ADA Group”

    หลังจากจบเรื่องการแบ่งธุรกิจแล้ว แต่ละคนก็เริ่มต่อยอดธุรกิจตามเส้นทางของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น

    Mukesh Ambani เริ่มทำธุรกิจค้าปลีกในปี 2006 จน Reliance Retail กลายมาเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่สุดในอินเดีย

    ในขณะที่ Anil Ambani ก็ได้ต่อยอดทำธุรกิจบันเทิง อย่างเช่นในปี 2005 ได้ซื้อบริษัท Adlabs Films ที่เป็นเจ้าของโรงภาพยนตร์ Big Cinemas ซึ่งกลายมาเป็นโรงภาพยนตร์ที่มีสาขามากสุดในอินเดียในอีก 3 ปีถัดมา

    ในปี 2008 Reliance Entertainment ของ Anil Ambani ก็ได้เซ็นสัญญากับบริษัทผลิตภาพยนตร์ DreamWorks ของผู้กำกับ Steven Spielberg ซึ่งได้ร่วมผลิตภาพยนตร์ที่ได้รางวัลมากมาย อย่างเช่น The Help และ Lincoln

    และปีเดียวกันนี้ Anil Ambani ก็ได้นำบริษัทพลังงานอย่าง Reliance Power จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยมูลค่าการระดมทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์ในขณะนั้น

    ผ่านไป 6 ปีหลังจากการเสียชีวิตของ Dhirubhai
    ดูเหมือนว่าลูกชายของเขาทั้งคู่ก็ต่อยอดกิจการไปได้อย่างสวยงาม
    จนทำให้ในปี 2008 Mukesh มีทรัพย์สิน 1.4 ล้านล้านบาท รวยเป็นอันดับ 5 ของโลก และ Anil มีทรัพย์สิน 1.37 ล้านล้านบาท รวยเป็นอันดับ 6 ของโลก

    แต่หลังจากนั้น เส้นทางความมั่งคั่งของพี่น้องคู่นี้ กลับเริ่มมีทิศทางที่สวนทางกัน
    คนพี่รวยขึ้น ส่วนคนน้องความมั่งคั่งหายไปเกือบหมด

    แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ?

    เรื่องทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นมาจากเงินที่บริษัท Reliance Power ของ Anil Ambani ได้มาจากการ IPO มีแผนจะใช้สร้างโรงไฟฟ้าที่ส่วนใหญ่จะผลิตจากก๊าซ

    โดยก๊าซที่ Reliance Power ใช้ ก็มาจากบริษัทก๊าซธรรมชาติในเครือ Reliance Industries ของ Mukesh นั่นเอง

    ซึ่งในตอนที่แยกบริษัทกัน สองพี่น้องก็ได้เซ็นสัญญาว่าบริษัทก๊าซของ Mukesh Ambani จะขายก๊าซให้โรงไฟฟ้าของน้องชายที่ราคาหนึ่ง

    แต่ในวันที่โรงไฟฟ้าสร้างใกล้จะเสร็จและถึงเวลาที่พี่ชายจะขายก๊าซให้กับน้อง ราคาก๊าซในตลาดโลกกลับเพิ่มสูงขึ้นไปเกือบเท่าตัว

    Anil Ambani จึงต้องการซื้อก๊าซในราคาที่ตกลงกัน เพื่อที่จะไม่ต้องเผชิญต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น
    แต่ทาง Mukesh Ambani ไม่สามารถขายก๊าซตามราคาที่ตกลงกันไว้ได้เพราะบริษัทของเขาจะขาดทุน

    แต่แทนที่จะเจรจาตกลงกัน Anil Ambani กลับเลือกที่จะยื่นฟ้องบริษัทพี่ชายในปี 2010 เพื่อให้ซื้อก๊าซได้ในราคาเดิมที่เคยตกลงกัน

    แต่ศาลก็ได้มีคำสั่งให้ Anil Ambani ซื้อก๊าซในราคาใกล้เคียงกับราคาตลาดโลก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายราคาก๊าซของประเทศ

    สุดท้ายแล้ว Anil Ambani ที่ต้องแบกรับต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จึงไม่สามารถจัดหาก๊าซเพื่อไปใช้ผลิตไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าที่สร้างรอไว้แล้วได้

    Reliance Power จึงกลายเป็นบริษัทที่มีหนี้มหาศาล จนต้องขายทรัพย์สินและกิจการบางส่วนออกไป เพื่อเอามาใช้หนี้ ซึ่งรวมถึงกิจการโรงภาพยนตร์ Big Cinemas ที่ซื้อมาเมื่อปี 2008 ด้วย

    แต่ความผิดพลาดทางธุรกิจของ Anil Ambani ยังไม่ได้จบลงแค่นี้ เพราะเรื่องราวที่ร้ายแรงกว่านั้น เกิดขึ้นกับธุรกิจโทรคมนาคมอย่าง Reliance Communications (RCom)

    ในปี 2002 ซึ่งเป็นช่วงที่ RCom เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ RCom เลือกใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่เรียกว่า CDMA ซึ่งใช้เงินลงทุนน้อยกว่า ขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่างเช่น Airtel เลือกใช้เทคโนโลยีที่ชื่อ GSM

    แม้เทคโนโลยีทั้ง 2 แบบจะใช้ได้ดีกับ 2G และ 3G เหมือนกัน แต่ปัญหาก็คือ CDMA ที่ RCom เลือกใช้ ไม่สามารถรองรับ 4G และ 5G ได้แบบ GSM ที่เหล่าคู่แข่งเลือกใช้

    นั่นจึงทำให้ช่วงเวลาที่ทั่วโลกเปลี่ยนผ่านจาก 3G มาเป็น 4G อย่างรวดเร็ว RCom เลยตามคนอื่นไม่ทัน จน RCom กลายเป็นบริษัทที่เริ่มมีหนี้มากขึ้น

    และจุดพลิกผันครั้งใหญ่ของ RCom รวมไปถึงทั้งอุตสาหกรรมเทเลคอมของอินเดีย ก็เกิดขึ้นในปี 2016

    เมื่อ Mukesh Ambani ได้ก่อตั้งบริษัทย่อยของ Reliance Industries ในชื่อ “Jio” ซึ่งเป็นบริษัท
    ที่เน้นบริการด้านเทคโนโลยี รวมถึงการให้บริการโทรคมนาคมแบบเดียวกับ RCom ด้วย

    ด้วยชื่อเสียงของ Reliance Industries ก็ทำให้ Jio มีจำนวนผู้ใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรของบริษัทที่เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอย่าง Airtel ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้อีก 2 บริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดรองลงมาอย่าง Vodafone และ Idea ต้องควบรวมกิจการกัน

    ในเวลาต่อมาบริษัท Jio ของ Mukesh Ambani ก็กลายมาเป็นบริษัทเทเลคอมที่ใหญ่สุดในอินเดีย ส่วน RCom ของ Anil ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ก็หายไปจากการแข่งขันในตลาดเทเลคอม จนทำให้บริษัทขาดทุนและกลายเป็นหนี้มหาศาล

    RCom ต้องยอมขายสินทรัพย์ของกิจการบางส่วนให้กับ Jio เพื่อลดหนี้
    แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยให้สถานการณ์ของ RCom ดีขึ้น

    ย้อนกลับไปเมื่อปี 2013 RCom ได้ทำข้อตกลงกับ Ericsson โดยจ้างให้ Ericsson มาเป็นผู้บริหารเครือข่ายในบริเวณทางเหนือและตะวันตกของอินเดีย แต่ผลจากการขาดทุนต่อเนื่องก็ทำให้ RCom ไม่มีเงินจ่ายให้ Ericsson ตั้งแต่ปี 2016

    RCom ติดหนี้ Ericsson 2.46 พันล้านบาท ซึ่ง RCom ก็ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ตามกำหนด และขอเลื่อนเวลาการจ่ายหนี้ออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว RCom จ่ายหนี้ได้เพียง 528 ล้านบาท นำไปสู่การถูกฟ้องร้องในเวลาต่อมา

    ศาลสูงสุดจึงมีคำตัดสินว่า ถ้าภายใน 1 เดือน RCom ยังจ่ายหนี้ให้ Ericsson ไม่ได้ Anil จะต้องถูกจำคุก 3 เดือน

    สุดท้ายแล้วพี่ชายของ Anil Ambani อย่าง Mukesh ก็เข้ามาช่วย
    โดยการจ่ายหนี้ที่เหลือ มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาทให้
    ในขณะที่ บริษัท RCom ก็ต้องยื่นล้มละลาย

    แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น เพราะ RCom ยังมีหนี้ก้อนใหญ่อีกก้อน ที่กู้ยืมมาจาก 3 ธนาคารขนาดใหญ่ของจีน ทั้ง ICBC, China Development Bank และ EXIM Bank of China เป็นมูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท

    ทั้ง 3 ธนาคารจึงยื่นฟ้อง RCom และ Anil Ambani..

    ช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่ง Anil ได้พูดระหว่างพิจารณาคดีออนไลน์กับศาลของประเทศอังกฤษว่า เขาไม่มีเงินใช้หนี้ เพราะความมั่งคั่งของเขาตอนนี้ใกล้จะเป็นศูนย์แล้ว.. ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าเขาจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้

    จากความขัดแย้งเพื่อแย่งกิจการกันเองในครอบครัว บวกกับการบริหารธุรกิจที่ผิดพลาด การทุ่มเงินลงทุนขนาดใหญ่แต่ได้ผลลัพธ์แย่กว่าที่คาด ทำให้บริษัทก่อหนี้ก้อนโต

    ทั้งหมดนี้ก็ได้ส่งผลไปยังทรัพย์สินของผู้ที่เคยรวยติดอันดับ 6 ของโลกอย่าง Anil Ambani ได้หายไปเกือบหมด ในขณะที่พี่ชายที่เติบโตมาพร้อมกัน กลับเดินสวนทางกัน เพราะประสบความสำเร็จในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเศรษฐี ที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย นั่นเอง

    ถ้าใครเชื่อว่าชีวิตของเราถูกกำหนดมาแล้วตั้งแต่เกิด
    เกิดมาในครอบครัวที่รวย ก็ย่อมมีแรงส่งให้พวกเขารวยขึ้น
    ซึ่งมันก็เป็นจริงในหลายกรณี
    แต่ในบางกรณี มันก็อาจเป็นตรงกันข้าม
    ซึ่งอย่างน้อย มันก็เกิดขึ้นแล้วกับ Anil Ambani น้องชายของ มหาเศรษฐี ที่รวยสุดในเอเชีย นั่นเอง..
    ╔═══════════╗
    Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
    ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
    แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
    Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
    ╚═══════════╝
    ติดตามลงทุนแมนได้ที่
    Website - longtunman.com
    Blockdit - blockdit.com/longtunman
    Facebook - ลงทุนแมน
    Twitter - twitter.com/longtunman
    Instagram - instagram.com/longtunman
    Line - page.line.me/longtunman
    YouTube - youtube.com/longtunman
    Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
    Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
    Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
    References:
    -https://www.businessinsider.in/thelife/personalities/news/anil-ambanis-journey-from-42-billion-net-worth-to-claiming-poverty/articleshow/74028627.cms
    -https://www.scmp.com/magazines/style/celebrity/article/3093874/mukesh-vs-anil-why-did-one-ambani-brother-go-bankrupt
    -https://economictimes.indiatimes.com/industry/telecom/telecom-news/from-glory-to-dust-an-ambani-brands-journey-to-bankruptcy/articleshow/67837769.cms?from=mdr
    -https://www.businesstoday.in/latest/economy-politics/story/anil-ambani-road-to-bankruptcy-how-the-brother-of-indias-richest-man-lost-his-way-271119-2020-08-25
    -https://www.moneycontrol.com/news/business/a-timeline-of-reliance-communications-versus-ericsson-case-3661261.html
    -https://youtu.be/dBH0E20kc30
    -https://www.forbes.com/forbes/2008/0324/080.html?sh=3e185f910f2e
    -https://en.wikipedia.org/wiki/Reliance_Industries
    -https://en.wikipedia.org/wiki/Reliance_Group

  • airtel 在 YaoIndia 就是要印度︱認識印度,從這裡開始 Facebook 的最佳解答

    2020-11-05 02:30:27
    有 78 人按讚

    #YaoIndia就是要印度報你知

    今年9月初印度政府宣布禁止來自中國的118個 #應用程式(#APP)中,包含了由 #騰訊 開發的熱門手遊 #絕地求生(#PUBG)。而在禁令發出後,印度的 Apple Store 和 Google Play 商店,都無法再下載;但原本已經安裝這款遊戲的玩家,仍然可以上線遊玩。

    在印度政府宣布禁止後,「絕地求生M」全球下載量銳減26%,營收損失慘重。原本開發遊戲的 韓國公司 #KRAFTON 也宣布與騰訊結束合作關係,並與印度首富 #安巴尼(Mukesh Ambani)#信實集團 旗下的 #Jio,以及 #印度巴帝電信(Bharti Airtel)討論轉移這款遊戲的經銷權。

    騰訊也在日前於 Facebook 公告,10月30日正式關閉「絕地求生M」和PUBG Mobile Lite 的伺服器,並對此一結果表示遺憾。對此,許多印度玩家也紛紛回應希望「絕地求生M」儘速切割與中國的關係,盡快返回印度市場。


    慶祝 #排燈節🎉YaoIndia 就是要印度滿3歲🎉
    即日起至11月13日,在 #印度好物購 消費不限金額,就有機會獲得印度手工訂製甜點小禮盒🎁
    👉 https://shop.yaoindia.com/


    #同場加映
    🇮🇳一個驅逐微信一個屏蔽 Google,印度的「牆」和中國的「牆」是一回事麼?
    👉 https://yaoindia.com/archives/33130

    #時事必讀
    #隨時更新🇮🇳#新型冠狀病毒 印度疫情與規定變更
    👉 https://yaoindia.com/archives/29562


    YaoIndia 就是要印度︱認識印度,從這裡開始

    #YaoIndia #就是要印度 #印度報你知 #印度 #時事 #印度時事 #中印衝突 #中印關係 #中國 #國家安全 #資安

  • airtel 在 謝銘元:失敗並不可恥但要有用 Facebook 的最佳貼文

    2020-09-09 04:22:40
    有 3 人按讚


    今天有空來閒聊一下~

    2003年,高盛提出「金磚四國」報告,預言2050年世界經濟格局將重新洗牌,印度會成為六大經濟體之一。

    現在是2020年..

    這份報告當時被中國人笑翻了,但此刻情勢來看,印度已經是未來三十年的世界經濟崛起重心,印度人已經很好相處了,但中國人還能把他們給惹毛,可謂一絕。

    此刻看來,態勢已經非常明顯了

    首先, 印度已經讓西藏流亡政府軍內的藏人加入印軍, 以前是戰略模糊的, 現在是雪山獅子旗插起來,擺明清楚支持藏獨,以前是不能開火,現在是鳴槍警告,印度很精明的,主動踩了中共的紅線。

    再來,中共在雅魯藏布江上游修建水壩,威脅到包括印度阿薩姆邦在內的七個地區的水源供應,喜馬拉雅山水源是乾淨的,為了水源問題,印度一定要解決,因為未來發展工業沒有水不行。

    還有,就是印度死仇巴基斯坦問題,英國當年退出殖民地時,以宗教區分讓印巴分治,穩定難以維持。印巴各自獨立後不久,就因克什米爾地位等問題爆發戰爭,巴基斯坦在其中慘敗,東巴基斯坦更分裂出來成為了孟加拉,結果總加速師上台後,中國與巴基斯坦關係則可謂好到不得了。中巴關係在官方措辭中,是為「全天候戰略合作夥伴」,中國國家主席習近平曾形容,巴基斯坦是中國「鐵桿朋友」;巴基斯坦在中國網友間亦有「巴鐵」一稱。

    哎呀!總加速師這麼棒,加速花式這麼多,練瑜珈的人,本來脾氣就很好,中國人居然能做到徹底惹毛他們,既然你有巴鐵,瑜珈國也有「巴蕊」,加速師這麼棒,你怎麼能不愛戴他呢?

    而西藏的藏傳佛教,其實跟蒙古也有很深的淵源,歷史上蒙古國佛教來自於藏傳佛教的格魯派和噶舉派,蒙古文化深受藏傳佛教影響,蒙古人不是信薩滿教,就是信藏傳佛教,這下子一連動起來,什麼都清楚明瞭了,難怪習突然要硬推漢語教育,試圖滅掉蒙古語,原來後院著火了。

    而對照幾個現象,中共在456月大量進口糧食(美豬美牛黃豆玉米),78月超額進口原油,發行數位幣與數位信用卡,逐步收攏控制中國人的帳戶資產,再加上近期丟出要拋售美債的念頭,都代表他們美元用盡,外匯存底的老本已經準備押上,尤其川普前陣子明確表示要中共政權,為武漢病毒損害美國人生命財產,付出賠償代價,中共也怕手上的持有的1萬億美元美債,被川普直接拿來註銷,因而直接被金融脫鉤,給掃地出門,因此心底忐忑不安,由於政治鬥爭,現在的中共決策圈已經亂套了,看看上禮拜環球時報就知道,一下子說今晚就戰鬥,一下子就趕緊說中美要溝通,一人一把號各吹各的調。

    還是老話一句,歷史總是不斷重複發生,當年中共為了親美,靠美國人的高空偵察情報,打了一場懲越戰爭,來表態加入美國陣營,而今日印度背後同時有俄美兩大國支持,他打中國納投名狀,可謂天時地利人合,上承天道下順民心,又能順便做球, 讓美國順勢拆南海違建,掌握南海油田利益,簡直是一魚三吃。

    閒聊到此,其實可以看見,這個轉變已經是沛然莫禦,十年前,我開發客戶時,碰到一個很有趣的老闆,跟我分享當年蘇聯解體過程,當時衝去前蘇聯的他,只憑著一本好不容易找到的二手漢俄辭典,加上不到一千萬的資本,與一股傻勁的勇氣。讓他短短幾年,賺到了好幾億資本的故事。

    當年是1991年…

    現在同樣的時刻又到來,在這過程當然我們沒辦法跟著主力,進去割下最大塊的肉,只能在一旁撿肉屑而已,譬如台積电攸關科技戰的勝負,因此產能全滿股價大漲,譬如華為在晶片被封殺後,過去龐大帝國殞落的時候,哪些台廠會受惠? 再舉例當川普更進一步,連14奈米芯片也不准給華為用,所以要制裁中芯,因此有可能好到也同樣做14奈米的聯電嗎?

    身為小老百姓,能在旁邊成功撿到點肉屑,就已經是萬幸了,你越關心政治,越早懂這個大趨勢,越能體會到這裡頭滿滿的美金,而印度就是未來台灣經濟成長中,重點中的重點,為何呢?  

    因為印度是目前世界上,能超越台灣更徹底討厭中共的國家,簡直到了當年漢賊不兩立的地步,台灣身為前世界製造工廠,不只在傳統製造與石化業,尤其在5g乾淨網路上,未來印台之間,肯定會有更多合作出現,因此關於資訊收集,我們得一直持續的關心,才能懂要怎麼上車,以下簡單整理。

    網路資訊投放服務

    INFOSYS
    Tata Consultancy Services

    銀行金融各項貸款服務
    HDFC BANK
    BHARTI AIRTEL
    ICICI BANK
    AXIS BANK
    KOTAK MAHINDRA BANK
    HOUSING DEVELOPMENT FINANCE CORPORATION
    TECH MAHINDRA

    基礎建設
    Ultratech Cement
    LARSEN & TOUBRO

    民生消費
    Hindustan Unilever
    Titan Co.
    Tata Consultancy Services

    電通信業
    Bharti airtel
    Tata Consultancy Services

    石化能源業
    RELIANCE INDUSTRIES
    Tata Consultancy Services
    LARSEN & TOUBRO

    hi!起心動念了嗎?😆😆😆

    #島嶼終於天透光